วันอังคารที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2554
ประชดรักภาคพิเศษ
วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2553
ประชดรักตอนที่ 6
เพื่อนๆหลายคนรออ่าน “งานเขียนที่เราได้เกริ่นไว้อย่างใจจดใจจ่อ” ต้องขอโทษด้วยนะคะที่หายไป จนบางคนสงสัยว่า บ้านเราน้ำท่วมหรือ? เปล่าเลยคะ เพียงแต่ว่าช่วงนี้เรากำลังยุ่งๆอยู่กับ “การเล่นหุ้น” (งานประจำของเรา) ลุ้นตลอดหลายวันที่ผ่านมา เลยไม่มีเวลาและมีอารมณ์มานั่งขีดนั่งเขียนให้เพื่อนๆได้อ่านกัน และสุดท้ายก็ต้องผิดหวังกับการเล่นหุ้น เพราะ “เสีย” คะ (ก็แค่ตัวเลขวิ่งไปวิ่งมา ตอนเช้าเรายังเล่นได้กำไรประมาณว่า มีเงินไปจัดทริปไปเที่ยวในประเทศ 3 วัน 2 คืนแบบสบายๆ แต่พอตกบ่าย ก็ขาดทุนมากถึงขนาด เอาเงินไปถอยรถ Honda Accord รุ่น Top แต่งพร้อมได้ 1 คัน) สรุปเราตัดสินใจ Cut Loss (เสียแบบเต็มๆไป) 555 ขำตัวเอง (มาคิดอีกแง่ เราเสียให้กับคนที่เขาต้องการเงิน และต้องการความมั่นใจในการเล่นหุ้นมากกว่าเรา อย่างน้อยการเสียเงินครั้งนี้ ก็ไม่เสียดายมากเท่ากับที่เสียเพราะไปทุ่มเทให้กับทอมห่วยๆ ที่มาหลอกลวงให้ช้ำใจ) T_T ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ต้องดีกว่าเก่า
สำหรับเรื่องที่เราเกริ่นไว้ล่าสุด เราขอ “ยกยอดไปเขียนครั้งหน้านะคะ” เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องเด็ด ต้องกลั่นกรองให้เด็ดจริงๆถึงจะกล้าลง อิอิ
วันนี้เราขอเสนอ “เรื่องราวที่เกิดจากการประชดรัก จนทำให้ชีวิตของตัวเองต้องพังพินาศ” แทบจะเป็นปกติในชีวิตคู่หรือชีวิตรัก ที่จะต้องมีการกระทบกระทั่ง เอาแต่ใจ และประชดประชันกันบ้าง (เพราะคนหลายคนในสังคม อาย และกระดากปากที่จะพูดความต้องการที่แท้จริงของตัวเองไปตรงๆ และอีกฝ่ายบางทีก็คิดไม่ถึง คิดไม่ทัน จนเกิดเป็นปัญหาหยุมหยิมในชีวิตคู่) แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมันจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ หรือเรื่องใหญ่ๆนั้น ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านอารมณ์ และนิสัยของคนแต่ละคนด้วย (ดังนั้นระดับความรุนแรงของคู่รัก แต่ละคู่จึงแตกต่างกัน)
“วา” ทอมผู้จัดการฝ่ายขายบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง เป็นแฟนกับ “ปราย” สาว AE คุณหนูลูกผู้ดีเก่า ทั้ง 2 ได้คบกันมาได้ 4 ปีแล้ว คบกันตั้งแต่ทั้งคู่เรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกา ทั้งคู่ดูยังไงก็เป็นคู่ที่เหมาะสมกันทุกประการ จะต่างกันก็ตรงที่เขา “โชกโชน” ในเรื่องความรัก มีแฟนนับสิบ แต่สำหรับเธอไม่เคยมีแฟนมาก่อน เขาเป็นคนแรกของเธอ ชีวิตรักของทั้งคู่ดูเหมือนจะราบรื่น ไม่มีอะไรที่โดดเด่น (ก็เพราะแบบนี้นี่แหละ) จึงทำให้เกิดปัญหา เมื่อเขาเบื่อในลีลา sex ของเธอ เขาจึงออกไปมีกิ๊กบ้างเป็นครั้งคราว แต่ทุกครั้งเขาก็รอดไปได้ตลอด แต่เรื่องมา “แตก” ก็เมื่อเขาไปคั่วอยู่กับนักศึกษาสาวที่กะจะจับเขาอย่างจริงจัง
เมื่อเธอรู้เรื่อง ก็เป็นธรรมดาที่จะต้อง “วีนแตก” และด้วยความที่เขาประสบความสำเร็จในทุกด้าน จึงมี EGO สูง และไม่เคยยอมรับผิด หรือมองเห็นข้อผิดพลาดของตัวเอง เขาจึงตะโกนใส่หน้าเธอบอกว่า “ที่เขาต้องไปมีกิ๊ก เพราะ sex ของเธอห่วยแตก เธอไม่เคยผ่านทั้งผู้ชาย และผู้หญิงมาก่อน ลีลาที่เธอมีนั้นน่าเบื่อมาก” (ก็แค่คำพูดของทอม EGO สูง) และประโยคนี้ก็ทำให้เธอเสียใจ เธอจึงคิดที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อทำให้เขากลับมาหาเธอ เธอรักเขา และคงอายเพื่อนๆหากต้องเลิกกับเขา เธอจึงคิดที่จะไปหาประสบการณ์ทางด้าน sex จากผู้ชาย แค่หวังว่า เขาจะพอใจในตัวเธอ และไม่ต้องไปหากิ๊กอีก เธอไม่กล้าที่จะไปเที่ยวผู้ชายตามสถานบันเทิง (อายที่จะทำแบบนั้น) เธอจึงเลือกวิธีที่จะหาผู้ชายขายตัวทาง internet นัดไปเจอกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่พัทยา และคืนนั้นเธอก็ได้ “เสียว” สุดๆๆ (เขาคงนั้นได้สอน “กลเม็ด เคล็ดลับ” ให้เธออย่างมากมาย)
หลังจากเหตุการณ์คืนนั้นไม่นาน เขาก็มาง้อขอคืนดีกับเธอ และทั้งคู่กกลับมารักกัน ปรับตัวเข้าหากัน เขาก็ดีกับเธอมาก เรื่อง sex เธอก็เริ่มมีความกล้ามากขึ้นเรื่อยๆ เธอมีความสุขจนเวลาผ่านไป เกือบ 2 ปี ช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นก็ “จบลง” เมื่อเธอไปตรวจสุขภาพประจำปี ผลตรวจออกมาว่า “เธอเป็นเอดส์” (ติดมาจากผู้ชายคนนั้น) เธอไม่กล้าบอกให้เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง เธออาศัยช่วงเวลาที่เขาไปประชุมที่ต่างประเทศ เก็บเสื้อผ้าออกจากคอนโด หนีไปจากชีวิตเขา และไม่คิดที่จะกลับมาอีก ถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้เหตุผลที่เธอจากเขาไป
สำหรับเขา เราเชื่อว่า ณ ตอนนี้ เขาก็ไม่รู้ตัวเองว่า “คำพูดประโยคนั้นที่เขาพูดออกมา จะโดยตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตาม มันเป็นแรงกระตุ้นให้เธอต้องก้าวผิดพลาด” ก็เพราะความ EGO สูงนั่นเอง ถ้าวันนั้นเขายอมรับผิด และขอให้เธอให้อภัย และเริ่มใหม่ ตอนจบของเรื่องนี้ก็คงเปลี่ยนไป
ถึงตอนนี้เราเชื่อว่า “เธอคงคิดไม่ถึงว่าชีวิตของเธอจะต้องเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้ เพียงเพราะต้องการที่ประชดเพียงครั้งเดียว” ไม่มีใครรู้หรอกว่า สิ่งที่เราได้ตัดสินใจทำ เพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบนั้น จะมีผลที่ตามมาเช่นไรบ้าง? ณ วินาทีนั้นก็คิดแค่ว่า “ไม่เป็นไร” ขาดสติ จนเกิดเรื่องขึ้นมาจนได้
ฝากไว้สำหรับเพื่อนๆที่ชอบเอาชีวิต หัวใจ ของตัวเองไปเสี่ยงกับเรื่องต่างๆ อยากให้คุณเข้าใจ และยอมรับว่า “ความรัก และความต้องการที่จะมีแฟนนั้น ไม่ใช่จุดมุ่งหมายเดียวของชีวิตคู่ ขาดไปเราก็หาใหม่ได้ อย่ายึดติดมากเกินไป”
สำหรับใครที่กำลังมีความรัก เมื่ออ่านเรื่องนี้แล้ว ลองหยุดคิดสักนิดแล้วถามตัวเองว่า “คุณมีอะไรในใจที่อยากจะบอกคนข้างกายคุณหรือเปล่า? มีความรู้สึกอะไรที่อยากจะพูดตรงๆกับเขาหรือเปล่า? ในความรักไม่มีคำว่า ถูก หรือผิด? มีเหตุผล หรือไม่มี? เป็นเพียงความต้องการของคนสองคน และคนสองคนที่ว่านั่น คุณก็ได้เลือกแล้ว และเมื่อเลือกแล้ว ก็อย่า “ทิฐิ” ที่จะไว้ใจ ยอมรับ และพูดกับเขาตรงๆ หากเขาเป็นคนที่ใช่ของคุณ เขาจะยอมรับในตัวคุณได้อย่างสุดหัวใจ”
ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน
วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2551
ประชดรัก
เคยมีคนบอกว่า “มีรัก” ก็ต้อง “มีทุกข์” เพราะ “รักและทุกข์” มาพร้อมกันเป็น “package คู่” ใครที่ยังโสด (เพราะยังหาแฟนไม่ได้ หรือไม่มีใครเอา) เป็นโชคดีของคุณแล้ว ที่คุณไม่ต้องหนาวๆร้อนเพราะความรัก (แต่อาจจะเฉาตายเพราะความเหงา) คู่รักหลายคู่ได้ผจญภัยมาอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะอุปสรรคแบบพิศดารขนาดไหน ก็ต้องฝ่าไปให้ได้ เพื่อที่จะไปให้ถึงยังเป้าหมาย (ไม่มีใครรู้ว่าเป้าหมายและบทสรุปของความรักเป็นเช่นไร แต่ดูทุกคนจะทุ่มเท Fight For Love กันซะเหลือเกิน) เมื่อเย็นวานฝนและลมกระหน่ำ กรุงเทพฯ ทำให้การจราจรแทบทุกเส้นทางเป็นอัมพาต จากที่เราเคยขับบนทางด่วน ด้วยความเร็ว 120-130 กม./ชม. ต้องลดลงเหลือ 10-20 กม./ชม. เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาทั้งคนเขียน (เรา) และคนอ่าน (พวกคุณ) เริ่มเรื่องกันเลยดีกว่า
การที่ “ทอม” และ “ดี้” ตัดสินใจคบกันนั้น เป็นเรื่องที่ง่ายแสนง่าย แค่ click กันก็คบกัน แต่การที่จะผยุงชีวิตรักให้อยู่ยั่งยืนและยืนยาวนั่นสิ ยากเสียกว่าการขอใครสักคนเป็นแฟนซะอีก (ว่าไหม?) “กิ่ง” ดี้วัย 36 คบกับ “ปราง” ทอมวัย 32 มาได้ 6 ปีแล้ว ทั้งคู่ ช่วยกันทำงานเก็บเงินจนซื้อคอนโดได้ห้องหนึ่งแถวมีนบุรี เธอและเขามีความรักเรียบง่าย เธอไม่เคยคิดหรือเฉลียวใจ (คิดระวังตัวบ้างก็ดีนะคะ ทอมสมัยนี้ไว้ใจได้ที่ไหน) เลยว่าเขาจะเจ้าชู้ หรือไปมีกิ๊กที่ไหน ด้วยความไว้ใจและมั่นใจ (รับประกันด้วยระยะเวลาที่คบหากันถึง 6 ปี) เธอไม่เคยรู้เลยว่า เขาได้มีกิ๊กซึ่งคบกันมาเกือบ 4 ปีแล้วอีกคน (เขาและกิ๊กทำงานที่เดียวกัน) ก็อย่างที่ใครๆพูด “ความลับไม่มีในโลก” มีเพื่อนร่วมงานของเธอคนใหม่ ย้ายมาจากตึกที่เขาทำงานอยู่ เพื่อนคนนี้เป็นหญิงปกติ เลยค่อนข้างจะตื่นเต้นเมื่อได้รู้จักกับเธอที่เป็นดี้ เพื่อน (ผู้ปากมากคนนี้) ได้เล่าให้ฟังว่าที่ทำงานเก่า มีทอมดี้คู่นึง (เขาและกิ๊ก) รักกันมากเลย เธอถามเพื่อนว่าทอมคนนั้นชื่อ ปราง ใช่ไหม? เพื่อนตอบว่า “ใช่” เธอตัวร้อนวูบวาบ น้ำย่อยดูจะโครกครากในท้อง ความดันเริ่มกระโดดโลดเต้นจังหวะ Rock เธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เธอได้ยิน เย็นวันนั้นหลังเลิกงาน เธอรีบกลับมาที่ห้อง เพื่อที่จะค้นหาความจริง แต่เมื่อมาถึงห้อง เขาได้เขียน note แปะ ไว้หน้าตู้เย็นว่า “คืนนี้จะไปนอนกับแม่นะ ไม่กลับห้อง ป๋ารักม๋านะ” เธอไม่รอช้า จากที่ไม่เคยโทรเช็คที่บ้านเขา เธอโทรไป แม่เขารับบอกว่า “ปรางไม่ได้มาค้างด้วยหลายปีแล้ว” เธอนั่งทรุดลงกับพื้น เพราะสิ่งที่เธอประสบก็คือ เขาขอไปนอนกับแม่เขาอาทิตย์ละ 2 คืนมาหลายปีแล้ว เธอเดินไป เดินมา มือกำโทรฯมือถือไว้แน่น ไม่รู้จะทำอะไรก่อน ควรจะโทรไปหาเขาดีไหม? หรือว่าทำเป็นไม่รู้ดี? จะไปตามเขาได้ที่ไหน? คิดมากไปเองไหม? หลายคำถามประดังเข้ามาในหัวเธอ สุดท้ายอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เธอตัดสินใจ โทรหาเขา เขารับสายและพูดว่า “โทรมาทำไม รู้ไหม เพราะเสียงโทรฯแม่ตื่นเลย แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวแม่ดุเอา” เธอบอกเขาว่า “ม๋ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ทำไมป๋าทำกับม๋าแบบนี้” เขาตอบว่า “รู้จากไหน รู้อะไร” เธอบอกว่า “ถึงเวลาพูดความจริงกันแล้วนะ ป๋า” และมีเสียงผู้หญิงคนนึงบอกว่า “ที่รักบอกเมียแก่ของคุณที่ห้องไปสิคะ ว่าเรารักกัน รักกันมานานเกือบ 4 ปีแล้วด้วย ที่คุณยังไม่ทิ้งหล่อนเพราะว่าสงสารหล่อน” เมื่อเธอได้ฟังแบบนั้น น้ำตาเธอหยุดไหล ร่างกายเธอชา เธอถามเขาว่า “ตกลงตอนนี้ม๋ากับป๋ายังรักกันอยู่ไหม เราคบกันอยู่ไหม เพราะอะไรป๋าถึงทำกับม๋าแบบนี้ ม๋าทำผิดอะไร” เขาหยุดไปครู่นึงก่อนจะตอบว่า “ฉันเคยรักคุณ แต่ระยะหลังมานี่ ฉันไม่แน่ใจในความรู้สึกตัวเอง แต่พอฉันมาเจอ “เอ๋” (กิ๊ก) ทำให้ฉันรู้ว่าฉันรักใคร ฉันรักเอ๋ได้ยินไหม ไม่ต้องโทรมาอีก พรุ่งนี้ฉันจะไปเก็บของออกมา แล้วเราจะขายคอนโดและแบ่งเงินกัน ดีแล้วที่รู้เรื่องจะได้ไม่ต้องอธิบายให้มากความ” เขาตัดสายทิ้ง เธอวิ่งไปห้องน้ำ ไปมองกระจก มองหน้าตัวเอง และคิดในใจว่า “นี่ฉันโง่ขนาดนี้เลยเรอะ ฉันไม่มีค่าขนาดนี้เลยเรอะ คนอย่างฉันไม่สมควรจะอยู่บนโลกนี้อีก” คิดได้ดังนั้น เธอไม่รอช้า (ไม่คิดจะทบทวนหรือทำอะไรทั้งนั้น) แค่ความคิดชั่ววูบ เธอตัดสินอนาคตของเธอด้วย “ความตาย” เธอวิ่งไปที่ระเบียง และกระโดดลงมาจากคอนโด (ชั้นที่เธออยู่ชั้น 5) เรือนร่างเธอกระแทกที่พื้น เธอไม่รู้สึกอะไรอีกเลย จนกระทั่งฟื้นได้สติจาก รพ. หมอบอกว่า โชคดีนะคะที่คุณยังไม่ตาย เพียงแต่ว่า คุณเดินไม่ได้ตลอดชีวิต เพราะกระดูกที่ขาคุณแตกละเอียด คำพูดของหมอวันนั้นยังก้องอยู่ในหัวเธอ ตอนนี้เธอคงนั่งอยู่หน้าระเบียงตึกใดตึกหนึ่งของกรุงเทพ เฝ้าคิดเสียใจ และทบทวน สิ่งที่เธอได้ทำพลาดไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบของตัวเอง เพียงแค่คิดที่จะประชดใครคนนึง (โดยที่เขาคนนั้น อาจจะไม่มีค่าพอ ที่จะได้รับความรักที่บริสุทธิ์จากเธอก็ได้)
สำหรับ “ปราง” ทอมชั้นสวะ เช่นคุณ โชคดีแค่ไหนแล้ว ที่มีดี้คนนึงอุทิศชีวิต และความโง่งมงายให้ อย่าหลงระเริงเลย เวรกรรมมันติดจรวดนะ
สำหรับ “กิ่ง” อะไรที่พลาดมาแล้ว ปล่อยมันไป อย่าคิดมากนะ ชีวิตต้องก้าวต่อไป อย่างน้อย สิ่งที่มาทดแทน ขา 2 ข้างที่กิ่งเสียไปคือ ในที่เข้มแข็ง ขอบคุณนะ ที่แบ่งปันเรื่องราวกับเรา
สำหรับ คนที่อ่านไดเราในวันนี้ เราเขียนไดเพื่อให้คุณอ่านแล้วซึมซับเพื่อว่าคุณจะได้มีภูมิคุ้มกันทางความคิดได้ดี แต่ถ้าคนที่คิดจะทำร้ายตัวเอง อ่านแล้วยังไม่ได้ข้อคิด ไม่ได้ทางสว่าง จะทำร้ายตัวเองยังไง จะฆ่าตัวตาย หรือทำอะไร ก็ขอให้ตายสนิทนะ อย่าอยู่รอดมาเป็นภาระของสังคมอีกเลย
ด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบ สามารถทำให้อนาคตมือดับพังทลายลงได้
อนาคตของคนบางคน
จบลงที่ความอยากจะประชดประชันในบุคคลที่เขาไม่เคยเห็นค่าเรา
อนาคตของคนบางคน
จบลงด้วยการใช้ชีวิตอย่างประมาท
อนาคตของคนบางคน
จบลงด้วยความอยากจะเอาชนะ และวัดใจใครสักคน
แต่เมื่อเราก้าวพลาดไปแล้ว เราต้องเสียใจไปชั่วชีวิต
อนาคตอยู่ในมือของเรา อย่าปล่อยให้ดับสูญไปด้วยมือของเรา
ขอให้เพื่อนๆได้คิดอยู่เสมอว่า
“บนหนทางไกล ก้าวแต่ละก้าวมีค่าเสมอ เผลอไผลเพียงครั้งคราว อาจเจ็บร้าวไปชั่วชีวิต”
ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน