Recent News

Powered by eSnips.com

วันพุธที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ต้องดีกว่าเก่าเสมอ

เราเชื่อว่า คุณผู้อ่านหลายๆคน อาจจะเคยตกอยู่ในความรู้สึกสับสนกับคนที่คุณกำลังคบอยู่ อยู่ในภาวะคิดไม่ออก บอกไม่ถูก ว่าจะเลือกเดินทางไหน?


บ้างก็อยู่ในช่วงกำลังคิดว่า จะเลิกดีไหม? เพราะคบต่อไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น มีแต่เรื่องให้ปวดหัวจนเครียดแล้วเครียดอีก


บ้างก็กำลังประสบกับปัญหาเดิมๆ เรื่องเดิมๆ ต้องคอยอธิบาย คอยแก้ตัวอยู่จนเบื่อหน่าย


บ้างก็กำลังเจอกับ คนที่ไม่ใช่ แต่ต้องฝืนทำเป็นว่าใช่ นั่นแหละที่ทรมานที่สุด “เพราะคนที่รักร้างไกลนั้นเจ็บไม่นาน แต่คนไม่รักใกล้กันช้ำใจยิ่งกว่า”


เหตุผลนึงที่ทำให้ต้องทนต่อไป นั่นก็คือ “การกลัวการเปลี่ยนแปลง และการมองไม่เห็นอนาคต” ไม่รู้ว่า ถ้าเลือก “จบความสัมพันธ์” กับคนที่ไม่ใช่แล้ว จะเจออะไรในอนาคต? จะเจอคนที่ดีกว่าคนที่คบอยู่หรือไม่? และเหตุผลนี้ก็ทำให้คนส่วนใหญ่ ไม่เลือกที่จะเดินออกมา ยังคงจมอยู่กับความทุกข์ (ที่ชาชิน)อยู่นั่นแหละ


เราเคยเจอสถานการณ์เช่นนั้นมาแล้ว เคย “ขี้ขลาด” จนไม่กล้าที่จะ “ก้าวออกมา” ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่า หากยังคงย้ำอยู่กับที่ อยู่กับคนที่ไม่ใช่ มีแต่เสีย และก็เสีย เสียสุขภาพจิต เสียเวลา เสียทุกอย่าง จนสุดท้าย เมื่อ “ความรู้สึกในแง่ลบทุกอย่างทับถมจนเต็ม” เราจึงได้สติ และก้าวออกมา และการก้าวออกมาในครั้งนั้นก็ทำให้เราเจอสิ่งที่ดีกว่า คนที่ดีกว่า สังคมที่ดีกว่า รวมถึงความรักที่ดีกว่า และนั่นก็ทำให้เราได้ตระหนักว่า ในอนาคตมีคนที่ดีกว่า ที่คู่ควร และเหมาะสมกับเราอยู่เสมอ เพียงแต่ว่าเรา “กล้าหาญ” พอที่จะ “ก้าวออกมา” หรือเปล่า


ณ วันนี้ เรามีความสุขที่ได้อยู่กับคนที่เรารัก และรักเราอย่างแท้จริง ทุกๆวันที่ดำเนินอยู่นั้น perfect และมีความสุขที่สุด


การที่ได้นอนในอ้อมกอดของคนที่รักเราจริงๆ คนที่เต็มใจกอดเราจริงๆ โดยที่เราไม่ต้องเรียกร้อง


การที่ได้อยู่กับคนที่ทำทุกอย่างเพื่อเราจริงๆ โดยไม่หวังผลตอบแทน


การที่ได้แบ่งปันชีวิตที่เหลือกับคนที่เปิดใจรับจริงๆ


การที่ได้มีความสุขอย่างแท้จริง กับคนที่เราต้องการอย่างแท้จริง


การได้รัก และถูกรัก โดยไม่มีเงื่อนไข


และทั้งหมดนี้ เราค้นพบได้จาก “เขาคนนั้น”


ขอบคุณนะคะที่เข้ามา “เติมเต็ม” และเป็นทุกอย่างให้ คุณทำให้หนูรู้ว่า “ความรักที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร?”


รักคุณทุกลมหายใจเข้า-ออก


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน


วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

โรคติดแฟน

เพื่อนๆเคยเป็นกันไหมคะ? เมื่อมีความรัก หรืออยู่ในอารมณ์รักนั้น มักจะ “สับสน” อยู่ในใจตลอดเวลา (ไม่รู้ว่าสับสน หรือวุ่นวายใจเรื่องอะไร? รู้แต่ว่า ตะหงิดๆในใจ) หลายครั้งที่พร่ำบอกกับตัวเองว่า “รักอย่างมีสตินะ รักอย่างมีสตินะ” แต่เมื่อ “ความต้องการ และเสียงหัวใจลึกๆในใจเรียกร้องแล้ว” ก็ทำให้คนที่ดูเหมือนจะ “มีสติ” ตลอดเวลา กลายเป็น “คนงี่เง่า” ได้เหมือนกัน


เราก็เป็นอีกคนที่มีอาการแบบนี้ เราจึงขอเรียกโรคนี้ว่า “โรคติดแฟน”


“โรคติดแฟน” นี้ สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศ และทุกวัย ไม่จำกัดช่วงเวลา ไม่มีปัจจัยภายนอก ไม่มียาไม่มีวัคซีน ไม่มีทางใดรักษา นอกจาก “เขา” คนเดียวเท่านั้นที่รักษาได้


อาการเบื้องต้น


มีความต้องการเขาอยู่ตลอดเวลา (ต้องการให้อยู่ใกล้ๆ ต้องการทำกิจกรรมร่วมกัน อย่าคิดลึกนะ กิจกรรมทั่วไปจ้า)


ชอบเรียกร้องความสนใจ เรียกร้องเวลา และเรียกร้องความเอาใจใส่ (จริงๆไม่ได้ขาดหรอกนะ ที่เขาทำทุกวันก็มากพอแล้ว แต่ก็ไม่รู้เป็นไง ถ้าเรียกร้องได้เพิ่มอีกนิด ชีวิตจะ happy มากๆ)


สังเกตุพฤติกรรมของเขาอยู่ตลอดเวลา (ไม่ว่าเขาจะเดิน นั่ง พูด คิด ออกแนวจิตนิดๆ)


อยากให้เขาเป็นของเราคนเดียว อยากให้เขามีเราคนเดียว (เขาคือโลกทั้งใบของเรา)


อาการข้างเคียง


อาจจะทำให้มีผลต่อภาวะทางอารมณ์ เปลี่ยนบุคลิกจากคนปกติ เป็นคนที่งอน งอแง และไม่มีเหตุผล (เพราะเหตุผลเดียวคือ คุณ เท่านั้น)


อาจหน้าบึ้งตึง เหวี่ยงไปทั่ว (แม้เรื่องเล็กๆ)


ขั้นตอนการรักษา


ป้อน “คำหวานจากคุณ” ทุกๆ 5 นาที


ฉีด “อ้อมกอดของคุณ” เข้าเส้นทุกค่ำคืน


จิบ​“ความสนใจจากคุณ” ทุกชั่วโมง


บำบัดด้วย “ความรักที่จริงใจจากคุณ” ทุกอาทิตย์


หมายเหตุ อาการของโรคนี้ เมื่อเป็นแล้ว รักษาหายแล้ว อาจเป็นซ้ำได้ทุกเมื่อ รักษาตามอาการ


ข้อควรระวัง ควรใช้ความอดทนสักนิดในทุกๆขั้นตอนการรักษา อย่าท้อไปก่อนล่ะ


ความเป็นจริงของโรคนี้ ทุกๆพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ตัวเราเองมี “สติ” อยู่เสมอ รู้นะว่าทำอะไร? คิดอะไร? เพียงแต่ว่า อยากจะเอาแต่ใจตัวเองมากหน่อย เห็นแก่ตัวอีกนิดหน่อย เพราะรักเขาที่สุดไง


หากคุณได้เข้ามาอ่านหน้านี้ ก็อยากให้คุณเข้าใจว่า “ที่หนูรู้สึกสับสน และวุ่นวายใจมากมาย ทั้งหมดนี่ก็เพราะคุณนั่นแหละ ที่เดินเข้ามาในชีวิต เข้ามาทำให้หัวใจดวงนี้รู้สึก “ตื่นเต้น และพร้อมเปิดใจรัก” อีกครั้งนึง


รู้ “ต้นเหตุ และวิธีรักษา” แล้ว ก็รีบทำนะคะ หนูจะรอ อิอิ อย่าเพิ่งเบื่อหนูก่อนล่ะ หนูรักคุณเสมอนะคะ


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน

วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Hua Hin Trip

เมื่อวันศุกร์ที่แล้วเรากับที่รัก และเพื่อนรัก ได้ไปเดิน “ไทยเที่ยวไทย” ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ ณ งานนั้น เราได้ซื้อห้องพักที่หัวหิน เพื่อไปกับที่รัก และซื้อห้องพักที่ปากช่อง เขาใหญ่ เพื่อไปกับที่รักและเพื่อนรัก รวมถึงได้ซื้อบัตร dinner ที่ Ramayana กับที่รักอีก 2 ใบ (คุ้มจริงๆ)

ทริปไปหัวหิน ณ Seahorse Resort Hua-Hin ระหว่างวันที่ 9-11 กรกฎาคม (ต้องขอขอบคุณ “ที่รัก” คนที่สนับสนุน และจัดการทริปนี้ได้อย่างดีเยี่ยม น่ารักจริงๆ)

เราทั้งคู่ออกเดินทางจากกทม. เวลา 11.30 สายกว่าเวลานัดนิดหน่อย ขับรถจากบ้านเราขึ้นทางด่วน เพื่อจะลงตรงพระราม 2 อยู่ๆเขาก็หันมาบอกเราว่า “เขาง่วงนอนมากมาย” เพราะเมื่อคืนนอนตี 2 ตื่น 8 โมงเช้า (แต่เขาลืมถามเราว่า เรานอนกี่โมง ตื่นกี่โมง) เขาเสนอให้เราขับรถแทนเขาสักพัก ขอเขานอนงีบเสียหน่อย เราไม่ได้ตอบอะไร เราขอเข้าห้องน้ำในปั้มน้ำมัน แต่เมื่อออกมาแล้วก็พบว่า เขาได้ย้ายไปนั่งที่คนนั่งแล้ว เหลือที่คนขับว่างอยู่ “แสดงว่าคุณไม่ไหวจริงๆนะเนี่ย อิอิ” และเขาก็เผลอหลับไป เราก็ขับรถมาเรื่อยๆ โดยนั่งฟังเพลง และขับแซงไปแซงมากับเบนซ์คันข้างๆ (สุดท้ายก็ได้คำตอบว่า บีเอ็ม กับเบนซ์ ความเร็วพอๆกัน เพราะผลัดกันแซง ผลัดกันช้าไปเรื่อยๆ) เราขับรถถึงหัวหินในเวลา หนึ่งชั่วโมง ขับ 130-150 ตลอด เมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่า ใกล้ถึงหัวหินแล้ว (คุณไม่เคยรู้อ่ะสิว่าหนูเป็นนักขับรถซิ่งตัวยงเลย อิอิ)

มาถึงเข้าที่พัก ที่พักสวยมาก มีเพียง 2 ชั้นบรรยากาศส่วนตัวมาก เมื่อเข้าห้องมาพบว่า สิ่งอำนวยความสะดวกครบ ไม่ว่าจะเป็นไดร์เป่าผม แชมพู ครีมนวด สบู่เหลวอาบน้ำ โลชั่น ชุดคลุมอาบน้ำ รองเท้าใส่เดินในห้อง เซฟ สมุดเยี่ยม อินเตอร์เน็ตไร้สาย ฯลฯ แต่ที่ขาดไปหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ นั่นคือ “แปรงสีฟัน และยาสีฟัน” (แย่จัง เราเอามาทุกอย่างที่เขามีในห้อง ยกเว้นแปรงสีฟัน เฮ้อ) ออกไปซื้อเองก็ได้ หากใครที่เคยมาพักที่นี่ ก็คงจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “พนักงานที่นี่เป็นกันเองมากๆ น่ารักทุกๆคน”

เก็บของเสร็จแล้ว เขาก็โทรไปจอง dinner at Coco 51 แต่เราเริ่มจะหิวก่อนเวลาอาหารเย็น เขาจึงอาสาพาเราไปทานอาหารในบรรยากาศที่ดีมากที่ร้าน Lamer เขาตะเกียบ (บรรยากาศดีเยี่ยมมาก) ถ้าเพื่อนๆได้มีโอกาสมาที่นี่ อย่าพลาดมาทานอาหารที่นี่กันนะคะ)

ขอตัวไปเก็บของก่อนเพื่อ CHECK OUT ไม่รู้ว่าที่รักจะ surprise พาไปไหนกันต่อ อิอิ

ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน

วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ช่วงนี้ "ติดอะไร?"

ห่างหายจากการเขียนไดอารี่ไปนานมาก ต้องบอกว่า นานมากๆ เนื่องจากวุ่นวายกับชีวิต และสิ่งต่างๆรอบตัวมีปัจจัยมากขึ้น ช่วงนี้มีกำลัง “ติดเพื่อนรัก ติดการเล่นไพ่ ติดบอลโลก ติดเล่นเฟสบุ๊ค และติดแฟนอย่างมากๆ” ไดอารี่วันนี้จึงขออธิบาย อาการติด อย่างคร่าวๆให้เพื่อนๆได้อ่านกัน

“ติดเพื่อนรัก”

ต้องขอบคุณฟ้า และ Lesbara ที่ได้ส่ง “เพื่อนจุ๊บ หรือพี่จุ๊บ” ทอมวัย 27 ที่โตด้วยวุฒิภาวะมาให้เรา ขอบรรยายถึงลักษณะเขาโดยคร่าวๆ ทอมสูงไม่ถึงเกณฑ์ ใส่แว่น ตี๋ๆ ขาวๆ ตัวเล็ก และกวนตีนมาก อิอิ (เพื่อนๆเริ่มคิดภาพเขาออกหรือยังคะ)

เราห่างหายจากการมีเพื่อนสนิทมานานหลายปี แต่พอได้พบเขา ชีวิตเราเปลี่ยนไป นอนดึกมากขึ้น เล่นไพ่เก่งมากขึ้น ฯลฯ เขาเป็นเพื่อนที่ดีคนนึง (reveal confirmed) ชีวิตประจำวันของเราได้มีเขาเข้ามาอยู่เกือบตลอดเวลา ตื่นเช้ามาเขาก็จะโทรมาปลุก ชวนไปทานข้าว ชวนไปเที่ยว ชวนไปตีแบด ชวนไปดูหนัง ชวนไปเล่นไพ่ และดูบอลบ้านเขา ฯลฯ คืออะไรที่ไม่เคยทำ ไม่เคยได้มีประสบการณ์ รู้จักเขา เชี่ยวชาญหมด อิอิ

ด้วยความถูกชะตา และถูกคอ ทำให้เรามีวีรกรรมที่มีความสนุก และความบันเทิงร่วมกับเขามากมาย และในวันพฤหัสที่ 15 นี้ เราได้นัดไปเที่ยวที่ ปากช่อง เขาใหญ่ ไปเที่ยวเชิงผจญภัย แล้วจะมาเล่ารายละเอียดให้ฟัง

“ติดการเล่นไพ่”

สืบเนื่องจากกลุ่ม 7PM ได้มีการนัดหมายเพื่อเล่นไพ่กัน จากเราคนที่ไม่เคยเล่นไพ่เป็น ตอนนี้เล่นเก่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็น “ผสมสิบ ดัมมี่ หรือเก้าเก” การเล่นไพ่นี้ เป็นการฝึกสมองอย่างนึง นั่งเล่นกันไป ลืมดูเวลา เช้าพอดี

ข้อดีของการเล่นไพ่ ยกตัวอย่างเช่น เราจะรู้สึกเสียดายเงิน ห้าบาท สิบบาทมากขึ้น เสียห้าสิบบาทนอนไม่หลับไปหลายวัน หรือ เราจะได้ยินเพลงผสมคำแนวใหม่ (คิดเอาไว้ว่าใช่ ต้องน๊อคแน่ๆ มันเป็นอะไรที่พูดยาก กินหัวแน่ๆ) หรือ เราจะได้หมั่นไส้เพื่อนร่วมวงเรามากขึ้น อิอิ

“ติดบอลโลก”

ไม่ค่อยชอบดูบอลเท่าไหร่ แต่มีบอลโลกเมื่อไหร่ ต้องนัดดูบอลกับเพื่อนสนิท แทงกันคนละข้าง ใครเสียเลี้ยงข้าว

“ติดเล่นเฟสบุ๊ค”

ตอนนี้เรื่องราวในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่เราก็จะลงในเฟสบุ๊ค เล่นเกมส์ในนั้น และติดต่อกับเพื่อนอีกหลายคน

“ติดแฟน”

ณ ตอนนี้เราคบกับแฟนได้เกือบ 7 เดือนแล้ว อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง ไปไหนไปด้วยกัน มีคนถามว่า รู้จักกันได้อย่างไร? คือแฟนของเราคนนี้ ได้เลื่อนขั้นจาก “คนขับรถส่วนตัว” มาเป็น “แฟน” แบบไม่ต้องขึ้นเงินเดือน อิอิ

ณ ตอนนี้เราอยู่ที่ “หัวหิน” มาซ้อมฮันนีมูนกันก่อน ไว้จะมาเขียนเล่าให้ฟังนะคะ ขอตัวไปนอนแช่น้ำก่อน มี dinner ค่ำคืนนี้ อิอิ

ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน