Recent News

Powered by eSnips.com

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Zeta

ห่างหายไปนาน สำหรับการเขียนไปนาน เราก็ไม่ได้ไปไหนหรอกคะ ก็ยังอยู่ที่เดิม ทำกิจกรรมเดิมๆ เพียงแต่ว่า ตอนนี้ติด series “Supernatural” เท่่านั้น ดูไม่ได้หลับไม่ได้นอน ตอนนี้ถึง season 4แล้ว (สนุกมากมาย)


ผ่านไปแค่แวบเดียว เดือนนี้ก็หมดเดือนอย่างรวดเร็ว มีแค่ 28 วันเองเนอะ น้อยมากๆเลย พูดถึงวันสำคัญในเดือนนี้ ถ้าจะไม่กล่าวถึง "วันวาเลนไทน์" ก็ดูจะเชยไปสักนิด สำหรับวันวาเลนไทน์ในปีนี้ของเรา ก็มีเรื่องต้องประหลาดใจอย่างมาก นั่นคือ เราไม่ได้รับดอกไม้สักดอกเลยในวันวาเลนไทน์ มีเพียงดอกไม้ก่อนวันวาเลนไทน์จากพี่หนิง และดอกไม้หลังวาเลนไทน์ที่ไม่ได้ซื้อหามาจากไหน หากแต่ใช้ความพยายามในการจัดดอกไม้ครั้งแรก และเป็นครั้งที่พิเศษสุดจริงๆ (ขอบคุณนะคะ สำหรับแจกันดอกไม้ที่ใช้เวลาจัดนานกว่า 2 ชั่วโมง)


วันวาเลนไทน์ เราได้ไปดูเดี่ยว 8 ที่พารากอน ไปกัน 4 คน ถ้าจะพูดถึงการแสดงในวันนั้นของโน๊ต จัดได้ว่า ไม่ค่อย ฮา เท่าที่ควร แต่ก็พอคลายเครียดในช่วงสังคมแบบนี้ เราไปดูรอบบ่ายโมง ออกมาจากฮอลล์ก็ห้าโมงแล้ว ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปพัทยา เพื่อไปทานข้าวเย็น แต่สืบเนื่องจาก "คนขับรถส่วนตัว" เกิดไม่สบาย เป็นไข้เสียก่อน ทำให้เราต้องเลื่อนทริปทานข้าวไปอย่างไม่มีกำหนด (เอาไว้เราจะนำรูป และบรรยากาศที่เราไปทานข้าวในวันที่ 16 หลังวาเลนไทน์สองวันมาให้เพื่อนๆได้ชมกัน)


ช่วงนี้ค่อนข้างที่จะมีอารมณ์อยากไปเที่ยว เมื่อคืนวาน เราจึงไป "เซต้า" กับน้องที่รัก และคนขับรถส่วนตัว (ครั้งนี้เป็นการไปครั้งที่สอง ครั้งแรกก็เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว) แต่กว่าเราจะไปถึงร้านก็ ห้าทุ่มครึ่งแล้ว เนื่องจากเราต้องไปเข้าโบสถ์ก่อน พอเดินเข้าไปในร้าน เราก็เริ่มมีอาการเมา (ทอม) ทอมมากมาย ยืนเรียงราย โยกซ้าย โยกขวา และจู่ๆก็มีพนักงานในร้าน (ทอม
ฉบับกระเป๋า หัวตั้งๆ หน้าใสๆ) เดินเข้ามาใกล้ พร้อมถามว่า จะดื่มอะไรดีครับ? เราอยู่ในภวังค์ครู่นึง ก่อนที่จะทำอะไรไม่ถูกและสั่งไปว่า ขอ San miguel (คือจริงๆแล้ว อยากสั่ง smirnoff) เมื่อเครื่องดื่มมาถึง เราก็ถึงบางอ้อ นี่เราเมาทอมอย่างหนักแล้วนะเนี่ย สั่งผิด แล้ว
โดยส่วนตัว เราไม่ทานเบียร์ด้วย (แต่น้องเบียร์พี่ดื่มได้นะ) ทำไงดีอ่ะ ก็ยืนถือขวดหมุนไปหมุนมา ให้คนข้างๆดื่มจนหมด และเราก็เลยสั่งน้ำส้มมาดื่ม ไม่ได้อยากจะเป็นนางเอกหรอกนะ เพียงแต่ว่า เมาจริงๆ เมาทอม หลังจากเสพบรรยากาศได้สักพัก ตีหนึ่ง เราจึงเดินออกจากร้าน กลับบ้านไปนอนดีกว่า (นับว่าเป็นคืนที่น่าจดจำอีกคืนนึง) กลับมาถึงบ้านก็ตีสอง แต่เรายังไม่นอน ยังเปิดดู supernatural ได้อีกสองตอน กว่าจะนอนได้ตีสี่กว่าเข้าไปแล้ว


วันนี้กะว่าจะตื่นสายเต็มที่ ลืมตาขึ้นมาก็เที่ยงกว่าแล้ว อยากจะขอนอนอีกนิด แต่ส่ิงมีชีวิตที่รักในห้องนอน ไม่ยอมให้นอนต่อ กลิ้งเกลือก พลิกไปพลิกมา จนเราจะต้องตื่น และแล้ว "ชีพจรก็ลงเท้า" อีกจนได้ เนื่องจาก "คนขับรถส่วนตัว" อยากจะพาเราไปกิน "แจงลอน" (คล้ายๆ ทอดมัน ย่างมี สาม ปล้อง) อาหารที่เราเฝ้าตามหามาตลอด ไม่ว่าจะไปเดินงานเกษตรแฟร์ เดินตลาดสี่ภาคที่พัทยา และที่ต่างๆ แต่ก็หาทานไม่ได้สักที ด้วยความหวังดีของเขา และความหิวของเรา การเดินทางไปตลาดน้ำดอกหวาย เพื่อทานแจงลอนเพียงไม้เดียวก็เกิดขึ้น และการเดินทางในวันนี้ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี หลังจากกลับจากดอนหวายเราก็ไปคอนโด "คนขับรถ" เพื่อรอเขา write DVD ก่อนจะพาเราไปส่งบ้าน แต่ก่อนจะกลับบ้าน เขาชวนเราไปหาอะไรทานที่ "เยาวราช" Oh my GOD! ดูท่าทางคุณจะชอบขับรถจริงๆนะคะ แต่เนื่องจากเราอยากกลับมาดู supernatural เราจึงปฏิเสธ หาข้าวผัดปูแถววิภาวดีแทน


พรุ่งนี้เขาก็มีแผนพาเราไปทานปูที่ "อ่างศิลา" (อะไรจะชอบขับรถขนาดนั้นคะ) ถ้าพรุ่งนี้หนูตื่นไหวนะคะ แล้วเราค่อยไปด้วยกันอีก ชีวิตช่วงนี้แสนสบาย ไม่ต้องขับรถเอง มีคนขับรถให้ (อย่าทำให้หนูเคยชินมากนะ เดี๋ยวเคยตัว)


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน






วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Welcome Back Lesla

ในที่สุด เวปเลสล่า ของพวกเรา ก็กลับมาแล้ว หลังจากที่เราเป็น “ดี้เร่ร่อน” อยู่นาน ถึงเวลาเสียที ที่จะได้มีที่ “สิงสถิต” และเจอกันที่ http://www.lesla.com นะคะ


ขอบคุณะนะคะที่ติดตามอ่าน

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

จิปาถะ

ช่วงนี้เป็นอะไรก็ไม่รู้ เราไม่ค่อยได้ "กลั่นความคิด" ออกมาเป็นงานเขียนได้เลย ในหัวเหมือนมีอะไรที่ไม่ลงตัวกันหลายอย่าง "วิ่งวนไปวนมา" คล้ายๆ เหมือนจะคิดออก มองประเด็นแตก แต่ก็ไม่สามารถเรียบเรียงออกมาได้ หลายๆคนที่อาจจะนั่งรองานเขียนของเรา ก็คงจะรอเก้อไปหลายเพลาอยู่เหมือนกัน ต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่ชีวิตช่วงนี้ดูเหมือนว่าจะเรียบง่าย สันโดษ และมีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงไม่ค่อยได้มีเวลาสนใจสิ่งเร้ารอบตัวสักเท่าไหร่ มุมมองและความคิดต่างๆจึงไม่สามารถที่จะเดินเข้ามาในชีวิตได้


เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เราไปเดินตลาดนัดรัชดา-ลาดพร้าว (แยกที่จอดรถไฟฟ้าลาดพร้าว) คนเยอะมาก มาย ของขายเยอะมาก ส่วนใหญ่จะเป็นของมือสอง และของกินซะส่วนใหญ่ และ ณ ที่นั่นเราก็ได้พบว่า มีการรวมตัวของทอมมากมาย (แบบไม่ได้นัดหมาย) ถึงแม้คนจะเบียดเสียดกันเยอะมาก แต่ก็นะ ยังพอมีอาหารตาให้ได้เห็นอยู่บ้าง จึงทำให้เราไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่นัก (เป็นความบันเทิงอีกรูปแบบนึง)


เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราไปเดินงาน เกษตรแฟร์ งานที่ขาช๊อปตัวยงไม่ควรพลาด เพราะที่นี่มีตั้งแต่ สากกะเบือ ยันรถไถนา มาจำหน่ายให้อย่างมากมาย คนเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ทอมก็มีบ้าง แต่ไม่มากเท่ากับตลาดนัดรัชดา ก็ถึือว่า โอเค นะ เดินไปส่องไป ได้อารมณ์อีกแบบ


และเมื่อวานนี้ เราก็ได้พาคุณแม่ไปเดินเกษตรแฟร์อีกครั้งนึง เพียงแต่ครั้งนี้ เหนื่อยกว่าเดิม คนไม่เยอะเท่าไหร่ แต่อากาศร้อนมาก และระหว่างที่เราเดินในโซนสัตว์เลี้ยงนั้น สายตาเราก็ไปพบกับผู้ชายกับผู้หญิงคู่นึง ที่ฝ่ายชายกำลังตกลงใจซื้อ "น้องหมา" ที่แสนน่ารักให้ฝ่ายหญิงได้เอาไปเลี้ยงกัน


เรามองดูทั้งคู่ด้วยความน่ารักในช่วงแรกๆ แต่พอเราเดินไปอีกสักพัก เราพลันนึกได้ถึงเรื่องราวของคนรอบตัวเราอีกหลายคู่ ที่สุดท้ายต้องพรากจากกัน และสิ่งมีชีวิตที่แสน "ซวย" ก็คงไม่พ้น สัตว์เลี้ยงทั้งหลายของพวกเขาแน่นอน และนี่คือเรื่องจริง ที่เราเคยได้รับฟังมา เป็นเรื่องของทอมและดี้คู่นึง (ไว้เราจะมาเขียนให้อ่านกันนะคะ)

เมื่อวานนี้เราก็ได้ไปว่ายน้ำ หลังจากห่างหายไปอาทิตย์กว่าๆ กิจกรรมหลักตอนนี้ก็ยังคงเป็นการทำเพื่อสุขภาพเสียส่วนใหญ่ แต่ทุกคืนก่อนนอนต้องนั่งดู supernatural ซีรีย์ที่เกี่ยวกับอะไรที่ไม่ธรรมดา เป็นเรื่องผีเสียส่วนใหญ่ แต่โชคดีที่จบในตอนๆไป แต่พอดูแต่ละตอนจบ เราต้องพักหายใจทุกที ตื่นเต้นและมีให้ลุ้นอยู่ทุกๆช่วงเลย ดูก่อนนอนบันเทิงใจจริงๆ และมีหลายๆคืนที่เราเก็บเอาไปนอนฝัน (อยากมีส่วนร่วมจริงๆเลย)


ถึงตัว T ที่น่ารัก


ระยะนี้หนูอาจไม่ค่อยเขียนอะไรถึงคุณ อาจเขียนน้อยไป ไม่ใช่ว่าความรักที่หนูมีให้คุณนั้นน้อยลงไปหรอกนะคะ เพียงแต่ว่า หนูเชื่อมั่นว่า คุณคงจะสัมผัสความรักจากตัวหนูได้มากกว่า หนูดีใจนะคะ ที่เราได้มีโอกาสเรียนรู้ และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน คุณคือคนในฝันที่หนูเฝ้าตามหา คนที่แตกต่างกับหนูโดยสิ้นเชิงในทุกๆเรื่อง แต่เราก็ "เติมเต็ม" กันและกันได้อย่างดี


หนูนอนตื่นเช้า คุณนอนตื่นสาย


หนูไม่ทานกาแฟตอนเช้า แต่คุณต้องทานทุกวัน


หนูไม่ค่อยชอบดูหนัง แต่คุณเป็นคอหนังตัวยง


หนูร้องเพลงไม่เพราะ แต่คุณร้องเพลงเพราะมาก


หนูเป็นนักกิจกรรมตัวยง ชอบออกไปเที่ยวเล่น แต่คุณชอบอยู่กับบ้าน อยู่ติดกับแฟนมากกว่าเพื่อน


หนูชอบคุยโทรศัพท์ แต่ดูเหมือนคุณไม่ค่อยชอบคุยเท่าไหร่

และอีกหลายๆอย่างที่เราแตกต่างกันมาก


ที่สำคัญคุณเข้าได้ดีกับน้องวอดก้า และน้องมอมแมม


แต่ไม่ว่ายังไง ความรักก็ได้นำพา "คนที่แตกต่างกัน" สองคน ให้มาได้เรียนรู้และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน อาจมีกระทบกระทั่งกันทางความรู้สึกบ้าง แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จำปั่นป่วนอารมณ์ความรักของเราสองคน อาจมีแค่ไม่พอใจเล็กๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นโกรธจนไม่พูดกัน เพราะในความรักทุกอย่างมักจะชัดเจน และสวยงามเสมอ


หนูรักคุณนะคะ อยู่ด้วยกันตลอดไปนะคะ


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน




วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

New Blog

หน้าตา Blog ใหม่ของเรา สวยถูกใจไหมคะ เรายังคงเน้นโทนสีเขียว (อาจเพราะเราชอบสีนี้) และสีนี้ดูสบายตา อ่านแล้วสบายใจ ต้องขอบคุณท่านผู้มีอุปการะคุณสำหรับการตกแต่งที่ถูกใจเราที่สุด


อารมณ์ไหนนะ ที่ทำให้ "หัวใจ" ่ที่ถูก "จองจำ" ด้วยความกลัว และความทุกข์ ได้เป็น "อิสระ" และ "เปิดใจ" ได้อีกครั้ง หลายๆคนที่เคยมีประสบการณ์ความรักที่ไม่สมหวัง เคยถูกทอดทิ้ง และถูกกระทำเยี่ยงบุคคลที่ไร้ค่า อาจจะเข้าใจ และตอบคำถามนี้ได้อย่างดี


ความรัก" เป็นเหมือนยาวิเศษ และในขณะเดียวกัน ก็เป็นยาพิษ ที่พร้อมที่จะ "ส่งเสริม และทำลาย" ชีวิตของมนุษย์ได้ในเวลาเดียวกัน


หากเราเลือกคนที่ใช่ และคนที่ดีพอ ชีวิตรักของเราต่อจากนี้ ก็จะมีแต่ความสุข และรอยยิ้ม


หากเราเลือกคนที่ดูเหมือนว่าใช่ แต่เมื่อคบๆไปแล้วกลับกลายเป็นไม่ใช่ ชีวิตรักของเราต่อจากนี้ ก็อาจจะสุกๆดิบๆ แล้วแต่ปัจจัยผกผัน


หากเราเลือกคนที่เขามีแค่คุณสมบัติที่ใช่ เมื่อคบๆไปแล้วเราก็จะพบว่า ชีวิตรัก ไม่ได้ต้องการสิ่งที่เขามี แต่ต้องการสิ่งที่เขาเป็น


หากเราคบเผื่อเลือกไว้หลายๆคน เราก็จะไม่ค้นพบ "รักแท้" เลยในชีวิตของเรา



ถ้าจะถามความคิดเห็นของเราว่า "ทำไมที่ทำให้เรามั่นใจว่า คนที่เราได้เลือก และได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยนั้น ใช่คนที่ใช่! สำหรับเราหรือเปล่า? แต่ละคนย่อมมี "สเปค หรือความคาดหวัง" จากคนๆนั้น (คนในฝัน) ซึ่งเหตุผลและประเด็น ก็คงจะแตกต่างกันออกไป สำหรับเรา การที่คนๆนั้นคือคนในฝัน ประเด็นหลักอาจไม่ใช่เพราะเขา นิ้วไม่คด, ร้องเพลงได้เพราะ, ดูแลเราได้ดี, เขามีสิ่งที่เราไม่มี, เขามีแววตาที่อ่อนโยน, ดูแลที่เราได้ในยามที่เราไม่สบาย, เขาสูงเกินมาตรฐานทอมทั่วไป, รูปร่าง, ฐานะ หรือการศึกษาที่ดีแค่ไหน


แต่ประเด็นหลักนั้นล้วน "ก่อเกิด" มาจากความรู้สึกข้างใน อารมณ์ภายใน และ "ความใช่" ที่ไม่แค่เพียงสมองสั่งการเพียงเท่านั้น แต่เมื่อเราเจอคนที่ใช่ หัวใจของเราก็จะบอกเราเองว่า เขาคือคนๆนั้น และก็อยู่ที่เราแล้ว ว่าเราจะยอมรับ มองข้ามข้อบกพร่องบางประการของเขาได้ไหม เราจะเปิดใจ และพร้อมที่จะรับคนๆนั้นเข้ามาในหัวใจเราหรือเปล่า


ช่วงนี้เราได้ฟังประสบการณ์มากมายเหลือเกินจากคนใกล้ๆตัว ในเรื่องของการผิดพลาดในการคบใครสักคน


บ้างก็รู้ว่าตัว "ผิดพลาด คบคนที่ไม่ใช่คนที่ใช่"


ก็ตอนที่เพิ่งคบกันไม่นาน จึงทำให้ทุกๆอย่างดูง่ายขึ้น ยังพอถอนตัวได้ไม่ยาก (เพราะยังไม่ผูกพันกันมากเท่าไหร่)


ก็ตอนที่คบกันไปแล้วปีหนึ่ง หลายๆอย่างอาจจะยากนิดนึง ขึ้นอยู่กับว่า เราเอาชีวิตของเราไปผูกกับเขาไว้แค่ไหน และเขาจะเปิดใจยอมรับความจริงที่ว่า "เรานั้นไม่ใช่" ได้หรือเปล่า


ก็ตอนที่คบกันไปนานแล้ว ทุกอย่างดูเหมือนจะ "เกี่ยวเนื่อง โยงใย" กันให้ยุ่งยากไปหมด จะถอนตัวออกมาก็คงยากพอดู เพราะการที่จะ "หยุดความเคยชิน" นั้น ยากยิ่งกว่าอะไร และหากว่าเขาคนนั้นรักเรามาก และฝากชีวิตของเขาไว้ที่เราด้วยแล้ว นั่นยิ่งยากใหญ่ เพราะหากเราทิ้งเขาไป เขาคงอยู่ต่อไปไม่ได้ในโลกใบนี้ (และวิบากกรรมแห่งการประชด และการต่อรอง ก็เริ่มขึ้นในชีวิตคู่) และนั่นเป็นประเด็นที่ "กดดัน" ที่สุดในชีวิต (หลายๆคน ตายทั้งเป็นมาแล้ว)


สำหรับใครที่ไม่เคยพบเจอสิ่งเหล่านี้ เราก็ขอเตือนด้วยความหวังดี ช่วงแรกๆที่คุณกำลังเริ่มที่จะเปิดใจคบกับใครสักคน เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากที่คุณต้อง "ตั้งสติ เปิดสายตาแห่งการมองเห็น" ให้มากเป็นพิเศษ เพราะหนทางแห่งความรัก ไม่ได้โรยด้วยดอกกุหลาบเสมอไป (ยิ่งช่วงนี้ดอกกุหลาบแพง เส้นทางจึงอาจจะโรยด้วย "หมามุ่ย" ให้เจ็บๆคันๆตลอดไปก็ได้) ใครจะรู้เนอะ


ฝากไว้แล้วกันนะคะ


ถึงตัว T ที่รักของหนู


ขอบคุณนะคะสำหรับความเป็นห่วงเป็นใยหนูในวันนี้ วันที่หนูไม่สบายตัวร้อน คุณก็ยังเป็นคนเดิมที่ดูแลหนูได้เสมอ ขอบคุณความห่วงใย และทุกๆอย่างที่เป็นคุณ


หนูรักคุณนะคะ



ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน