Recent News

Powered by eSnips.com

วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2553

เสาร์ห้า

วันนี้ตื่นสาย ลุกขึ้นมาด้วยเสียงคุณสรยุทธทางทีวี พูดถึง “เสาร์ห้า” ซึ่งตรงกับวันนี้ (วันที่ 20 มีนาคม 2553) ตรงกับวันเสาร์ 5 คือ ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 100 ปีมีครั้งเดียว ถือว่าเป็นวันธงไชยกฐินวัน เป็นฤกษ์งามยามดี ในปีนี้วันเสาร์ห้ายังเป็นวันพระจันทร์เด่น พระศุกร์เด่น ส่งผลให้เป็นเสาร์ห้า มหาเศรษฐี คือ โดดเด่นในเรื่องของ โชคลาภ วาสนา เมตตา มหานิยม ดังนั้นใครมีโอกาสไปรวมพิธีมงคลที่วัดใดก็ตาม(ทำบุญ) ในวันเสาร์ห้า วันที่ 20 มีนาคม 2553 นี้ จะได้รับบารมี คือ อยู่ยงคงกะพัน มีอำนาจ บารมี ให้มีโชคลาภอาบอิ่มใจ เป็นที่รักแก่มนุษย์และเทวดาทั้งหลาย และ่วันนี้เราตั้งใจแล้วว่า “จะไปทำบุญโลงศพที่วัดหัวลำโพง”


ขอตัวไปอาบน้ำนอน ก่อนนะคะ เดี๋ยวจะดึกไปซะก่อน เพราะพรุ่งนี้เราต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 เพราะเราต้องไปรับน้องพิม ที่ต่างจังหวัด ไปเช้า เย็นกลับ เดินทาง 800 กิโลเมตร ในวันเดียว (คนเหนื่อยน่าดู)


มีความสุขในวันอาทิตย์นะคะ ขอบคุณนะคะที่ิติดตามอ่าน


วันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2553

สัญลักษณ์ ญ รัก ญ

ณ ช่วงนี้เหตุการณ์ต่างๆในบ้านเมือง ชวนให้ “สยดสยอง” และ “รู้สึกไม่ปลอดภัย” หลายๆคนอาจจะรู้สึกอยากจะหนีไปจาก “กทม” เมืองหลวง ไป “พักผ่อน” หย่อนใจที่ต่างจังหวัด และประจวบเหมาะกับช่วงอาทิตย์ที่แล้วที่มีงาน “ไทยเที่ยวไทย” ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ หลายคนเริ่มมี “ไอเดีย” มองเห็น “ช่องทาง” ปลดปล่อยความน่าเบื่อในชีวิตเมืองกรุง แต่ไม่รู้เพราะดวงปีนี้ของ “การท่องเที่ยว” เจอกับดาวดวงไหน “โคจร” ทับไปทับมาหรือเปล่า จึงทำให้มีการนัดประชุมใหญ่ในช่วงเวลานั้นพอดี ทำให้บรรยากาศภายในงานนั้น “ไม่แน่นเอียด” อย่างที่ควรจะเป็น (เราเป็นนึงใน “ผู้กล้า” ที่ยอมเสี่ยงเพื่อ package ถูกๆ และบรรยากาศดีๆ เราได้ไปงานนี้ถึง 2 วัน) ช่วงอาทิตย์นี้ก็มีงาน commart (เดือนนี้มีเรื่องให้เสียเงินเยอะจริงๆ)


ประกาศให้ทราบกันทั่วหน้าอีกรอบว่า “เวปเลสล่า” http://www.lesla.com” ได้กลับมาเปิดให้ความบันเทิงเต็มรูปแบบอีกครั้งนึงแล้ว เพื่อนๆท่านใด ที่เคยประจำการ อยู่ ณ เวปนี้ ให้กลับไปรายงานตัวด่วน (ขอย้ำ ให้กลับไปรายงานตัวด่วน) เพราะตอนนี้ในเวป กำลัง เปิดกระแส “ทอมโฮส” เป็นการเปิดประเด็นที่แรง และมีสาระมาก (อย่าพลาด ถ้าคุณไม่อยากตกกระแสสังคม)


ก็อย่างที่รู้ๆกันว่า การแสดงออก และการเปิดเผยตัวตนของ ญ รัก ญ นั้น น้อยคนนักที่จะมองเห็น (โดยปกติ คนในสังคม คนทั่วไป จะมองออกแค่ว่า ใครเป็นทอม เพราะทอม จะมีสไตล์การแต่งตัวที่ชัดเจน รวมถึงลักษณะท่าทาง ที่ดูยังไงก็ “ยี่ห้อทอม”) แต่จะให้คนทั่วไป หรือแม้กระทั่งทอม แยกให้ออกว่าใครเป็น เลส ดี้ นั้น เป็นเรื่องค่อนข้างยาก จะรู้ก็ต่อเมื่อ พวกหล่อนเดินมากับแฟน หรือแสดงพฤติกรรมเชิญชวนเท่านั้น


ทำให้ “ทอม” บางท่าน รู้สึกว่า การที่จะพบรักแบบชีวิตจริง รักแรกพบ เมื่อสบตานั้น มีโอกาสน้อยมาก ส่วนใหญ่ก็ต้อง “เก็บเกี่ยว” เอาตาม “เวป” หรือ “สถานที่เที่ยวเฉพาะ ญ รัก ญ” เท่านั้น (ช่างน่าสงสารจัง) และเพื่อ “เปิดตลาด” ให้คุณทอมทั้งหลายมีโอกาสมากขึ้น และเพื่อให้ตามสังคมของ ช รัก ช ทัน เราได้ไปเจอ “สัญลักษณ์” (คือสิ่งที่บ่งบอก และเป็นเครื่องหมายให้รู้กันโดยทั่วไป) ในความเป็น ญ รัก ญ (คนทั่วไป จะเข้าใจ และรับรู้โดยทันที เมื่อเห็น ช ใส่ ตุ้มหูข้างซ้ายข้างเดียว ว่า เป็น “เกย์”) ส่วน “สัญลักษณ์” สำหรับพวกเรานั้น คือ “การใส่แหวนที่นิ้วก้อยข้างซ้าย” (เราไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มต้นสัญลักษณ์นี้) แต่เรา “เห็นด้วย” อย่างยิ่ง เพราะอย่างน้อย ก็จะเป็น “ก้าวแรก” ของบุคคลเหล่านั้น ที่จะเปิดใจ และยอมรับตัวเองในความเป็น ญ รัก ญ เพื่อว่า เมื่ออนาคต กฏหมายการจดทะเบียนของคนเพศเดียวกัน ที่ “พี่ดี๋” และอีกหลายๆกลุ่มคนในสังคมนั้น ได้ “ผลักดัน” อยู่ จะเป็นจริงแล้ว เราแต่ละคนจะได้ไม่รู้สึกว่า “เป็นการก้าวเร็วเกินไปในการเปลี่ยนแปลง”


“เปิดใจ” ยอมรับในสิ่งที่คุณเป็นให้มากขึ้น และที่สำคัญ “ทำความเข้าใจ” กับ “สถานะ” ของคุณให้แน่นอน เพื่อว่า คุณจะเป็นบุคคล (ญ รัก ญ) ที่มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่ปริมาณ


ฝากไว้นะคะ “ชีวิตคนเรานี้สั้นนัก รักตัวเองให้มากๆ ส่วนเศษความรักที่เหลือมอบให้กับคนรอบข้าง และสังคม”


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน


วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2553

ดี้แบบไหนที่คุณต้องการ

เมื่อวันก่อนเขียนเรื่อง ทอม 10 แบบให้คุณดี้ๆเลือกกันแล้ว ทอมหลายๆคนที่อ่านก็เกิดอาการ “ทำตัวไม่ถูก” เพราะต้องแทนที่ตัวเองในความเป็นดี้ เพื่อที่จะมองภาพออก และก็มีเสียงเงียบจากทอมบางท่านร้องหา “ความยุติธรรม”


เพื่อ “ความสมดุล” ในงานเขียน เราจึง list ดี้ให้คุณทอมๆได้ตัดสินใจเลือกกันดู (ตัวเลือกตามด้านล่างนี้ ใช้เพื่อความบันเทิง ไม่ได้ต้องการที่จะลบหลู่ หรือสบประมาทใคร โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน และสติปัญญาในการเลือก)


ถ้าหากคุณทอมต้องตัดสินใจเลือก “ดี้” สักคนมาเป็นแฟน คุณจะเลือกแบบไหน


ดี้แบบที่ 1 ดี้แฟชั่น แต่งตัวตาม trend ตลอด ขา Shopping ตัวยง ดูทันสมัย brand ไหนดัง brand ไหน sales หล่อนรู้ดีกว่า bug 1113 เสียอีก ข้อเสียคือ ขาดความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ค่อยมีจุดยืนเสียเท่าไหร่


ดี้แบบที่ 2 ดี้งี่เง่า ขี้งอน เอาแต่ใจ จับรายละเอียดเล็กๆ ในทุกๆคำพูด และการกระทำของคุณ ทุกอย่างจะถูกประเมิน และประมวลผลแบบเบ็ดเสร็จ แต่ข้อดีก็คือ เธอรักใครรักจริง งี่เง่าแล้วงี่เง่าจริง ไม่มี stand in


ดี้แบบที่ 3 ดี้ทำงานเก่ง หาเงินเก่ง และใช้เงินเก่ง มีภาวะความเป็นผู้นำสูง ไม่ชอบอะไรจุกจิก และ เกลียดทอมงี่เง่า (ถ้าทอมคนไหน ได้อยู่กับเธอรับรอง พัฒนาความฉลาดได้แน่นอน ข้อแนะนำ อย่าได้แสดงออกว่า ฉลาดกว่าเธอเด็ดขาด)


ดี้แบบที่ 4 ดี้เฉิ่มๆ ว่าง่าย เรียบร้อย เติบโตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างดี มองโลกในแง่ดี จนดูเหมือน สวยใสไร้สติ เธอเชื่อฟัง และว่าง่ายทุกอย่าง ไม่มีความคิดเห็น และปากเสียง


ดี้แบบที่ 5 ดี้เจ้าชู้ พูดเก่ง มนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม (เกินไป) คุยกับใคร ใครก็สนใจ และหลงเสน่ห์ในทันที (ทำให้คุณยิ้มได้ทุกครั้ง แต่ก็ต้องดูแลให้ดี เพราะเดี๋ยวทอมคนอื่นจะ “คาบ” ไปรับประทาน)


ดี้แบบที่ 6 ดี้ sexy เต้นเก่ง หากคุณไปสถานบันเทิงกับหล่อน คุณจะไม่อายใคร เพราะเธอจะ show ความ sexy จนคนรอบข้างอิจฉาคุณอย่างแน่นอน (แล้วคุณคิดว่า ความ sexy สำคัญมากไหมในชีวิตคู่)


ดี้แบบที่ 7 ดี้ติด sex เธอมีความต้องการทางเพศสูง มีท่าใหม่ๆ และลีลาใหม่ๆ มาทำให้คุณได้ตื่นเต้นเสมอ แต่ด้านการดำรงชีวิตในด้านอื่น “สอบตก”


ดี้แบบที่ 8 ดี้ตรงๆ ขวานผ่าซาน ไม่มีความอ่อนหวาน มีแต่ความจริงใจ แต่ถ้าได้คบแล้ว เธอไม่โกหกคุณแน่นอน (แต่คุณจะรับความจริงในสิ่งที่เธอพูดกับคุณตรงๆได้ไหมแค่นั้นเอง)


ดี้แบบที่ 9 ดี้ฉลาดรู้เรื่องหมดทุกเรื่อง ไม่ว่าจะถามเรื่องเกี่ยวกับ ดาราศาสตร์ หรือ ธรณีวิทยา เธอรู้หมด แต่โง่เรื่องเดียว คือ เรื่องความรัก และการใช้ชีวิตคู่


ดี้แบบที่ 10 ดี้ขี้ระแวง โดนทิ้งมามากจนปรับตัวได้ ทำให้ไม่ไว้ใจทอมคนไหนง่ายๆ ดูหวาดระแวงเล็กๆ (คุณพร้อมที่จะรักษา และดูแลเธอไหม)


ดี้แบบที่ 11 ดี้ขี้เหงา เหงาได้ตลอดแม้เวลา “ถ่ายหนัก” เธอต้องการคุณตลอด (แต่คุณจะมั่นใจได้ยังไงว่า คุณจะมีคุณสมบัติพอที่จะทำให้เธอหายเหงาได้ตลอดไป เพราะเมื่อไหร่ที่คุณเติมเต็มส่วนนี้ไม่ได้ เธอก็พร้อมที่จะเดินจากไป)


ดี้แบบที่ 12 ดี้ไม่แน่นอน ยังไม่รู้จักตัวเอง ไม่รู้จะเอา “ของแท้” หรือ “ของเทียม” ดี ชอบมองผู้ชายหล่อ และก็ชอบอยู่ใกล้กะทอมหล่อๆ คุณอยากจะช่วยให้เธอตาสว่างไหมล่ะ? ว่า “ทอม” ดียังไง?


ดี้แบบที่ 13 ดี้ขี้หึง หวงคุณ รักคุณมาก ดังนั้นอย่าได้ไปทำให้เธอระแคะระคายความเจ้าชู้ของคุณล่ะ เพราะไม่งั้น เตรียมงามศพไว้ได้เลย


ดี้แบบที่ 14 ดี้วุ่นวาย อยากจะรู้ และมีส่วนร่วมในทุกเรื่อง มีคำถามตลอด (หากคุณได้อยู่กับเธอ รับรอง ไม่ตกข่าว)


ดี้แบบที่ 15 ดี้เงื่อนไข สร้างเงื่อนไขให้กับชีวิตมากมาย ถ้าไม่หล่อแบบนี้ ไม่ผ่าน ถ้าไม่มีรถขับ ไม่ผ่าน ถ้าไม่จบการศึกษาระดับนี้ ไม่ผ่าน (คุณมีคุณสมบัติพอไหม)


ดี้แบบที่ 16 ดี้โลกส่วนตัวสูง เอะอะก็ “ขอเวลาส่วนตัว” หรือ “อยากอยู่เงียบๆคนเดียว” แต่พอคุณปล่อยให้อยู่คนเดียว ประโยคต่อมาก็คือ “ไม่รักเขาแล้วใช่ไหม?” (หากคุณเลือกเธอ คุณต้องเป็นคนที่มีความอดทนสูงมากๆ)


ดี้แบบที่ 17 ดี้ขาดความอบอุ่น และทุนทรัพย์ มักจะเรียกคุณว่า “ป๋า” ต้อง support เธอทุกเรื่อง ตั้งแต่ทุนการศึกษา ยันเงินซื้อผ้าอนามัย


จริงๆมีอีกหลายประเภท แต่ตอนนี้พอก่อนเพราะคนเขียนเริ่ม “มึน”


การที่ตัดสินใจเลือกใครมาเป็นคู่ชีวิต หรือเพื่อนข้างกาย เราต้อง “ประเมิน” นิสัยส่วนตัวของเราเสียก่อน ว่าเรามี “ข้อดี และข้อเสีย” อย่างไร? พยายามเลือกคนที่มีจุดแข็งที่เราไม่มี และจุดอ่อนที่เราพอรับได้ แล้วชีวิตคู่ก็จะอยู่กันอย่างมีความสุข (ท่องไว้นะคะ ในโลกนี้ไม่มีใคร perfect เพราะถ้าเขา perfect เขาคงไม่ต้องการคุณหรอก)


ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใคร เราควรหันมามองดูตัวเราเองสักนิดด้วยว่า เราเหมาะสมกับเขาไหม? ประเภทที่อ่านแล้วข้ามไป ข้ามมา เลือกมา ระวังจะเป็นฝ่ายไม่ถูกเลือกบ้างนะคะ (คุณไม่ได้มีสิทธิ์เลือกคนเดียวนะคะ)


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน



วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2553

มาช่วยกันเลือกทอมในฝัน 10 แบบ

เพื่อนๆเคย “สับสน” ในความรักกันไหม? เราเชื่อว่า หลายๆคน ต้องเคยสับสน และเกิดมีคำถามในความรัก ไม่ใช่คำถามที่ว่า “เราจะเจอรักแท้ไหม? ในชีวิตนี้” แต่มัน “ซับซ้อน” กว่านั้น นั่นคือ เราจะรู้ได้ไงว่า คนที่เราตัดสินใจอยากจะคบด้วยนั้น คือคนที่ใช่! อย่างแท้จริง (ก็ไม่มีใครรู้ได้)


ในชีวิตของ ทอม ดี้ และเลสอย่างพวกเรา เราเชื่อเหลือเกินว่า อาจจะมีบางช่วงของชีวิต ที่ชีวิตรักของคุณ “เงียบเหงา” ไร้คนเคียงข้างกาย ไม่ต้องพูดถึงใครสักคน เพราะช่วงนั้น แม้กระทั่งคนที่จะคุยด้วยยังหาไม่เจอเลย และอาจมีบางช่วงของชีวิต ที่มีคนเข้ามามากมาย มากเสียจนคุณต้อง “เลือก” (และคุณก็จะเริ่มมีคำถามว่า ควรจะใช้ “บรรทัดฐาน หรือ กฏกติกาอะไรมาเป็นตัวเลือก” (เป็นโจกย์ที่ลำบากมากพอดู)


แต่สำหรับเธอ “นก” ดี้สาวสวย ที่มี “ศักยภาพ” ในชีวิตอย่างมากมาย เธอเป็นที่หมายปองของ “ทอม” มากมาย เธอใช้ชีวิตเพียงลำพังอยู่พอสมควร เพื่อที่จะให้แน่ใจว่า “ตัวเธอต้องการอะไรกันแน่ในชีวิต” และเมื่อเธอตัดสินใจ เดินออกมาจากชีวิตเพียงลำพัง เธอก็ต้องมาเจอ “โจกย์” ของความรัก เมื่อเธอไม่รู้ว่า เธอจะเลือกทอมคนไหนมาเป็นคู่ชีวิต (และการตอบโจกย์นี้ ต้องเดิมพันมาด้วย “ชีวิตและหัวใจของเธอ” (เพราะการเลือกผิด ตัดสินใจผิด อาจนำมาซึ่งหายนะในชีวิตก็ได้) เพื่อนคนไหน ที่เคยต้องตัดสินใจเลือก ก็คงจะเข้าใจดีว่า มันยากเพียงไหน? (เพื่อนๆลองมาคิดกันเล่นๆนะคะ ถ้ามีทอม 10 คนด้านล่างนี้ให้คุณเลือกที่จะคบ คุณจะเลือกประเภทไหน?)


ทอมหมายเลข 1 หน้าตาธรรมดา เป็นคนรักครอบครัว และรักเพื่อนมนุษย์ เป็นนักสังคมตัวยง ปฏิเสธเพื่อนไม่เป็น เขาคือ “ทอมสังคมตัวจริง” หาเขาได้ไม่ยาก ตามแหล่งเที่ยว และแหล่งบันเทิงต่างๆ เหล้าและบุหรี่ซึมอยู่ในกระแสเลือด (เพื่อนและครอบครัว คือปัจจัยหลักในการใช้ชีวิต)


ทอมหมายเลข 2 หล่อขั้นเทพ และเจ้าชู้โครตๆ เป็นที่หมายปองของสาวเล็ก และสาวใหญ่ วันๆเอาแต่บริหารเสน่ห์ แต่ก็มักบ่นว่า “เหงา อยากหาใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิต” (หากคิดจะแข่งขัน ต้องมั่นใจในตัวเองพอควร)


ทอมหมายเลข 3 ทอม 3 กอง 5 แต่คารมเป็นเลิศ ความเอาใจใส่ยอดเยี่ยม ใส่ใจในทุกๆรายละเอียด อยู่ใกล้เมื่อไหร่ มีเรื่องให้ “ตื่นเต้น” ทุกครั้งไป (แล้วเราจะรู้่ได้ยังไงว่า เมื่อเราตกลงเลือกเขาแล้ว เขาจะเอาใจใส่ และดูแลเราคนเดียว)


ทอมหมายเลข 4 ทอมวัยเด็ก ช่างอ้อน ช่างเอาใจ หล่อสไตล์เกาหลี อยู่ด้วยแล้ว รู้สึกตัวเองมีความสำคัญอย่างแท้จริง (ข้อเสียหลักคือ ทอมประเภทนี้ อาจมีความงี่เง่าในตัวเองสูง มีความต้องการมาก และถ้าเราทำให้เขาไม่ได้ เขาก็พร้อมที่จะใช้หน้าใสๆ วัยละอ่อน ไปหาคนใหม่ได้ไม่ยาก)


ทอมหมายเลข 5 ทอมจริงจัง วัยไม้ใกล้ฝั่ง ที่สร้างแต่อนาคต วันๆเอาแต่ทำงาน เก็บเงินโดยไม่สนใจอะไร เขาอยากจะดูแลคนที่เขารักให้อยู่สบาย แต่คนที่มารักเขาต้อง รอ แล้วก็รอ (หากได้อยู่ด้วยอนาคตต้องมั่งคงแน่ แต่ติดอยู่ที่ว่า อีกนานแค่ไหน และเราจะรู้ได้ไงว่า สุดท้าย เราคือคนที่เขาจะเลือกอยู่ด้วย)


