Recent News

Powered by eSnips.com

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

หากทุกข์ใจ

ตอนนี้เราอยู่เกาะช้างแล้ว บรรยากาศที่นี่ค่อนข้างเงียบเหงา อาจเป็นเพราะกำลังเคลื่อนเข้าสู่ Low Season (แต่นักท่องเที่ยวมีพอประมาณแบบนี้ เราว่าดีออก จะได้บรรลุถึงความสงบอย่างแท้จริง)
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราต้องยอมรับว่า เราสุขภาพจิตไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ มีเรื่องเครียดๆ ให้คิดนิดหน่อย ระหว่างที่เราเข้ามิสซาในวันอาทิตย์ เราได้นั่งนิ่งๆ คุยกับพระเจ้าอย่างสงบ (ปัญหาที่เรามีก็เรื่องเดิมๆ นั่นคือ "ผิดหวังในตัวมนุษย์") ซึ่งเราก็รู้ดีอยู่แล้วว่า "เป็นการโง่งี่เง่ามาก ที่บังอาจความสุขไว้กับมนุษย์ ในเมื่อตัวเขาเองนั้น ยังไม่เข้าใจตัวเขาดีพอเลย ความรู้สึกน้อยใจ ตงิดๆ นี้ เราได้นำพาเดินทางมาที่เกาะช้างด้วย เรานั่งรถทัวร์รอบ 6.30 วันจันทร์ (ทั้งๆที่เราเพิ่งนอนไปตอน ตี 3 และตื่นตี 4.30) กะไว้ในใจแล้วว่า จะมาหลับต่อในรถทัวร์ แต่ทุกสิ่งก็ไม่เป็นไปตามคาด เนื่องจาก ผู้หญิงที่นั่งข้างๆเรานั้น เริ่มที่จะพูดคุยกับเรา
เธอบอกว่าเธอเป็นพยาบาลทหาร กำลังเดินทางไปหาแฟนที่ จันทบุรี และเธอก็เริ่มเล่าเรื่องส่วนตัวไปเรื่อยๆ เราได้แต่ฟัง (ทั้งๆที่อยากจะหลับตานอนมากกว่า) คุยกันตลอดทาง เธอกำลังเสียใจเกี่ยวกับเรื่องเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ที่เธอตัดสินใจ "หย่า" กับสามีคนก่อน ซึ่งมีลูกด้วยกันแล้วด้วย 1 คน เธอบอกว่า เธอคิดแล้วคิดอีก นอนกลุ้มอยู่หลายวัน แต่สุดท้ายการหย่าจากกันคงเป็นหนทางที่ดีที่สุด
เราและเธอคุยแลกเปลี่ยนกันเรื่องต่างๆ ยาวนานจนเธอต้องลงรถที่จันทบุรี เมื่อเธอลงไปปั๊ป เราก็นอนหลับได้อีกแค่ 30 นาที เมื่อตื่นขึ้นมา เราก็ได้แต่นั่งยิ้ม และหัวเราะเพียงลำพังว่า "ขอบคุณพระเจ้านะคะ ที่ส่งผู้หญิงคนนี้มาให้ลูก เพราะเมื่อเราได้ยินเรื่องของเธอคนนี้แล้ว สิ่งที่เรารู้สึกแย่ หรือผิดหวังนั้น ก็พลันหายไป เพราะว่า เรื่องและความเสียใจของเรานั้น เล็กจิ๋วมาก เมื่อเทียบกับเรื่องที่เธอต้องเจอมา"
ในที่สุด เราก็มาถึงเกาะช้าง ด้วยความสบายใจ หมดความกังวล มีแต่รอยยิ้มต่อไป
เพื่อนๆคะ คุณทำอะไรเพื่อบรรเทาความทุกข์ของตัวเอง shopping? หาความสุขทางอื่น?
เราขอนำเสนอวิธีง่ายๆก็คือ "หากคุณทุกข์ใจ หรือเสียใจ ลองไปฟังปัญหาและเรื่องทุกข์ใจของคนอื่นๆดูนะคะ แล้วคุณจะพบว่า ความทุกข์เป็นเรื่อง ธรรมชาติ จะทุกข์มากหรือทุกข์น้อยนั้นอยู่ที่ตัวคุณ"
ฝากไว้ให้คิดกันนะคะ
ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ความรัก หนอ ความรัก

ผลการตัดสิน The Star 5 ได้ออกมาแล้ว เป็นการตัดสินการชนะระหว่าง “The Star คนแรกที่อายุน้อยที่สุด” หรือ “The Star คนแรกที่แต่งตัวได้เซอร์สุดๆ” ก็เป็นไปตามที่เราคาดเดาไว้ว่า “สิงโต The Star ที่อายุน้อยที่สุด” เป็น “ผู้ชนะ”

ในที่สุดก็เข้า Slogan ของ The Star เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น The Star หญิงคนแรก (ปีที่แล้ว น้องแก้ม ได้เป็น The Star 4) ที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการได้แชมป์เป็นผู้หญิง และปีนี้ ก็จะคง Concept เดิมนั่นคือ หาคนที่เป็นที่สุดในแขนงต่างๆ ดูไปเราก็หัวเราะไป นี่ถ้าไม่ติดว่ามี “ดิว” ขวัญใจเราแข่งขันด้วยล่ะก็ จ้างให้ก็ไม่รีบทิ้งทุกอย่างกลับมาบ้านเพื่อมาดูรอบตัดสินหรอก

สำหรับ “ดิว” ไม่เป็นไรนะ นายทำดีที่สุดแล้ว นายอาจไม่ได้เป็น The Star ที่สุด ที่คนไทยทั้งประเทศพยายามให้เป็น แต่นายเป็น “ที่สุด” ในหัวใจเรา แค่นั้นน่าจะเพียงพอแล้วนะ

(ลึกๆก็ผิดหวังกับผลการตัดสินนิดหน่อย แต่ช่างเถอะ!!!!)

มาเข้าเรื่องกันดีกว่า ตอนแรกว่าจะไม่เขียนแล้ววันนี้ แต่ด้วยอารมณ์ที่อดไม่ได้ และคันนิ้ว อยากจะ “ร่ายรำบน keyboard” ทำให้เราตัดสินใจเขียนดีกว่า เรื่องก็มีอยู่ว่า “เมื่อเย็นนี้ มี ดี้ นางนึง กดโทรศัพท์มาหาเราเป็นการด่วน ขณะที่เรากำลังแต่งตัวออกไปซ้อมเพลง” เธอโทรมาโอดครวญ ร้องไห้ บรรยายความเจ็บปวดจากความรักที่เธอมีเสียยืดยาว เราจับประโยคได้ประมาณว่า

“ทำไม?? เขาไม่รักเราอ่ะ?”

“เราไม่ดีพอหรือ?”

“แต่เราทำดีที่สุดแล้วนะ”

“ความรักของเรา เติมเต็มเขาไม่พอหรือ?”

“แต่รักคือการเสียสละ เราอดทนได้หากเขาจะไม่เลือกเรา”

“แล้วทำไม? เขาไม่เปิดโอกาสให้เราบ้าง”

“เรายอมหลีกทางให้ เพื่อเขาจะได้มีความสุข”

“ทำไมเราต้องรักคนที่เขาไม่รักเรา”

เราฟังเธอ “พร่ำเพ้อ” แล้ว เราก็ได้แต่ยิ้มในใจ และคิดว่า

“ความรัก หนอ ความรัก” จะ “ทำร้าย” ใคร ก็ดูหน้าดูหลังให้ดีหน่อย ดูซิเนี่ย!!! เดือนร้อนชาวบ้าน (อย่างเรา) หมด

“รักมาก ก็ทุกข์มาก แต่ถ้าจะถามว่า “เข็ดไหม?” เจ้าหล่อนก็คงตอบว่า “ยังไหวอยู่ ยังได้อีก” (กี่ราย กี่ราย ก็ตอบแบบนี้ทุกที หายเจ็บหน่อย ก็เริ่มต้นวัฏจักรใหม่)

“นี่ล่ะหนอ ความรัก”

เมื่อมี “ความรัก” ก็ต้องมี “ความกลัว”

เมื่อมี “ความสมหวัง” ก็ต้องมี “ความผิดหวัง”

เมื่อมี “รอยยิ้ม” ก็ต้องมี “น้ำตา”

เมื่อมี “ความสบายใจ” ก็ต้องมี “ความวิตกกังวล”

เราเห็นมาหลายต่อหลายคู่แล้ว ชอบมี “ความรักแบบไม่บรรลุนิติภาวะ” สุดท้ายก็ต้อง “ถูกพรากความสุขไปจากชีวิต” บ้างก็เสียคนไปตลอดชีวิต บ้างก็เสียใจไปหลายปี บ้างก็เป็นบ้าประชดชีวิตรักไปวันๆ

หากเรารักใครสักคน “แบบทางสายกลาง แบบพอเพียง” ความทุกข์ระทม ขมขื่น ประหนึ่ง “ควายถูกเชือด” คงไม่เกิดขึ้นแน่นอน

หากใครกำลังมีความรักแบบไร้สติ ได้โปรด ปรับแต่ง และเตรียมสภาพจิตใจโดยด่วน ก่อนที่ “จะหมดสภาพ” แบบเพื่อนเราคนนี้

ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน

พรุ่งนี้เราต้องเดินทางไปเกาะช้างแล้ว ไปเห็นหาดทรายขาว ขี่มอเตอร์ไซค์รับลม อยู่เงียบๆ ใช้ชีวิตเฉื่อยๆ สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ อาจทำให้ “ความวุ่นวาย ภายในจิตใจ” นั้น “บรรเทา” ลงได้ ไม่มากก็น้อย

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

การร้องเพลง

คืนนี้เป็น “คืนวันเสาร์” ซึ่งปกติ เราต้องไป “ซ้อมร้องเพลง” (เพื่อนๆ อาจคิดว่า เราร้องเพลงเพราะ และร้องถูกคีย์) แต่ความจริงก็คือ เราร้องเพลง ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย เราร้องเพี้ยน ค่อมคีย์เกือบตลอด (แต่หลังจากซ้อมร้องเพลงทุกอาทิตย์ พัฒนาการด้านการร้องเพลงของเราก็ดีขึ้น เรื่อยๆ แต่ก็อาจยังดีไม่พอ)

มีหลายคนเคยบอกเราว่า “มนุษย์แต่ละคน มีพรสวรรค์ที่แตกต่างกัน เพื่อรับใช้พระเจ้า และเพื่อนมนุษย์ด้วย “หน้าที่ต่างๆ” บางคนเกิดมามีเสียงที่ไพเราะ บางคนเกิดมามีความคิดสร้างสรรค์ และ ฉลาดในด้านอื่นๆ”

สำหรับเรา ต้องยอมจำนนต่อพรสวรรค์ที่แย่เอามากๆในด้านการร้องเพลงของเรา แต่เหตุผลนึงที่ทำให้เราตัดสินใจสมัครเข้าร้องประสานเสียงที่โบสถ์ก็เพราะ “ดิว” (เพื่อนๆบางคนอาจจะจำได้)

เมื่อหลายปีก่อน “ดิว” ชายซึ่งไว้ผมยาว มาดเซอร์ๆคนนึง เดินเข้าไปประกวด AF4 ด้วยบุคลิก และการร้องเพลงที่ “รูปปาก” น่าเกลียดมากๆคนนึง แต่ด้วย “เสน่ห์” สิ่งเดียวของชายคนนี้นั่นก็คือ “การร้องเพลงที่ร้องออกมาจากหัวใจจริงๆ” นั่นทำให้ “เขาเป็นคนที่มีเสน่ห์ในการร้องเพลงเอามากๆ”

ถึงแม้ว่า เส้นทางฝันของเขาในเวที AF นั้น จะติดได้แค่ 1 ใน 20 นักล่าฝัน แต่นั่นก็เป็น “โอกาส” ที่ดีที่สุดของเขาแล้ว และในปีนี้ เขาก็ได้สมัครเข้าประกวด The Star 5 ซึ่งคืนพรุ่งนี้แล้ว ก็จะเป็นรอบตัดสินว่า เขาจะเป็น The Star คนที่ 5 หรือแค่รองอันดับหนึ่ง

แต่ไม่ว่าเส้นทางในการร้องเพลงของเขาจะไปหยุดอยู่ที่จุดสูงสุดแค่ไหน? แต่ “ความเป็นตัวตนของเขา การร้องเพลงด้วยความรู้สึกที่ออกมาจากหัวใจของเขา ซึ่งทุกครั้งที่เราได้มีโอกาสฟังเขาร้องเพลง หัวใจเรามักจะลิงโลด และแอบอมยิ้มอยู่เสมอ และเขานี่แหละ ที่เป็นแรงบันดาลใจในการร้องเพลงของเรา ถึงแม้เราอาจไม่มีพรสวรรค์ในการร้องเพลง ร้องเพลงไม่ถูกคีย์ ผิดบ้าง เพี้ยนเสมอก็ตาม แต่สิ่งนึงที่เรามีแน่นอนในทุกๆครั้งที่เรา “เปล่งเสียงร้องเพลง” ออกมา นั่นก็คือ เราร้องเพลงออกมาจากหัวใจ เพื่อสรรเสริญพระเจ้า ด้วยสิ้นสุดหัวใจของเรา แม้ว่าเกือบจะทุกๆครั้งที่เราร้องเพลง จะมีเสียงรอบข้าง ตำหนิ ติเตียนในการร้องเพลงของเราก็ตาม แต่เราก็พร้อมที่จะน้อมรับคำตินั้น พยายามพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ด้วยว่า เรามั่นคง และดำเนินตามจุดประสงค์ของเรา ที่จะกลั่นกรองบทเพลงออกมาจากหัวใจ และความจริงใจทั้งหมดที่มี เพื่อพระเจ้าอย่างแท้จริง”


ถึง ดิว

คืนนี้ นายคงนอนไม่หลับสินะ เพราะพรุ่งนี้ จะเป็นคืนแห่งการตัดสินอนาคตของนาย เราอยากจะบอกนายว่า “ไม่ต้องกังวลถึงวันพรุ่งนี้ เพราะคนตัดสินไม่ใช่ มนุษย์หน้าไหน หรือว่าคะแนนโหวต หากแต่ ตัวนายเองต่างหาก ที่จะกลั่นกรองทุกสิ่งจากหัวใจนายออกมาได้มากแค่ไหน” เราเป็นกำลังใจ ให้นายมีสติ และไม่ลืมความตั้งใจแรกที่นายต้องการร้องเพลง นายไม่ได้ต้องการร้องเพลง เพื่อขับกล่อมให้คนรอบข้าง อึ้ง ทึ่ง และเสียวในเทคนิคชั้นสูงของนาย หากแต่นายต้องการร้องเพลง เพื่อให้คนฟังมีรอยยิ้ม และมีนายเป็นแรงบันดาลใจในการร้องเพลง (อย่างเช่นเรา เป็นต้น)

ขอพระเจ้าอวยพรให้นายด้วย เราจะรอดูนายอยู่ และในทุกๆครั้งที่เราจะร้องเพลง เราก็จะร้องออกมาด้วยหัวใจเช่นกัน

ถึง ตัว T ของหนู

คืนนี้หนูกลับบ้านดึกมาก และหนูก็โดนหมาเกือบ 10 ตัว วิ่งไล่เห่า ดักหน้า และดักหลัง บอกตามตรงนะคะ หัวใจหนูหล่นไปอยู่ที่ “ตาตุ่ม” ก็อย่างที่เคยบอกคุณ หนูไมได้กลัวถูกหมากัดเพราะ “กลัวเจ็บ” แต่หนูมีความเชื่อลึกๆที่ว่า “หากใครโดนหมากัด จะต้องโชคร้ายไปอีก 2 ปี เพราะหมานั้นมี ญาณวิเศษ” นั่นคือเหตุผลที่หนูพยายามหลีกเลี่ยง และระวังตัวให้มากที่สุด

เหนื่อยจังเลยคะคนดีวันนี้ กิจกรรมหลายๆอย่าง ดูวุ่นวาย และสับสนไปหมด แต่คุณไม่ต้องห่วงหนูนะคะ หนูต้องผ่านเรื่องพวกนี้ไปได้แน่นอน ก็หนูมีคุณเป็นกำลังใจให้หนูมีแรงก้าวไปนี่คะ

หนูขอตัวไปนอนก่อนนะคะ เริ่มจะง่วงแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าด้วย ไว้คุยกันนะคะคนดี

หนูรักคุณในทุกๆวันคะ




วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ความเปลี่ยนแปลง

ห่างหายจากการเขียนไดอารี่ไปหลายวัน จริงๆแล้ว เราไม่ได้หายไปไหนหรอกนะ เพียงแต่เพราะว่า ภาระที่วุ่นวาย รวมถึงสุขภาพที่ยังไม่หายดี ทำให้เราไม่มี “ทั้งอารมณ์ และแรงบันดาลใจ” ใน “การสร้างสรรค์” ผลงานดีๆ ออกมาให้เพื่อนๆได้อ่านกัน

มา update ชีวิตกันหน่อย ช่วงนี้เราต้องซ้อมเพลงอย่างหนัก เนื่องจากมี “งานใหญ่” รอเราอยู่ถึง 2 งาน แต่ก่อนที่เราจะต้อง “เหน็ดเหนื่อย” กับภารกิจที่รอเราอยู่ เราขอเดินทางไป “พักผ่อน” สมอง และ หัวใจที่เกาะช้างเสียก่อน เรามีแผนว่าจะเดินทางเช้ามืดวันจันทร์ที่จะถึงนี้

ถึง ตัว T ที่รักของหนู

ช่วงเวลาหลายๆวันที่ผ่านมานี้ ชีวิตหนู “วนเวียนอยู่ในห้วงอารมณ์คิดถึง และเป็นห่วงคุณ” คนดีคะ ยิ่งเราอยู่ “ห่างไกลกัน” หนูไม่สามารถดูแลคุณแบบใกล้ๆ ได้ แต่อีกไม่นานนะคะ อดทนไว้นะคะคนดี

หนูรักคุณนะคะ

เพลงนี้ให้คุณนะคะ





เพลง ความเปลี่ยนแปลง

ไม่เอาอีกแล้ว ฉันพอทีกับความรักทุ่มเทกี่ครั้ง ฉันก็ยังต้องผิดหวังกี่ทีกี่ครั้งที่เสียน้ำตา
เจ็บจนอ่อนล้าฉันช้ำเกินไปวิ่งตามแค่ไหนก็ได้เพียงเงากับความเหงาใจ… แค่เท่านั้น
ได้เจอกับเธอ ก็เริ่มเข้าใจในความรักคนที่บอบช้ำ
ได้มาเจอกับความหวังจากสิ่งที่คิดว่ามันว่างเปล่า
ที่เราไขว่คว้าไม่เคยมีจริงเธอนำความรักแท้จริงเข้ามาผูกพันในหัวใจ…และวันนี้ฉันเปลี่ยนไป
ตั้งแต่เมื่อฉันรู้จัก และฉันได้มาพบเธอมันทำให้ฉันต้องเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงหัวใจฉันไปได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ที่ฉันไม่เคยพบเจอ
เพราะสำหรับฉันแต่ก่อน ความรักคือการคว้ามาแต่ในวันนี้ฉันเปลี่ยน ความรักคือการให้ไปเพิ่งจะรู้และเข้าใจ เมื่อฉันได้มารักเธอ
ตั้งแต่เมื่อฉันรู้จัก และฉันได้มาพบเธอมันทำให้ฉันต้องเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงหัวใจฉันไปได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ที่ฉันไม่เคยพบเจอ
เพราะสำหรับฉันแต่ก่อน ความรักคือการคว้ามาแต่ในวันนี้ฉันเปลี่ยน ความรักคือการให้ไปเพิ่งจะรู้และเข้าใจ เมื่อฉันได้มารักเธอ
ตั้งแต่เมื่อฉันรู้จัก และฉันได้มาพบเธอมันทำให้ฉันต้องเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงหัวใจฉันไปได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ที่ฉันไม่เคยพบเจอ
เพราะสำหรับฉันแต่ก่อน ความรักคือการคว้ามาแต่ในวันนี้ฉันเปลี่ยน ความรักคือการให้ไปเพิ่งจะรู้และเข้าใจ เมื่อฉันได้มารักเธอ..เพิ่งจะรู้และเข้าใจ เมื่อฉันได้มารักเธอ