ทอมหมายเลข 6 ทอมที่ perfect ไปหมดทุกอย่าง แต่ติดอยู่อย่างเดียวครอบครัวรับไม่ได้ (นี่คือปัญหาหนัก และปัญหาใหญ่ของหลายๆคู่ เพราะเราไม่แน่ใจว่า เมื่อไหร่ เขาจะอ่อนแอ ชีวิตคู่คงจะไม่ยืนยาวแน่นอน)


ทอมหมายเลข 7 ทอมที่มีชื่อเสียง เป็นคนดังในสังคม เป็น “ทอมของสังคม” มีแต่ดี้หมายปอง และอยากลองของดี (แล้วเราจะรู้ได้ไงว่า เขาจะไม่หลงตัวเอง และอยู่เพื่อเรา)


ทอมหมายเลข 8 ทอมธรรมดา ที่รักเรา ไม่มีอะไรเลย แต่เข้าใจเราที่สุด อยู่ด้วยแล้วเราสบายใจ แต่ติดอยู่อย่างเดียว คือ เราไม่ได้รักเขา (หลายๆคน เมื่ออ่านทอมทั้ง 7 ข้างบนแล้ว อาจจะถอนหายใจแล้ว ถอนหายใจอีก เจอทอมหมายเลข 8 นี้แล้ว อาจจะตกลงใจ “คลิก”)


ทอมหมายเลข 9 คือทอมที่เรารักมาก เราต้องการที่จะอยู่กับเขา แต่ติดอยู่ตรงที่ปัญหาใหญ่นั่นก็คือ เขาไม่โสด มีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้ว แต่คนนี้ใช่เลยสำหรับเรา แล้วจะทำไงดีอ่ะ (นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในสังคม “รักคนมีเจ้าของ คนไม่มีเจ้าของเราไม่สนใจ”)


ทอมหมายเลข 10 ทอมที่มั่นใจในตัวเอง คิดว่าตัวเองหล่อ ตัวเองเท่ห์ ชอบดูถูกคนอื่น มีพฤติกรรมที่ไม่สนใคร ไม่แคร์ใคร (เขาไม่เจ้าชู้แน่นอน เพราะเข้ากับใครไม่ได้)



การตัดสินใจเลือกในครั้งนี้ อาจทำให้เพื่อนๆสับสน เลือกไม่ถูก อยากเลือกหลายคน หรือไม่เลือกเลย เพราะแต่ละคนก็มีข้อเสีย ข้อดี ที่แตกต่างกันไป หากจะต้องเลือก สำหรับเรานะ เราขอเลือกเป็น “ทอม” เองเสียเลย ง่ายกว่าไหม? (ล้อเล่นนะคะ) บางคนอาจจะอ่านไปแล้ว "ขำๆ" เพราะไม่เห็นต้อง serious ขนาดนี้เลยในการเลือกใครสักคน เพราะชีวิตคุณไม่เคยเลือกใครอยู่แล้ว ใครเดินเข้ามา "รับหมด เก็บหมด" แลว ณ ปัจจุบันเป็นไงคะ กี่คนแล้วที่คุณต้องร้องไห้ให้ กี่คนแล้วที่คุณต้องเสียเวลา เสียสุขภาพจิต เสียประวัติ ไปให้ (ลองคิดกันเล่นๆนะคะ)


การที่จะรัก และอยู่ร่วมกับใครสักคน ไม่ยากหรอก แต่การที่จะตัดสินใจเลือกคนที่ต้องมารัก และอยู่ร่วมด้วยสิยาก และการตัดสินใจครั้งนี้คือครั้งใหญ่ของชีวิต ดังนั้น ควรมีสติ และถามตัวเองให้ดีว่าคนที่เราต้องการจะอยู่ด้วยนั้น คือคนประเภทไหน ถ้ายังเลือกไม่ถูก ตอบตัวเองไม่ได้ ก็ค่อยๆคบไปทุกแบบเลย เชื่อว่า ชาติหน้า หรือชาติโน้นคุณคงได้คำตอบแน่นอน


ต้องทำใจ และเข้าใจนะคะว่า “คนทุกคนย่อมมีข้อเสีย ไม่มีใครดีเต็มร้อย และเลวเกินร้อย” ขอให้ทุกท่านสนุกสนาน และหฤหรรษ์กับการเดินทางตามหาความรักต่อไปนะคะ เอาใจช่วยอยู่ห่างๆ และห่วงๆคะ


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน




วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2553

Daywalker & โรงเบียร์

หากจะถามว่า เรามีเพื่อนสนิทหลายคนไหม ต้องบอกตามตรงเลยว่า เรามีเพื่อนสนิทหนึ่งคน พี่ที่สนิทหนึ่งคน และ น้องที่สนิทอีกหนึ่งคนเท่านั้น (เพื่อนน้อยมากๆ อาจเพราะเราไม่ค่อยคุยกับใครเท่าไหร่) และเมื่อวานตอนเช้า เราออนไลน์ทางมือถือ น้องที่สนิทเข้ามาทัก และชวนเราไปดูหนัง เราตอบแบบไม่ลังเลเลยทันที “ตกลงค่ะ” แต่เหตุผลหลักๆในการนัดครั้งนี้ ก็คือ เขาต้องการเอาแฟนมาเปิดตัว (แหม ถ้ากล้าเอามาให้พี่เห็นหน้านี่ แสดงว่าต้องมั่นใจคนนี้แน่นอน) เราและน้องที่สนิทจะมีนิสัยที่เหมือนกันมากๆนั่นคือ “เจ้าชู้ เอาแต่ใจ แต่ถ้าได้รัก หรือเลือกใครแล้ว สุดหัวใจเลยทีเดียว” (หากจะคบกันแค่ “ความรัก” อย่างเดียวคงไม่พอ ต้องมี “ความเข้าใจ” และ “ให้อภัย” ด้วย เพราะเมื่อคบไปนาน “ความงี่เง่า” เล็กๆ อาจจะมีผลุบๆโผล่ๆออกมาบ้างเช่นกัน)


เรานัดกันไปดูหนังที่ major บางกะปิ ไปกันสี่คน มีน้องและแฟนเขา เรา และคนขับรถส่วนตัว (ที่ทำหน้าที่เพียงกะเดียวเท่านั้น) น้องเขาตัดสินใจเลือกดูเรื่อง daywalker (ดีจัง เราอยากดูเรื่องนี้อยู่พอดี) บอกตามตรง หนังเรื่องนี้สนุกที่สุด ในช่วง 3 เดือนที่เราดูหนังมาเลย หลังจากที่เราต้องผิดหวังอย่างหนัก หลังจากไปดูเรื่อง the wolfman และ the book of Eli หนังเรื่องนี้ทุกอย่างลงตัวไปหมด (เพื่อนๆคนไหนยังไม่ได้ไปดู เราแนะนำนะคะ) เมื่อดูแล้ว อาจจะ “เหลียว” ให้ความสำคัญกับ “แสงแดด” กันบ้าง (รู้สึกว่าคนสมัยนี้ กลัวแดด กลัวดำ กลัวหมอง แต่อาจไม่ทันคิดว่า ชีวิต และร่างกายของเราต้องการอย่างมาก และเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในชีวิตของเรา) และอีกแง่คิด ใครที่คิดว่า ชีวิตตัวเองไร้ค่า อยากจะฆ่าตัวตาย หรือทำร้ายตัวเอง เมื่อดูเรื่องนี้ อาจจะ “ตระหนัก” ได้ว่า ชีวิตของมนุษย์มีค่า และเลือดทุกหยดของเรานั้น เป็น “พระพร” แค่ไหน


หลังจากดูหนังเสร็จ เราทั้ง 4 ไปต่อกันที่ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ตรงรามอินทรา (เราไม่เคยไป เพราะโดนส่วนตัวเราไม่ดื่มเบียร์) เมื่อไปถึง เราต้องอึ้ง เพราะสถานที่กว้างใหญ่มาก เราค่อยๆเดินลัดเลาะ ผ่านโต๊ะต่างๆไปยังโต๊ะติดหน้าเวที สาวๆอย่างเราดื่มน้ำเปล่า ปล่อยให้หนุ่มๆ เขาดวลเบียร์กันไป มาที่นี่ต้องสั่ง “ขาหมูเยอรมัน” ที่มี “มันบด” เราเป็นคนชอบมันบดอยู่แล้ว และต่อด้วย ข้าวผัดปูจานใหญ่ และผัดผัดบุ้งไฟแดง ทานไป ฟังเพลงไป และดูโต๊ะรอบตัวยืนเต้นไป กล้องจับ และสะท้อนไปที่โปรเจคเตอร์ตัวใหญ่ หลังจากนั่งดูอยู่สักพัก เราก็ถึง “บางอ้อ” ว่า สถานที่แห่งนี้ ไม่เหมาะกับวัยอย่างเราเลย เนื่องจากคนส่วนใหญ่ที่มา “ปลดปล่อย” ความเป็นตัวเองอยู่ที่นี่นั้น สนนอายุ เกิน 40 ทั้งนั้น (สำหรับเรายังไม่ถึงเวลามาที่นี่อ่ะ) แต่ก็แอบยิ้มทุกครั้งที่เห็นรุ่นพ่อ รุ่นแม่ เต้นแบบสุดเหวี่ยง


เราขอแนะนำสถานที่นี้นะคะ ถ้าเพื่อนๆคนไหนไม่มีที่ไป ชอบทานเบียร์ ดูโชว์ ที่นี่เป็น “ทางเลือก” ที่ดี แห่งนึงเชียว


และเนื่องจาก น้อง และคนขับรถส่วนตัวของเราดื่มเบียร์ เราจึงต้องเป็นคนขับรถไปส่งน้องที่คอนโด และขับรถกลับบ้านด้วยตัวเอง เนื่องจากค่อนข้างกลัวว่าจะมีด่านตำรวจตรวจจับแอลกฮอลล์ กว่าจะถึงบ้านก็ตีหนึ่งกว่าแล้ว เหนื่อยมากมาย อาบน้ำนอนทันที


และนี่คืออีกกิจกรรมประจำวันของเรา (จริงๆ อยากจะเขียนเรื่องอื่นด้วย นั่นคือ เรื่องการให้อภัยในชีวิตคู่ แต่ขอติดไว้ก่อนนะคะ พรุ่งนี้แน่นอน)


ขอบคุณนะคะที่ติตตามอ่าน







วันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2553

สำหรับ "ดี้" ที่คิดว่าตัวเองแน่


เมื่อคืนเราไปร้องคาราโอเกะมา ไปกับน้องสาว และคนขับรถส่วนตัว บรรยากาศสนุกดี เราได้ฟังน้องสาวของเราร้องเพลงแปลกๆ ที่ไม่เคยได้ยินจากที่ไหน เช่นเพลง อ๊อดๆๆ และเพลงบ้านเดียวกัน เราว่า การร้องคาราโอเกะเป็น “การปลดปล่อย” ที่ดี


ช่วงเดือนนี้ เราคงต้องไป ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์เกือบทุกอาทิตย์ เนื่องจาก วันที่ 11-14 มีงานไทยเที่ยวไทย (อยากไปซื้อ package ไปเที่ยว แต่อาจไปแค่ไปเช้า-เย็นกลับ) วันที่ 18-21 งาน commart ว่าจะไปดู computer อีกสักเครื่อง และ 26-6 งานสัปดาห์หนังสือ ไปเดินดูหนังสือเสียหน่อย (งานแน่นเอียด) และอาทิตย์นี้เราต้องขับรถไปรับน้องพิม (น้องสาวแสนรักของเรา) มาอยู่กทม. ช่วงปิดเทอม เราได้เตรียม notebook ให้แล้วหนึ่งเครื่อง เอาไว้เล่น msn โดยเฉพาะ และหวังว่า การมาของเธอในวันนี้ เธอจะได้อะไรกลับไปมากกว่าการมาเที่ยว มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า



เป็นธรรมดาของมนุษย์ทั่วไปบนโลกใบนี้ ที่จะมีความคิดที่เข้าข้างตัวเอง ในสถานการณ์ต่างๆของชีวิต


บางคนก็คิดว่าตัวเองฉลาด รอบรู้ไปหมดเสียทุกเรื่อง


บางคนก็คิดว่าตัวเองสวย และดูดีที่สุด ทุกคนที่เดินสวนกับเธอต้องเหลียวหลัง และตกหลุมรัก


บางคนก็คิดว่าตัวเองเก่ง ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ


บางคนก็คิดว่าตัวเองชนะ จึงมั่นใจไปซะทุกเรื่อง


บางคนก็คิดว่าตัวเองศรัทธา เพราะสะสมของขลังเป็น collection


บางคนก็คิดว่าตัวเองมีค่ามากมาย จึงประเมินค่าตัวเองสูงเกินความเป็นจริง


แต่ไม่ว่าคุณจะคิดว่า ตัวเองมีอะไรเด่นแค่ไหน? ก็อย่าลืม “จุดด้อย” ของตัวเองด้วยก็แล้วกัน เพราะบางที “จุดด้อย” จุดเล็กๆ ที่คุณมองข้ามนั้น อาจทำให้คุณต้องเสียใจภายหลังได้ (ละเอียดกับการสำรวจชีวิตภายในของตัวเองกันหน่อย อย่ามัวแต่ไปสนใจเรื่องของชาวบ้าน ที่เมื่อชักจูงเข้ามาในชีวิตคุณแล้ว หาได้สร้างประโยชน์ไม่)


ในงานเขียนของเราวันนี้ เราอยากจะ “ยกตัวอย่าง” ดี้คนนึงที่เรารู้จักเป็นอย่างดี เธอชื่อ “นุช” เธอเป็นดี้ที่มีความมั่นใจในตัวเองค่อนข้างสูง ในทุกๆเรื่อง และเป็นพิเศษในเรื่อง “ความรัก” ด้วยว่า เธอเป็นคนที่หน้าตา รูปร่างค่อนข้างจะน่ารัก และดึงดูดทั้งทอม และผู้ชายมากหน้าหลายตาเข้ามาจีบอยู่เรื่อยๆ ถึงแม้ว่าเธอจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วก็ตาม แต่เนื่องจากแฟนของเธอนั้น ต้องบินไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ทำให้ต้องอยู่เหงาที่เมืองไทยเพียงลำพัง ในที่สุด “ความรักของเธอก็แพ้ระยะทาง เมื่อความเหงามาเยือน” เขาบินไปเพียงไม่กี่อาทิตย์ เธอก็เริ่มที่จะมองหา “กิ๊ก” ทอมคนใหม่ได้เดินเข้ามาในชีวิตของเธอ และเธอก็บริหารเสน่ห์ไปอีกเรื่อยๆ จนกระทั่ง เธอมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับกิ๊กของเธอ (โดย

ที่เขาก็รู้อยู่แล้วด้วยว่า เธอมีแฟนอยู่แล้ว แต่ก็ยังหน้าด้านคบกับเธอ ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นได้แค่ พระรอง)


ชีวิตเธอในแต่ละวันนั้นมีความสุข เพราะเธอคิดว่า มีคนรัก คนเอาใจใส่ และคนให้คิดถึง ถึง 2 คน แต่ความสุขนี้จะยั่งยืนหรือ? ความสุขแบบนี้จะคงอยู่ได้นานแค่ไหนนะ?


คบกันได้ไม่นาน เขา (กิ๊กของเธอ) เริ่มจะลังเลกับความไม่แน่นอนของชีวิตรัก เนื่องจากอีกไม่ถึงเดือน แฟนของเธอก็จะบินกลับมาแล้ว เขาจึงเริ่มมองหา “รักแท้ และผู้ดี้ที่ไม่มีเจ้าของ ที่จะนำพาให้เขาตกอยู่ในสภาพกิ๊กอย่างช่วยไม่ได้แบบนี้” และก็เป็นผลสำเร็จ เมื่อเขาได้เจอกับผู้หญิงอีกคนนึง


และเมื่อแฟนเธอบินมาถึง เธอก็ต้องทุ่มเวลาให้กับแฟนเธอ จนไม่มีเวลาให้กับเขา แต่เขาก็ไม่สนใจอะไร เพราะว่า เขาก็ได้พบกับผู้ดี้อีกคนแล้ว


และความจริงก็มาปรากฏเมื่อเธอจับได้ว่า แฟนเธอนั้นมีกิ๊ก เป็นผู้หญิงอื่น เธอเสียใจมาก คิดที่จะบอกเลิกกับแฟน เพราะมั่นใจมากว่า เธอยังเหลือกิ๊กอีกคนนึงแน่นอน (ชีวิตเธอไม่กลับไปโสดอีกครั้งแน่) เธอจึงบอกเลิกกับแฟน และก็ขนเสื้อผ้าไปหากิ๊ก แต่เมื่อเธอไปถึงห้องเขา เธอก็ต้องหน้าแตก หน้าแหก แบบหมอไม่รับเย็บ เนื่องจาก เขาปฏิเสธเธอ เพราะเขาก็เริ่มคบกับผู้หญิงคนใหม่ด้วยเช่นกัน


สุดท้าย เธอจึงค้นพบว่า ไม่ใช่เธอคนเดียวที่มีโอกาสมีกิ๊ก และทรยศต่อความสัมพันธ์ได้ มนุษย์คนอื่นๆก็ทำได้เช่นกัน


เธอที่เคยคิดว่าตัวเองมีความสุขในการบริหารเสน่ห์ และมีกิ๊ก ก็ต้องเสียใจอย่างสุดซึ้ง


เธอที่เคยคิดว่าตัวเองแน่ ที่คบกับทอมสองคนในเวลาเดียวกัน ก็ต้องหมดความมั่นใจ เพียงเพราะมั่นใจในตัวเองมากเกินไป


เธอที่เคยคิดว่าทอมเป็นของตาย ไม่มีวันไปไหนรอด กลับกลายเป็นเธอเพียงคนเดียว ที่โอกาสรอดเหลือน้อยมาก


และนี่ก็คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของดี้คนนึง ที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไป จนคิดว่า ตัวเองมีโอกาสเหนือคนอื่นๆ


เราหวังว่า เรื่องของเธอในวันนี้ คงเป็นอุทาหรณ์ให้กับเพื่อนๆได้ไม่มากก็น้อย


เวรกรรมไม่ต้องรอชาติหน้า หรือชาติไหน เพราะกรรมสมัยนี้ติดจรวด หากคิดจะทำอะไร ก็คิดล่วงหน้าถึงผลที่จะตามมาด้วยก็จะดีไม่น้อย จะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน





วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553

ทอมโปรโมชั่น

สวัสดีวันจันทร์ วันแรกแห่งการทำงานคะ เพื่อนๆเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับเรา เพิ่งจะโดนผีหลอกมามาดๆ จากการไปเข้าพักที่โรงแรมแห่งนึง แต่ไม่เป็นไรคะ “มันผ่านไปแล้ว” เราได้ไปทำบุญให้กับเขาแล้ว แต่สำหรับความรู้สึก คงจะเข็ดกับการไปนอนโรงแรมอีกนาน (น่ากลัวมากๆ) สิ่งลี้ลับในโลกนี้มีมากมายนัก แต่ถ้าจะให้ดี เราไม่ควรเจอะเจอ หรือรับรู้ดีกว่าเนอะ


มาเข้าเรื่องกันดีกว่า จากไดอารี่ล่าสุด ที่เราบอกว่า จะมีเขียนเรื่องในแนวเดิมๆ คือ เรื่องที่เกิดขึ้นจริง และแฝงด้วยแง่คิด ผ่านประสบการณ์จริง และวันนี้ เราขอประเดิมเรื่องแรกแบบเล็กๆ แต่ก็นะ เราเชื่อว่า หลายๆคนต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้แน่นอน


“จิ๊บ” ดี้ผู้ที่ผ่านการมีแฟนมาหลากหลายคน สนนอายุของเธอก็คำนวนได้คร่าวๆ 35 ปี แต่เธอก็ยังไม่เคยเจอทอมคนไหนที่ทำให้เธอตกหลุมรักเข้าอย่างจังได้เท่ากับ “โอ๋” ทอมวัย 32 ปี เขาคนนี้เป็นทอมที่หน้าตาบ้านๆ profile ก็ธรรมดา แต่การเอาอกเอาใจ และวาจาสวยหรู “ชนะเลิศ”


เธอได้เล่าให้เราฟังว่า ช่วงโปรโมชั่นนั้นแสนหวาน ดูและเธอประดุจเป็น “เจ้าหญิง” ดูแลทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องขี้เล็บ ยันเรื่องใหญ่ เขาจะจำได้ในทุกรายละเอียดของชีวิตเธอ เขาทำให้เธอคิดว่า เธออยู่ในสายตาของเขาในทุกๆเรื่อง จากที่แค่รู้สึกดีต่อเขา ก็พัฒนามาเป็นความชอบ และความรัก เธอรักเขาเรียกได้ว่า สุดหัวใจ


เธอภูมิใจ และค่อนข้างจะมั่นใจว่า เขารักเธอมาก จนไม่มีอะไร หรือสิ่งไหนที่จะมาทำลายชีวิตรักของทั้งคู่ได้ แต่เธออาจจะลืมปัจจัย “ความเบื่อ” ไป เพราะหลังจากเขาเป็นเทพบุตรได้ไม่นาน เขาก็เริ่มเบื่อ และทิ้งๆขว้างๆเธอ เขาเริ่มจะมองหาคนไหม และก็ตื่นเต้นกับคนใหม่ สุดท้ายก็ทิ้งเธอไปโดยไม่บอกลา ทิ้งให้เธอต้องจบน้ำตาต่อไป


สำหรับเธอตอนนี้ก็คงกำลังทำใจ คงจะเสียใจ และเข็ดกับความรักช่วงโปรโมชั่นนี้ เธอเล่าว่า ไม่ควรเลย เป็นเจ้าหญิงอยู่ได้ไม่กี่เดือน ก็ต้องถูกทิ้งไม่ต่างอะไรกับ “ก้อนขี้” ก้อนนึง เมื่อเขาเบื่อ เขาก็กดชักโครกแล้วเดินจากไป


เราได้แต่ปลอบเขาว่า ไม่ต้องเสียใจไปหรอก ดีแล้วที่เขาไปจากเธอตอนนี้ เกิดเบื่อช้ากว่านี้ แล้วความผูกพันมีมากกว่านี้แล้วล่ะก็ ความเสียใจที่ต้องเผชิญอาจจะมากกว่านี้ก็ได้ และคนที่เบื่อง่ายแบบนี้ เขาไม่รู้จักตัวเองและความรักหรอก เขายังต้อง “วิ่งตามหา” อีกนาน กว่าจะเจอความรักที่แท้จริง เธออาจจะทรมานตอนนี้ แต่สุดท้ายเธอก็ยังเป็นเธอ แต่เขาสิ หาตัวเองไม่เจอ วิ่งไล่งับหาตัวเอง ไม่ต่างอะไรกับ “หมา” ตัวนึงเท่านั้น อโหสิ ให้กับเขาเถอะ


สำหรับเพื่อนที่อ่านไดอารี่ เราอยากฝากเอาไว้นะคะ ให้เพื่อนๆมองให้ดีๆ เพราะเดี๋ยวนี้ มี ทอมประเภทผีเข้าผีออก และทอมโปรโมชั่น เยอะแยะมากมายในสังคม เวลาดีก็ดีใจหาย นึกจะไปก็สะบัดตูดไปโดยไม่เอ่ยคำลาสักคำ สิ่งที่เราทำได้ก็คงต้องทำความเข้าใจ และระมัดระวังตัวเองในการมีรักครั้งใหม่ให้ดีๆ รักอย่างไม่ประมาทนะคะ และชีวิตคุณก็จะสดใสแน่นอนคะ


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน


กูอยู่ของกูดี ๆ มิงมาหลีกูทำไม
กูอยู่ของกูเฉย ๆ มิงมาเสยกูทำไม
กูอยู่ของกูนิ่ง ๆ มิงมาปิ๊งกูทำไม
ก็กูไม่ได้ไปขอ มิงมาป้อกูทำไม

กูอยู่ของกูคนเดียว นะกูก็อยู่ของกูคนเดียว
กูได้ไปเชิญมิงเข้ามาเกี่ยวกะชีวิตกูตั้งแต่เมื่อไหร่
บ้านกูกูกลับเองได้ เคยบอกตอนไหนว่ากูจะหลง
ก็มิงอาสาไปรับไปส่ง กูอ๊ะ ก็ตามใจ

ใครใช้ให้โทรมาหา ก็มิงนั่นแหละเดินมาขอเบอร์
ส่งเมสเสจว่าคิดถึงเธอ มิงอย่าละเมอทำจำไม่ได้
วันเกิดต้องมีของขวัญ ทุกวันสำคัญต้องมีของฝาก
แค่กูเปรยว่าชอบมาก ๆ โคตรลำบากก็หามาได้

กูอยู่ของกูชิน ๆ เสาร์อาทิตย์กูกินข้าวบ้าน
มิงก็ชอบมาทอดสะพาน กินร้านนั้น ร้านนี้กันมั๊ย
กินข้าวก็แทบจะป้อน โทรมาอ้อนให้นอนห่มผ้า
แค่กูบอกว่าเมนส์จะมา รีบไปซื้อยาแพนสแตนให้

คนอะไรแสนดีโคตร ๆ ดีไปหมด 24 ชั่วโมง
กูเลยเสร็จมิงแบบงง ๆ ตกลงเป็นแฟนก็ได้
มาว่ากูอาร์ทตัวแม่ มิงนั่นแหละไอ้อาร์ทตัวมั่ว
เจือกมาทำให้กูเคยตัว โทษกูไม่ได้
ไม่นานพ่อเทพบุตร ชักสะดุด เหมือนแผ่นถลอก
เล็บที่เคยกุดก็ชักจะงอก ไม่อยากบอกว่าแสบแค่ไหน
เมื่อก่อนรับส่งทุกวัน ไม่เคยยั่นตี 3 ตี 4
เด๋วนี้บอกมารับหน่อยดิ มิงบอกนั่งแท๊กซี่ดีมั๊ย
อยู่บ้านคนเดียวเหงา ๆ เบื่อกับข้าวที่กินซ้ำ ๆ
ชวนไปกินติ่มซงติ่มซำ มิงบอกกินเซเว่นก็ได้
อย่าหวังของขวัญหรู ๆ วันเกิดกูมิงยังจะชิ่ง
บอกนัดเพื่อนมาเล่นวินนิ่ง ควายเผือกหน้าไม่อาย
เมื่อก่อนเดินอิงแอบแนบชิด ตัวแทบติดเป็นปาท่องโก๋
เดี๋ยวนี้เดินห่างกันเป็นกิโล มิงจะโชว์ว่าโสดใช่มะ
บอกกูไม่มีความลับ แต่โทรศัพท์ไม่ให้กูแตะ
มาหาว่ากูเจ๊าะแจ๊ะ มิงนั่นแหละมีเลศนัย
เมื่อก่อนมองกูเซ็กซี่ เดี๋ยวนี้มองกูแล้วขำ
เรียกกูว่าโพนยางคำ มิงจะซ้ำเติมกูทำไม
หลัง ๆ นี่มิงชักหนัก คำว่ารักไม่ตกถึงท้อง
คุณภาพมิงมันบกพร่องบริการหลังการขาย
มาว่ากูอาร์ทตัวแม่ มิงนั่นแหละไอ้อาร์ทตัวพ่อ
ชวนเอาโปรโมชั่นมาล่อ กูก็คิดว่ามิงนะใช่
ทั้งลดทั้งแถมทั้งแจก มาเป็นแพคแบบฟูลออฟชั่น
พอกูเป็นของมิงเท่านั้น โปรโมชั่นมา ๆ หาย ๆ

อย่านึกว่ากูลำบากนะมิงอย่านึกว่ากูลำบาก
หล่อกว่ามิงก็หาไม่ยากแค่กูไม่อยากเปลี่ยนเครือข่าย
มาหาว่ากูงี่เง่าอ่ะกูก็เป็นของกูอย่างนี้
มิงไม่แหกตามาดูดี ๆ ตอนมิงมาจีบกูใหม่ ๆ
มาหาว่ากูเรียกร้อง แค่ทวงของที่กูเคยมี
มันผิดตรงไหนกันนี่ ทวงของดีที่กูเคยได้
กูแย่อย่างนั้นอย่างนี้ ทีตัวเองน่ะดีจนเวอร์
โถพ่อมาริโอ้เมาเร่อ ฟังแล้วอยากอ้วกใส่
ถ้ารักก็ดูแลด่วน ถ้ารักก็ดูแลด่วน
ก่อนกูชวนเพื่อนสาวออกเที่ยว มีตัวพ่อตัวใหม่มาเกี่ยวแล้วมิงจะเสียใจ



วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553

Singha Global Carnival

เมื่อวันก่อนไปงาน Singha Global Carnival ที่จัดอยู่ข้างๆ Central ชิดลมมา ครั้งนี้เราเลือกใช้บริการ รถไฟฟ้า เนื่องจากต้องไปทำธุระที่พารากอนก่อน


หากใครเป็นคนรุ่นเดียวกับเรา หรือแก่กว่า และตอนเด็กชอบไป แดนเนรมิต หรือดรีมเวิลด์ และชื่นชอบความหวาดเสียวเป็นชีวิตจิตใจแล้วล่ะก็ ช่วงเวลาแห่งการปลดปล่อยได้กลับมาแล้วอีกครั้งนึง งานในครั้งนี้เสียค่าเข้า 50 บาท เข้าไปแล้วก็ต้องซื้อ Token (1 token = 25 baht) เครื่องเล่นมีทั้งหมด 20 เครื่องเล่น (ของเด็ก รวมของผู้ใหญ่) สนนราคาเริ่มต้นของเด็กที่ 2 token ส่วนของผู้ใหญ่นั้น ก็ 3-10 token (หากใครเคยไปงานที่เขาเคยจัดที่เมืองทอง และที่แดนเนรมิตเก่า เมื่อหลายปีก่อน อาจจะเข้าใจ concept แต่งานในครั้งนี้เล็กมากๆ เมื่อเทียบกับสองงานใหญ่ยักษ์นั้น


การไปในครั้งนี้ เราเลือกที่จะเล่นแค่สองอย่าง (เนื่องจากคนที่ไปด้วยเขาเป็นโรคกลัวความสูง และไม่กล้าเสียว) เราจึงเล่น ชิงช้าสวรรค์ ที่ความสูงแค่ 44 เมตร ราคา 4 token ขึ้นไปพาเราหมุนแค่ 3 รอบเป็นอันจบกัน ความรู้สึกส่วนตัวก็โอเคนะคะ ไม่เห็นบรรยากาศรอบข้างเท่าไหร่ เนื่องจากมีตึกสูงๆ อยู่รอบด้านไปหมด


เครื่องเล่นต่อไป เป็นเครื่่องเล่นที่เราเล่นก่อนกลับก็คือ “ล่องแก่ง” เพื่อนๆคนไหน เคยติดตามอ่านไดอารี่เรา ที่เราเคยเขียนว่า เราไปงาน coke global carnival ที่แดนเนรมิตเก่า ก็คงพอจำได้ลางๆว่า เราเกือบเอาชีวิตไม่รอด ด้วยเครื่องเล่นนี้ เนื่องจากเกิดการขัดข้องทางเทคนิค เรายืนอยู่หน้าเครื่องเล่นนานมาก เพราะมีความรู้สึกคุ้นๆว่า เครื่องเล่นที่นี่ ก็คือเครื่องเล่นชุดเดิมกับที่มาเยือนเมืองไทยคราวที่แล้ว เพียงแต่ผู้สนับสนุน ไม่ใช่ coke แต่เป็น singha เท่านั้นเอง แต่ด้วยความกล้า เพราะไม่มีเครื่องเล่นไหนอีกแล้วที่เขาคนนั้น จะขึ้นกับเราได้ เราจึงเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ไปแลก token ซึ่งเครื่องเล่นนี้ ใช้คนละ 4 token ตอนเดินเข้าไปแลกเหรียญ สายตาของเรา ก็ไปเจอกับคุณ violetladybird และแฟนของเธอ ยินดีอย่างยิ่งนะคะที่เจอ กะว่าจะเข้าไปทัก แต่เนื่องจาก เธอและเพื่อนๆกำลังถ่ายรูปอยู่ มิเป็นไร โอกาสหน้ายังมีเนอะ


เราจึงไปขึ้นเครื่องเล่น เมื่อขึ้นไปแล้ว และไปติดอยู่ตรงเดิม ภาพเดิมๆ ความตกใจเดิมๆ ความกลัวก็วิ่งพล่านอยู่ในหัวของเรา แต่ทำไงได้อ่ะ ขึ้นมาแล้ว ต้องมั่นใจในความปลอดภัย กลั้นใจเล่นจนจบ เปียกปอนนิดหน่อย แต่อย่างน้อยเราก็ชนะความกลัวในอดีตได้อีกครั้ง


มีซุ้ม skill game คือเกมส์ที่ต้องอาศัยทักษะ และเงินที่หนาในกระเป๋า เพราะเกมส์นึงก็ 3 token มีพวก shoot basketball, ปาเป้า, โยนเหรียญใส่กระจก, โยนลูกบอลลงถังนม, ปากระป๋องให้แตก ฯลฯ เราเล่นเกมส์ปาเป้า ส่วนเขาเล่นเกมส์ปาเป้า และ shoot basketball แล้วก็ได้ตุ๊กตามานึงตัวจนได้ ฝีมือจริงๆ


เราเดินถือตุ๊กตาทั่วงาน แต่ใครจะรู้ว่าตุ๊กตาไม่ได้กลับมาอยู่กับเราที่บ้าน แต่ไปอยู่ในที่ๆดีกว่า เพราะระหว่างทางที่กำลังลงจากรถไฟฟ้า เพื่อไปต่อรถไฟฟ้าใต้ดิน ได้มีเด็กข้างถนน ที่วิ่งเช็คกระจกรถตามสี่แยก ได้เดินเข้ามาขอตุ๊กตาจากมือของเขาคนนั้น เขาคนนั้นหันมาถามเราว่า เด็กคนนี้ขอ เราจะให้ไหม เราตอบแบบไม่คิดเลยว่า “ให้เธอเลย” วินาทีนั้น ใบหน้าของเธอเปลี่ยนสีเป็นความดีใจอย่างสุดล้น เราเชื่อมั่นว่า ตุ๊กตาตัวนี้ จะมีค่าต่อเธอมากกว่า มาวางไว้เฉยๆให้ฝุ่นจับในห้องนอนของเรา


หมีพูห์จ๊ะ เธอจะได้ไปอยู่กับคนที่ต้องการเธอจริงๆแล้วนะ เราเชื่อมั่นว่า เธอจะได้รับความรัก และอ้อมกอดที่แสนจะบริสุทธิ์แน่นอน ฝากเด็กคนนั้นดูแลเธอด้วยนะ


และเป็นอีกวันที่เรามีความสุข ความสุขที่ไม่ได้ทำเพื่อตัวเราเอง ความสุขที่ไม่ได้ใช้เงินซื้อหามา แต่เป็นความสุขที่ได้เสียสละความสุขของตัวเราเองเพื่อคนอื่น


ขอให้เพื่อนๆมีความสุข และส่งต่อความสุข และรอยยิ้มให้กับคนรอบข้างนะคะ


พรุ่งนี้จะมาเขียนเรื่องราวในแนวเดิมๆ เรื่องจริง ที่แฝงด้วยแง่คิดและประสบการณ์


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน




วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553

ไปเที่ยว

สวัสดีนะคะเพื่อนๆ เราตื่นเต้นมากมาย เพราะเรากำลังจะออกไปงาน Singha Global Carnival ไว้จะมาเขียนบอกเล่าให้ฟังนะคะ

ไปก่อนละ

ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน