วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ทอมดี้ผ่อนรถ
วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ทอมชอบแย่งแฟนชาวบ้าน
ประชากรในโลกเพิ่มมากขึ้ืนอย่างรวดเร็ว แต่ทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด (เอาหลักเศรษฐศาสตร์ มาเปิดประเด็น) ดังนั้น ไม่แปลก! หากจะเห็น “การแย่งชิง” (พื้นที่ทำกิน หน้าที่การงาน การเข้าศึกษาเล่าเรียน หรือแม้กระทั่งแย่งสามีภรรยา) ให้ได้เห็นกันบ่อยครั้งตามหน้าหนังสือพิมพ์์ เราทุกคนต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเราเอง และบ่อยครั้งสิ่งที่ดีที่สุดนั้น ก็มีเจ้าของอยู่แล้ว (เกริ่นแค่นี้นะ เข้าเรื่องเลยดีกว่า)วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ทอมโง่ดีเด่นประจำปี
ก็อย่างว่าแหละ เรื่องของตัวเราเอง โดยส่วนตัว Happy everyday!!! มีความสุขกับแฟนทุกวัน แต่ที่ทำให้เป็นทุกข์นี่ก็ “สิ่งเร้าจากคนรอบข้าง” หรือพูดกันง่ายๆก็คือ “เรื่องชาวบ้านล้วนๆ”
วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
สร้างภาพ
วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ทอมแก่เลือกได้
Revealtomdy has just come back. ต่อไปเรามีจุดมุ่งหมายว่า จะเขียนให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 เรื่อง (นี่คือสิ่งที่ตั้งใจ แต่ไม่รู้ความเป็นจริงจะได้สักเท่าไหร่กัน จะพยายามแล้วกันนะคะ)
ต้องยอมรับว่า เวลานี้ หมั่นไส้คนใกล้ตัวมาก เรื่องราวในวันนี้ขอเขียน “แฉ” คนใกล้ตัวสักครั้งเถอะ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะรู้ไหมนะ? ว่าเรารำคาญ เพราะเราไม่เคยได้พูดไป (ไม่อยากจะพูดให้ใครเสียใจ) ได้แต่ปลอบ และหลอกด่าไปวันๆ (แต่ She ก็ยังไม่รู้ตัว เหอๆๆ)
งานเขียนวันนี้ มีอารมณ์ส่วนตัวล้วนๆ เป็นตัวขับเคลื่อน ใครจะว่าอะไรเราไม่รู้ ไม่ได้แหกกรอบงานเขียน เพียงแต่อยากจะระบายอารมณ์ผ่านทางตัวอักษรเท่่านั้น
“ตอง” ทอมวัย 45 ปี ด้วยหน้าที่การงาน มีธุรกิจเป็นของตัวเอง ฐานะค่อนข้างจะดีมากๆๆๆ เขาเลยเป็น “ทอมแก่เลือกได้” มีสาวๆมากมายมาให้เขาได้ชี้นิ้วเลือก แต่ก็ไม่รู้นะคะ ว่าลึกๆในใจสาวๆพวกนั้น ยืนนิ่งให้เขาเลือกเพราะอะไร? อาจเพราะอยากลองของแปลก? หรืออาจเพราะอยาก up ชีวิตของตัวเองให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น (ประมาณว่า ทอมแก่หลอกง่าย หรือเปล่า? เราขอ no comment) แต่ช่วงวัยไม้ใกล้ฝั่งอย่างเขานี้ ก็ยังไม่ละทิ้งตัณหา ไม่หยุดขบวนสุดท้ายไว้ที่ใครสักที ยังคงจะหาสาวๆมาควงอยู่ร่ำไป เขาใช้ชีวิตอย่างทอมเจ้าสำราญมาหลายปี โดนหลอก (แบบเต็มใจ หลักหมื่น หลักแสนบ้าง ก็เฮฮากันไป)
จนกระทั่งเขาได้มาเจอ “ปิ่น” ดี้วัย 38 สวยอย่างกระดังงาลนไฟ ซึ่งเธอเป็นแนวเดียวกับเขา นั่นคือ ชอบคบคนที่อายุน้อยกว่า ณ เวลาที่ “บุพเพอาละวาด” ให้เขาและเธอมาเจอกันนั้น เธอก็กำลังคั่วอยู่กับทอมวัย 23 คนนึง อาจเพราะด้วยความช่างเอาใจของเธอ หรือเพราะเธอไม่มีทีท่าจะสนใจเขาเหมือนสาวคนอื่นก็ไม่ทราบ หรืออาจเพราะเธอมีแฟนอยู่แล้วก็ไม่ทราบ เขาจึงรู้สึกตื่นเต้น และอยากจะเอาชนะเพื่อให้ได้เธอมาครอบครองเสียเหลือเกิน
เขาเริ่มหมกมุ่นความคิด และเวลาอยู่กับเธอ จนกระทั่งค่อยๆปล่อยสาวที่มีอยู่ใน stock หลุดออกไปทีละคนสองคน (โถ่ พี่คะ ที่พี่ต้องปล่อยหลุด เพราะพี่อายุมากขึ้นหรือเปล่า? ความจำไม่ค่อยดีใช่ป่ะ) จนสุดท้ายก็เหลือเธอเพียงคนเดียว
เรื่องราวดูเหมือนจะมาถึงจุด happy ending แต่เปล่าเลย? นี่เป็นแค่ละครฉากใหม่ ที่กำลังจะเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อเขายอมทิ้งสาวทุกคน เพื่อจะมาเริ่มต้นกับเธอ แต่เธอยังไม่ยอมเลิกกับทอมเด็กของเธอสักที ยิ่งทุ่มเทมาก ก็คาดหวังมากเป็นธรรมดา (เพราะเหตุนี้เขาจึงเริ่มต้นมีอาการประสาทอ่อนๆ) เธอแค่หลอกให้เขามารับมาส่ง ซื้อโน่นซื้อนี่ให้เธอเท่านั้น แต่ไม่เคยเปิดใจเธอให้เขาเลย (มีเพียงเขาเท่านั้นที่คิดไปเอง)
และแล้วการคร่ำครวญฉากแรกก็เริ่มขึ้น เมื่อเขารู้ความจริงว่า เธอยังไม่เลิกกับแฟนเก่า ส่วนเขาก็ได้เป็นแค่ “คนคอย support ทุกเรื่องเท่านั้น” เขาเริ่มสติแตก แต่ด้วยการรักษาฟอร์ม เคราะห์กรรมจึงต้องตกมาสู่คนรอบข้างที่ต้องมาทนฟังเรื่องราวรักไม่สมหวังของเขา (แหม อยากจะบอกเขาเหลือเกินว่า คุณโง่เองนี่!)
ระลอกแรกยังไม่จบ ก็มีความเสียใจโถมกระหน่ำ เข้ามาหาเขาอีกรอบ เมื่อเธอต้องการยืมเงินเขาเป็นล้าน เพื่อไปต่อยอดธุรกิจที่เธอหุ้นทำกับแฟนเก่า ไม่ต้องถามก็พอรู้ เขาก็โง่ให้อีกจนได้ โดยคาดหวังว่า เธอจะรับรัก เลิกกับแฟน และมาคบกับเขา แต่สุดท้าย อานุภาพของเงินก็ไม่สามารถบังคับความรักได้ เธอก็ยังคงคบกับแฟนเก่า นอนกับแฟนเก่า เขาขับรถมาส่งได้แค่ข้างล่างคอนโด ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่พอใจสักเท่าไหร่นัก สุดท้ายก็ต้องมาระบายกับคนใกล้ตัวฟัง (แต่ไม่เคยถามเลยว่า มีใครอยากจะฟังไหม? ไม่ใช่ว่าใจร้ายใจดำหรอกนะ แต่เมื่อบอกแล้ว เตือนแล้วไม่เชื่อ โง่แบบเต็มใจ ใครจะช่วยได้อ่ะ)
อีกไม่กี่วัน ความจริงอีกเรื่องก็ถูกเปิดเผย เมื่อเขาจับได้ว่า เธอเอาเงินไปดาวน์รถให้กับทอมเด็ก (แฟนของเธอ) ไม่ได้ทำธุรกิจแต่อย่างใด เขาก็เหมือนคนโง่ในสายตาของทุกคน เพราะญาติพี่น้องของเธอรู้เรื่องหมด มีเขาคนเดียวที่โง่อยู่เพียงลำพัง (เขาไม่กล้าที่จะเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง ได้แต่เก็บความโง่ไว้เตือนใจแต่เพียงลำพัง) เก็บได้ไม่นาน คนรอบข้างก็ต้องมารับรู้ความโง่ของเขาในครั้งนี้ จากปากของเขาเอง (ไม่ต้องถามว่า คนรอบข้างจะพูดว่าอะไร นอกจาก ส่ายหัว และส่ายหัว)
ต้องยอมรับว่า เธอฉลาดที่รู้ว่า ต้องพูดอย่างไร? ทำอย่างไร? ที่จะคุมเขาให้ support และตกอยู่ในสภาพ “ธนาคาร” ของเธอต่อไป แต่ปรบมือข้างเดียวก็ไม่ดังหรอก ถ้าหากเขารู้จักรัก โดยไม่ต้องการแย่งคนของใคร ใช้หัวใจแทนเงินตรา เขาคงไม่ตกเป็น “เหยื่อ” แบบทุกวันนี้
นี่ยังไม่จบ “มหากาพย์เรื่องราวของทอมแก่คนนี้ ที่พยายามจะใช้เงินซื้อความรัก ความสุข เหมือนที่เขาเคยทำได้ในอดีต แต่ครั้งนี้เขาไม่สามารถทำได้ จนทำให้เขาถลำลึกเข้าไปอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์” ความรักที่เริ่มต้นด้วยการเอาชนะ ไม่มีวันมีปลายทางที่สุขสมหวังได้หรอก (เพื่อนๆว่า จริงไหมคะ?)
ก็ต้องมาลุ้นกันต่อไปว่า “เขาจะค้นพบทางสว่างในชีวิตเมื่อไร?” (และคนรอบตัวจะหมดเวรหมดกรรมเมื่อไหร่)
เราค่อนข้างจะเชื่อมั่นว่า มีเพื่อนๆ ผู้อ่านหลายๆคน ที่เคยรับฟัง และรับปรึกษาปัญหาทำนองนี้ ปัญหาโลกแตก ที่เกิดจากตัวคนๆนั้นเอง แต่สร้างความรำคาญ ให้กับคุณ ประเภท เตือนเท่าไหร่ก็ไม่ยอมฟัง แนะเท่าไหร่ไม่ยอมเชื่อ แต่เวลามีปัญหาก็ “ซมซาน” กลับมาปรึกษา ปัญหาเดิมๆ เรื่องเก่าๆ แค่เอามาเล่าใหม่ เปลี่ยนตัวละคร เปลี่ยน location ก็เท่านั้นเอง
ขอพื้นที่ตรงนี้เขาระบายออกมาให้อ่านกันนะคะ ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน
วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553
ฉันไม่โง่ ก็แค่ไม่อยากทำลายความมั่นใจในตัวเองของเธอ
ฝากถึงทอมทั้งหลาย ที่คิดว่าตัวเองฉลาด ที่หลอกให้ผู้หญิงคนนึงรัก และทุ่มเทเพื่อคุณมากมาย (ทั้งกาย ใจ และเงินทอง)เพราะแค่คำว่า “ความรัก” จริงๆแล้วคุณคิดผิด เพราะดี้อย่างพวกเรารู้ทันคุณ และรู้สึก “สมเพช และเวทนา” ชีวิตอันไร้จุดหมายของคุณต่างหาก พวกเราจึงหยิบยื่น “ความรัก และทุกอย่างให้” ด้วยหวังว่าในใจลึกๆ “จิตสำนึกในความเป็นมนุษย์” ของคุณอาจจะทำงานเป็นบ้าง แต่ก็นะ เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่เราทุ่มเทไป ไม่มีอะไรกลับมา นอกจากคำโกหก และแสร้งว่ารัก(ที่ดูยังไงก็เพื่อผลประโยชน์) แล้วเราจะโง่ทนอยู่ต่อไปเพื่อ?
ง่วงนอนแล้ว นี่แค่ ออเดิฟ ไว้พรุ่งนี้ว่างๆ จะมา “ขยายความ อย่างเต็มรูปแบบ” รออ่านกันนะคะ
ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน
วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553
ทางเลือกของ "มือที่สาม หรือ กิ๊ก"
ดังนั้น เรามาดูข่าวบันเทิงกันดีกว่า ซึ่งตอนนี้ที่กำลังเป็นที่จับตามองของประชาชนก็ต้องเป็นข่าว เรื่อง รักสามเศร้า ของ พิงค์กี้ ธัญญเรศ และพี่เป็ก เพราะดูเหมือนว่า จะเป็นปัญหาที่ "เหยี่ยวข่าว และประชาชนที่ต้องการจะรู้เรื่องของดารา" ต้องการข้อมูลเป็นอย่างยิ่ง" แต่สำหรับเรา เราคิดว่าเป็นเรื่องปกติในชีวิตรัก ที่จะต้องมี "มือที่สาม หรือกิ๊ก" เข้ามาวุ่นวายอยู่ร่ำไป แต่ "บทสรุป" ของความรักนี่สิ จะเป็นอย่างไรก็ต้องติดตามกันต่อไป แต่ข่าวนี้ ก็ทำให้เราได้คิดที่จะ "แบ่งปัน" บางสิ่งให้กับเพื่อนๆได้อ่านกัน
วันนี้เราจะบอกเล่าเรื่องราว ที่สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของคน 2 คน ที่เรารู้จัก ที่มีจุดเริ่มต้นเดียวกัน ปัญหาในประเด็นเดียวกัน แต่ทั้งสองมีวิธีแก้ปัญหา "ต่างกัน" จึงทำให้ชีวิตหลังจากนั้นของคน 2 คนนี้ "ต่างกัน" โดยสิ้นเชิง
“ป้อม" ทอมหน้าตาดีคนนึง เขาเป็นคนที่จะรู้สึก "รัก" ผู้หญิงคนไหนนั้นยากเหลือเกิน ไม่รู้เพราะว่าอะไร? แต่แล้ว "หัวใจดวงน้อยๆของเขา" ก็ต้อง "หยุดเต้น" เมื่อได้มาเจอ "กุ้ง" ดี้รุ่นพี่ ด้วยความช่างพูดของเขา ทำให้ชนะใจเธอได้ไม่ยากเท่าไหร่ ทั้งสองคบกันมาได้ 2 เดือน เขาจึงมารู้ความจริงว่า จริงๆแล้ว เธอมีแฟนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้แฟนเธอไปทำงานที่สิงคโปร์ จะกลับมาในอีก 2 เดือนข้างหน้า
ณ วินาทีที่เขารู้ว่าเป็นตัวเองตกอยู่ในสภาพ "กิ๊ก หรือมือที่สาม" แบบไม่ได้ตั้งใจ เขารู้สึก "รับไมไ่ด้" และอยากจะเป็น ฝ่ายเดินออกมา แต่ด้วยความรักที่เขามีต่อเธอ และคำพูดที่เธอบอกว่า "ยังไงเธอก็รักเขามาก ขอเวลาให้แฟนตัวจริงของเธอกลับมาก่อน" แล้วเธอจะบอกเลิกกับแฟนคนเก่า และเขยิบฐานะให้เขาเป็น "แฟนคนเดียวของเธอ" ณ ตอนนี้ เราก็ "กิ๊ก" กันไปก่อน จะด้วยว่า "เขารักเธอมากเกินไป หรือว่า สมองเสื่อมชั่วคราว" ก็ไม่ทราบ เขาจึงยอมตกอยู่ในฐานะกิ๊ก
และแล้ว วันที่แฟนตัวจริงเธอกลับมาก็มาถึง เขาจึงทวงสัญญากับเธอ แต่สิ่งที่เธอตอบกลับนั้นก็คือ "เธอยังคงขอเวลา ขอเวลา" ผ่านไป ปีกว่าๆ ที่เขายังอยู่ในฐานะ "กิ๊ก" จากที่เคย "ละอาย และเรียกร้อง" ที่จะเป็น แฟนตัวจริง ก็กลับกลายว่า "รับสภาพ และสถานะกิ๊ก" ได้ซะงั้น หลังจากนั้นอีกไม่นาน เขาก็ต้องมารับรู้ความจริงอีกข้อ นั้นคือ เธอไปมี "กิ๊ก" อีกคน นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เขารับไม่ได้ และด้วยความเบื่อ เป็นทุนอยู่แล้ว ทำให้เขา "เดินออกมาจากชีวิตเธอ" เพื่อ "ยุติ" ความสัมพันธ์
แต่นั่นเป็นแค่ "จุดเริ่มต้น" เพราะหลังจากนั้น เขาจะไป "คบ" กับใคร ก็ต้องไปเจอ ไปรัก ผู้หญิง ที่มี "เจ้าของ" อยู่ร่ำไป อาจเพราะ "เวรกรรม" หรือ "ความชอบในความตืื่นเต้น" หลังจากที่ผ่านช่วงชีวิตนั้นมาก็ไม่ทราบ ณ ปัจจุบัน เขาจึงมีชีวิตอยู่เป็น "กิ๊ก" ลักกิน ขโมยกิน แฟนของชาวบ้านอยู่เรื่อยไป (นี่แหละหนา เวรกรรมของคนที่เป็น "กิ๊ก")
นั่นคือเรื่องราวของ "ป้อม" ทอมที่ตอนแรกเป็น "กิ๊ก" แบบไม่สมยอม แต่ตอนนี้ เขามีชีวิตรัก สนุกอยู่กับการเป็นกิ๊กชาวบ้าน แบบไม่ "ละอาย"
“ปุ๊ก" ทอมต่างจังหวัด ที่มาทำงานในกรุงเทพฯ เขาพักอยู่แถวรามคำแหง จึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะเดินตลาดหน้าราม และวันนึงเขาก็ได้มาเจอกับ "หน่อย" โดยบังเอิญ และทั้งคู่ก็ตัดสินใจคบกันเป็นแฟน โดยที่เขามักจะนัดทานข้าว ดูหนังกันบ่อยๆ เธอได้มารู้จักกับเพื่อนชายที่สนิทของเขา ทั้งสามกิน เที่ยวกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งวันนึง เพื่อนชายของเขา เห็นเธอเดินกอดกับทอมอีกคนนึงที่ "สยาม" จึงรีบยกหูโทรศัพท์โทรบอกเขา เขาพยายามโทรหาเธอ แต่เธอไม่ยอมรับสาย เขาจึงบุกไปหาเธอที่หอ เธอจึงอธิบายอย่างใจเย็นให้เขาฟังว่า เธอมีแฟนอยู่แล้ว คบกันมา 8 ปี เขาเป็นทอมอีกคนที่เธอรัก แต่เธออยากให้เขาเข้าใจถึง "ลำดับความมาก่อนมาหลัง" เธอขอร้องให้เขาคบกับเธอเป็น "กิ๊ก" รอจนกว่า "เธอจะจับได้ว่าแฟนตัวจริงของเธอมีกิ๊ก" แล้วเธอก็จะได้หาเรื่องบอกเลิกได้ง่ายๆ แบบไม่ต้องมีปัญหา เขานิ่งไปครู่นึงก่อนที่จะบอกว่า "ตกลง เขาจะรอ" เธอยิ้มอย่างสบายใจ แต่หลังจากนั้นอีก 3 วัน เขาโทรไปหาเธอและบอกว่า "เขายอมไปจากเธอ ไม่ใช่เพราะไม่รัก หรือโกรธ เพียงแต่เขาคิดว่า ไม่มีเหตุจำเป็น ที่เขาจะเอาชีวิตของเขา มาผูกไว้กับคนที่ไม่แน่นอนในความรักอย่างเธอ ลาก่อน"
ชีวิตรักของเขาหลังจากนั้น ก็ยัง "ผจญภัย" ไปเรื่อย ณ ตอนนี้ เขาได้คบกับดี้คนนึงที่มีเขาเพียงคนเดียว เขามีความสุข (นี่ถ้าวันนั้นเขาไม่ตัดสินใจบอกเลิกกับเธอคนนั้น เขาคงจะยังคงเป็น "กิ๊ก" และไม่ได้มาเจอเธอคนนี้ คนที่เป็นเจ้าของหัวใจของเขาอย่างแท้จริง)
บางทีการยอมรับความจริง อาจทำให้คุณเจ็บปวด และยากจะตัดสินใจ แต่หากอยู่แบบหลอกตัวเองไปวันๆ ด้วยคำว่า "รัก" ชีวิตก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นอย่างแน่นอน
เราเชื่อว่า หลายๆคน อาจจะเคยประสบ หรือตกอยู่ในฐานะ "กิ๊ก" ที่อาจจะไม่ตั้งใจ และบางคนก็เลือกที่จะ "ใจอ่อน" ยอมรับสภาพนั้นต่อไป (แบบป้อม) หรือบางคนอาจจะเลือกที่จะ "รักตัวเอง" และมองไปข้างหน้า เพราะชีวิตยังคงต้องเดินต่อไป ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ (แบบปุ๊ก)
สังเกตุไหมคะ เหตุผล และข้ออ้าง ของคนที่ต้องการเก็บอีกคนนึงเอาไว้ให้อยู่ในสภาพ "กิ๊ก" นั้น มักจะให้ว่า "รอหน่อยนะ เดี๋ยวจะเลิกกับอีกคนแล้ว ให้อดทนรอหน่อย" (นี่คือ เหตุผล และข้อแก้ตัว ของ "คนเห็นแก่ตัว" ที่ไม่เคยรักใครจริง นอกจากตัวเอง) และเหตุผลนี้ หลายๆคน ก็หลงกล (เพราะ รัก) สุดท้ายก็ไงอ่ะ "ฝืนทน จำทน อดทน" จนต้องติดอยู่ใน "กับดักความเป็นกิ๊ก" จนไม่ได้เจอ "ความรักแท้"
และนี่คือ 2 ตัวอย่าง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง จาก ทอม 2 คน เราเชื่อว่า เพื่อนๆคงได้ "แง่คิด" ไม่มากก็น้อย ดังนั้น ใครที่ตอนนี้กำลัง "คิดแบบหัวระเบิด" ว่าจะเอายังไงดี จะตัดสินใจเลือกทางเดินไหนดี ณ งานเขียนนี้ "คำตอบ" ลอยมาแล้ว คว้าไว้นะคะ
“จงมีความรักอย่างมีสติ"
ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน
วันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2553
สำหรับ "ดี้" ที่คิดว่าตัวเองแน่
เมื่อคืนเราไปร้องคาราโอเกะมา ไปกับน้องสาว และคนขับรถส่วนตัว บรรยากาศสนุกดี เราได้ฟังน้องสาวของเราร้องเพลงแปลกๆ ที่ไม่เคยได้ยินจากที่ไหน เช่นเพลง อ๊อดๆๆ และเพลงบ้านเดียวกัน เราว่า การร้องคาราโอเกะเป็น “การปลดปล่อย” ที่ดี
ช่วงเดือนนี้ เราคงต้องไป ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์เกือบทุกอาทิตย์ เนื่องจาก วันที่ 11-14 มีงานไทยเที่ยวไทย (อยากไปซื้อ package ไปเที่ยว แต่อาจไปแค่ไปเช้า-เย็นกลับ) วันที่ 18-21 งาน commart ว่าจะไปดู computer อีกสักเครื่อง และ 26-6 งานสัปดาห์หนังสือ ไปเดินดูหนังสือเสียหน่อย (งานแน่นเอียด) และอาทิตย์นี้เราต้องขับรถไปรับน้องพิม (น้องสาวแสนรักของเรา) มาอยู่กทม. ช่วงปิดเทอม เราได้เตรียม notebook ให้แล้วหนึ่งเครื่อง เอาไว้เล่น msn โดยเฉพาะ และหวังว่า การมาของเธอในวันนี้ เธอจะได้อะไรกลับไปมากกว่าการมาเที่ยว มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า
เป็นธรรมดาของมนุษย์ทั่วไปบนโลกใบนี้ ที่จะมีความคิดที่เข้าข้างตัวเอง ในสถานการณ์ต่างๆของชีวิต
บางคนก็คิดว่าตัวเองฉลาด รอบรู้ไปหมดเสียทุกเรื่อง
บางคนก็คิดว่าตัวเองสวย และดูดีที่สุด ทุกคนที่เดินสวนกับเธอต้องเหลียวหลัง และตกหลุมรัก
บางคนก็คิดว่าตัวเองเก่ง ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ
บางคนก็คิดว่าตัวเองชนะ จึงมั่นใจไปซะทุกเรื่อง
บางคนก็คิดว่าตัวเองศรัทธา เพราะสะสมของขลังเป็น collection
บางคนก็คิดว่าตัวเองมีค่ามากมาย จึงประเมินค่าตัวเองสูงเกินความเป็นจริง
แต่ไม่ว่าคุณจะคิดว่า ตัวเองมีอะไรเด่นแค่ไหน? ก็อย่าลืม “จุดด้อย” ของตัวเองด้วยก็แล้วกัน เพราะบางที “จุดด้อย” จุดเล็กๆ ที่คุณมองข้ามนั้น อาจทำให้คุณต้องเสียใจภายหลังได้ (ละเอียดกับการสำรวจชีวิตภายในของตัวเองกันหน่อย อย่ามัวแต่ไปสนใจเรื่องของชาวบ้าน ที่เมื่อชักจูงเข้ามาในชีวิตคุณแล้ว หาได้สร้างประโยชน์ไม่)
ในงานเขียนของเราวันนี้ เราอยากจะ “ยกตัวอย่าง” ดี้คนนึงที่เรารู้จักเป็นอย่างดี เธอชื่อ “นุช” เธอเป็นดี้ที่มีความมั่นใจในตัวเองค่อนข้างสูง ในทุกๆเรื่อง และเป็นพิเศษในเรื่อง “ความรัก” ด้วยว่า เธอเป็นคนที่หน้าตา รูปร่างค่อนข้างจะน่ารัก และดึงดูดทั้งทอม และผู้ชายมากหน้าหลายตาเข้ามาจีบอยู่เรื่อยๆ ถึงแม้ว่าเธอจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วก็ตาม แต่เนื่องจากแฟนของเธอนั้น ต้องบินไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ทำให้ต้องอยู่เหงาที่เมืองไทยเพียงลำพัง ในที่สุด “ความรักของเธอก็แพ้ระยะทาง เมื่อความเหงามาเยือน” เขาบินไปเพียงไม่กี่อาทิตย์ เธอก็เริ่มที่จะมองหา “กิ๊ก” ทอมคนใหม่ได้เดินเข้ามาในชีวิตของเธอ และเธอก็บริหารเสน่ห์ไปอีกเรื่อยๆ จนกระทั่ง เธอมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับกิ๊กของเธอ (โดย
ที่เขาก็รู้อยู่แล้วด้วยว่า เธอมีแฟนอยู่แล้ว แต่ก็ยังหน้าด้านคบกับเธอ ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นได้แค่ พระรอง)
ชีวิตเธอในแต่ละวันนั้นมีความสุข เพราะเธอคิดว่า มีคนรัก คนเอาใจใส่ และคนให้คิดถึง ถึง 2 คน แต่ความสุขนี้จะยั่งยืนหรือ? ความสุขแบบนี้จะคงอยู่ได้นานแค่ไหนนะ?
คบกันได้ไม่นาน เขา (กิ๊กของเธอ) เริ่มจะลังเลกับความไม่แน่นอนของชีวิตรัก เนื่องจากอีกไม่ถึงเดือน แฟนของเธอก็จะบินกลับมาแล้ว เขาจึงเริ่มมองหา “รักแท้ และผู้ดี้ที่ไม่มีเจ้าของ ที่จะนำพาให้เขาตกอยู่ในสภาพกิ๊กอย่างช่วยไม่ได้แบบนี้” และก็เป็นผลสำเร็จ เมื่อเขาได้เจอกับผู้หญิงอีกคนนึง
และเมื่อแฟนเธอบินมาถึง เธอก็ต้องทุ่มเวลาให้กับแฟนเธอ จนไม่มีเวลาให้กับเขา แต่เขาก็ไม่สนใจอะไร เพราะว่า เขาก็ได้พบกับผู้ดี้อีกคนแล้ว
และความจริงก็มาปรากฏเมื่อเธอจับได้ว่า แฟนเธอนั้นมีกิ๊ก เป็นผู้หญิงอื่น เธอเสียใจมาก คิดที่จะบอกเลิกกับแฟน เพราะมั่นใจมากว่า เธอยังเหลือกิ๊กอีกคนนึงแน่นอน (ชีวิตเธอไม่กลับไปโสดอีกครั้งแน่) เธอจึงบอกเลิกกับแฟน และก็ขนเสื้อผ้าไปหากิ๊ก แต่เมื่อเธอไปถึงห้องเขา เธอก็ต้องหน้าแตก หน้าแหก แบบหมอไม่รับเย็บ เนื่องจาก เขาปฏิเสธเธอ เพราะเขาก็เริ่มคบกับผู้หญิงคนใหม่ด้วยเช่นกัน
สุดท้าย เธอจึงค้นพบว่า ไม่ใช่เธอคนเดียวที่มีโอกาสมีกิ๊ก และทรยศต่อความสัมพันธ์ได้ มนุษย์คนอื่นๆก็ทำได้เช่นกัน
เธอที่เคยคิดว่าตัวเองมีความสุขในการบริหารเสน่ห์ และมีกิ๊ก ก็ต้องเสียใจอย่างสุดซึ้ง
เธอที่เคยคิดว่าตัวเองแน่ ที่คบกับทอมสองคนในเวลาเดียวกัน ก็ต้องหมดความมั่นใจ เพียงเพราะมั่นใจในตัวเองมากเกินไป
เธอที่เคยคิดว่าทอมเป็นของตาย ไม่มีวันไปไหนรอด กลับกลายเป็นเธอเพียงคนเดียว ที่โอกาสรอดเหลือน้อยมาก
และนี่ก็คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของดี้คนนึง ที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไป จนคิดว่า ตัวเองมีโอกาสเหนือคนอื่นๆ
เราหวังว่า เรื่องของเธอในวันนี้ คงเป็นอุทาหรณ์ให้กับเพื่อนๆได้ไม่มากก็น้อย
เวรกรรมไม่ต้องรอชาติหน้า หรือชาติไหน เพราะกรรมสมัยนี้ติดจรวด หากคิดจะทำอะไร ก็คิดล่วงหน้าถึงผลที่จะตามมาด้วยก็จะดีไม่น้อย จะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง
ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน
วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553
ทอมโปรโมชั่น
สวัสดีวันจันทร์ วันแรกแห่งการทำงานคะ เพื่อนๆเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับเรา เพิ่งจะโดนผีหลอกมามาดๆ จากการไปเข้าพักที่โรงแรมแห่งนึง แต่ไม่เป็นไรคะ “มันผ่านไปแล้ว” เราได้ไปทำบุญให้กับเขาแล้ว แต่สำหรับความรู้สึก คงจะเข็ดกับการไปนอนโรงแรมอีกนาน (น่ากลัวมากๆ) สิ่งลี้ลับในโลกนี้มีมากมายนัก แต่ถ้าจะให้ดี เราไม่ควรเจอะเจอ หรือรับรู้ดีกว่าเนอะ
มาเข้าเรื่องกันดีกว่า จากไดอารี่ล่าสุด ที่เราบอกว่า จะมีเขียนเรื่องในแนวเดิมๆ คือ เรื่องที่เกิดขึ้นจริง และแฝงด้วยแง่คิด ผ่านประสบการณ์จริง และวันนี้ เราขอประเดิมเรื่องแรกแบบเล็กๆ แต่ก็นะ เราเชื่อว่า หลายๆคนต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้แน่นอน
“จิ๊บ” ดี้ผู้ที่ผ่านการมีแฟนมาหลากหลายคน สนนอายุของเธอก็คำนวนได้คร่าวๆ 35 ปี แต่เธอก็ยังไม่เคยเจอทอมคนไหนที่ทำให้เธอตกหลุมรักเข้าอย่างจังได้เท่ากับ “โอ๋” ทอมวัย 32 ปี เขาคนนี้เป็นทอมที่หน้าตาบ้านๆ profile ก็ธรรมดา แต่การเอาอกเอาใจ และวาจาสวยหรู “ชนะเลิศ”
เธอได้เล่าให้เราฟังว่า ช่วงโปรโมชั่นนั้นแสนหวาน ดูและเธอประดุจเป็น “เจ้าหญิง” ดูแลทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องขี้เล็บ ยันเรื่องใหญ่ เขาจะจำได้ในทุกรายละเอียดของชีวิตเธอ เขาทำให้เธอคิดว่า เธออยู่ในสายตาของเขาในทุกๆเรื่อง จากที่แค่รู้สึกดีต่อเขา ก็พัฒนามาเป็นความชอบ และความรัก เธอรักเขาเรียกได้ว่า สุดหัวใจ
เธอภูมิใจ และค่อนข้างจะมั่นใจว่า เขารักเธอมาก จนไม่มีอะไร หรือสิ่งไหนที่จะมาทำลายชีวิตรักของทั้งคู่ได้ แต่เธออาจจะลืมปัจจัย “ความเบื่อ” ไป เพราะหลังจากเขาเป็นเทพบุตรได้ไม่นาน เขาก็เริ่มเบื่อ และทิ้งๆขว้างๆเธอ เขาเริ่มจะมองหาคนไหม และก็ตื่นเต้นกับคนใหม่ สุดท้ายก็ทิ้งเธอไปโดยไม่บอกลา ทิ้งให้เธอต้องจบน้ำตาต่อไป
สำหรับเธอตอนนี้ก็คงกำลังทำใจ คงจะเสียใจ และเข็ดกับความรักช่วงโปรโมชั่นนี้ เธอเล่าว่า ไม่ควรเลย เป็นเจ้าหญิงอยู่ได้ไม่กี่เดือน ก็ต้องถูกทิ้งไม่ต่างอะไรกับ “ก้อนขี้” ก้อนนึง เมื่อเขาเบื่อ เขาก็กดชักโครกแล้วเดินจากไป
เราได้แต่ปลอบเขาว่า ไม่ต้องเสียใจไปหรอก ดีแล้วที่เขาไปจากเธอตอนนี้ เกิดเบื่อช้ากว่านี้ แล้วความผูกพันมีมากกว่านี้แล้วล่ะก็ ความเสียใจที่ต้องเผชิญอาจจะมากกว่านี้ก็ได้ และคนที่เบื่อง่ายแบบนี้ เขาไม่รู้จักตัวเองและความรักหรอก เขายังต้อง “วิ่งตามหา” อีกนาน กว่าจะเจอความรักที่แท้จริง เธออาจจะทรมานตอนนี้ แต่สุดท้ายเธอก็ยังเป็นเธอ แต่เขาสิ หาตัวเองไม่เจอ วิ่งไล่งับหาตัวเอง ไม่ต่างอะไรกับ “หมา” ตัวนึงเท่านั้น อโหสิ ให้กับเขาเถอะ
สำหรับเพื่อนที่อ่านไดอารี่ เราอยากฝากเอาไว้นะคะ ให้เพื่อนๆมองให้ดีๆ เพราะเดี๋ยวนี้ มี ทอมประเภทผีเข้าผีออก และทอมโปรโมชั่น เยอะแยะมากมายในสังคม เวลาดีก็ดีใจหาย นึกจะไปก็สะบัดตูดไปโดยไม่เอ่ยคำลาสักคำ สิ่งที่เราทำได้ก็คงต้องทำความเข้าใจ และระมัดระวังตัวเองในการมีรักครั้งใหม่ให้ดีๆ รักอย่างไม่ประมาทนะคะ และชีวิตคุณก็จะสดใสแน่นอนคะ
ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน
กูอยู่ของกูดี ๆ มิงมาหลีกูทำไม
กูอยู่ของกูเฉย ๆ มิงมาเสยกูทำไม
กูอยู่ของกูนิ่ง ๆ มิงมาปิ๊งกูทำไม
ก็กูไม่ได้ไปขอ มิงมาป้อกูทำไม
กูอยู่ของกูคนเดียว นะกูก็อยู่ของกูคนเดียว
กูได้ไปเชิญมิงเข้ามาเกี่ยวกะชีวิตกูตั้งแต่เมื่อไหร่
บ้านกูกูกลับเองได้ เคยบอกตอนไหนว่ากูจะหลง
ก็มิงอาสาไปรับไปส่ง กูอ๊ะ ก็ตามใจ
ใครใช้ให้โทรมาหา ก็มิงนั่นแหละเดินมาขอเบอร์
ส่งเมสเสจว่าคิดถึงเธอ มิงอย่าละเมอทำจำไม่ได้
วันเกิดต้องมีของขวัญ ทุกวันสำคัญต้องมีของฝาก
แค่กูเปรยว่าชอบมาก ๆ โคตรลำบากก็หามาได้
กูอยู่ของกูชิน ๆ เสาร์อาทิตย์กูกินข้าวบ้าน
มิงก็ชอบมาทอดสะพาน กินร้านนั้น ร้านนี้กันมั๊ย
กินข้าวก็แทบจะป้อน โทรมาอ้อนให้นอนห่มผ้า
แค่กูบอกว่าเมนส์จะมา รีบไปซื้อยาแพนสแตนให้
คนอะไรแสนดีโคตร ๆ ดีไปหมด 24 ชั่วโมง
กูเลยเสร็จมิงแบบงง ๆ ตกลงเป็นแฟนก็ได้
มาว่ากูอาร์ทตัวแม่ มิงนั่นแหละไอ้อาร์ทตัวมั่ว
เจือกมาทำให้กูเคยตัว โทษกูไม่ได้
ไม่นานพ่อเทพบุตร ชักสะดุด เหมือนแผ่นถลอก
เล็บที่เคยกุดก็ชักจะงอก ไม่อยากบอกว่าแสบแค่ไหน
เมื่อก่อนรับส่งทุกวัน ไม่เคยยั่นตี 3 ตี 4
เด๋วนี้บอกมารับหน่อยดิ มิงบอกนั่งแท๊กซี่ดีมั๊ย
อยู่บ้านคนเดียวเหงา ๆ เบื่อกับข้าวที่กินซ้ำ ๆ
ชวนไปกินติ่มซงติ่มซำ มิงบอกกินเซเว่นก็ได้
อย่าหวังของขวัญหรู ๆ วันเกิดกูมิงยังจะชิ่ง
บอกนัดเพื่อนมาเล่นวินนิ่ง ควายเผือกหน้าไม่อาย
เมื่อก่อนเดินอิงแอบแนบชิด ตัวแทบติดเป็นปาท่องโก๋
เดี๋ยวนี้เดินห่างกันเป็นกิโล มิงจะโชว์ว่าโสดใช่มะ
บอกกูไม่มีความลับ แต่โทรศัพท์ไม่ให้กูแตะ
มาหาว่ากูเจ๊าะแจ๊ะ มิงนั่นแหละมีเลศนัย
เมื่อก่อนมองกูเซ็กซี่ เดี๋ยวนี้มองกูแล้วขำ
เรียกกูว่าโพนยางคำ มิงจะซ้ำเติมกูทำไม
หลัง ๆ นี่มิงชักหนัก คำว่ารักไม่ตกถึงท้อง
คุณภาพมิงมันบกพร่องบริการหลังการขาย
มาว่ากูอาร์ทตัวแม่ มิงนั่นแหละไอ้อาร์ทตัวพ่อ
ชวนเอาโปรโมชั่นมาล่อ กูก็คิดว่ามิงนะใช่
ทั้งลดทั้งแถมทั้งแจก มาเป็นแพคแบบฟูลออฟชั่น
พอกูเป็นของมิงเท่านั้น โปรโมชั่นมา ๆ หาย ๆ
อย่านึกว่ากูลำบากนะมิงอย่านึกว่ากูลำบาก
หล่อกว่ามิงก็หาไม่ยากแค่กูไม่อยากเปลี่ยนเครือข่าย
มาหาว่ากูงี่เง่าอ่ะกูก็เป็นของกูอย่างนี้
มิงไม่แหกตามาดูดี ๆ ตอนมิงมาจีบกูใหม่ ๆ
มาหาว่ากูเรียกร้อง แค่ทวงของที่กูเคยมี
มันผิดตรงไหนกันนี่ ทวงของดีที่กูเคยได้
กูแย่อย่างนั้นอย่างนี้ ทีตัวเองน่ะดีจนเวอร์
โถพ่อมาริโอ้เมาเร่อ ฟังแล้วอยากอ้วกใส่
ถ้ารักก็ดูแลด่วน ถ้ารักก็ดูแลด่วน
ก่อนกูชวนเพื่อนสาวออกเที่ยว มีตัวพ่อตัวใหม่มาเกี่ยวแล้วมิงจะเสียใจ
วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552
ทอมโฮส
ลูกค้าที่ต้องการ “โฮส” ต้องมีการติดต่อผ่านนายหน้า ซึ่งมีหน้าที่ดูแล (คล้ายๆ หัวคิว) มีการเสนอให้บริการอยู่ตามเวปต่างๆ (ใจเย็นๆนะคะเพื่อนๆ อย่าเพิ่งรีบ Search หา อ่าน Blog เราให้จบเสียก่อน)
เราขอยกตัวอย่าง คุณสมบัติของผู้ที่สามารถสมัครเป็น “ทอมโฮส” (ซึ่งเป็นข้อมูลการรับสมัครจริงๆ)ข้อแรก อายุ 18 ปีขึ้นไป เรียนระดับมหาลัย (ตอนนี้ “ทอมโฮส” ในระดับมหาวิทยาลัย กำลังเป็นที่ต้องการมากเลย) ข้อสอง พูดอ่านเขียนภาษาไทย100% ภาษาปัญญาอ่อน ป๋ม นะงับ นะค๊าฟ นะคัฟ (ไม่รับเด็ดขาด)ข้อสาม มีความตั้งใจที่จะทำอาชีพโฮสจริงๆ ไม่เหลาะแหล่ะ หรือมาแค่ไฟไหม้ฟาง แบบทำครั้ง 2 ครั้งแล้วเลิกข้อสี่ สุภาพ แฟร์กับสตรี ไม่มีคำหยาบ มีความอดทน และไม่ใช่ “ทอมหื่น”ข้อห้า จะมีแฟน หรือไม่มีก้อไม่ว่า (ตามใจไม่บังคับ) แต่อย่าให้แฟนมาวุ่นวายกับงาน จนงานเสีย
ข้อหก ไม่จำกัดอายุ หน้าตา แต่ต้องไม่ขี้เก็กจนคนที่อยู่ด้วยรู้สึกอึดอัด
ซึ่งกฏเหล่านี้ นายหน้าจะเป็นคนตั้ง ซึ่งก็ต้องมีการถามข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า
ดื่มไหม?
รับงานไปต่างจังหวัดไหม?
และอีกหลายๆคำถาม
กฏอีกข้อที่สำคัญมากก็คือ ถ้าตกลงรับงานนั้นๆแล้ว ไม่ไปตามนัด จะโดน “แบน”
“ทอมโฮส” จะเป็นแค่เพื่อนเที่ยว เพื่อนกิน หรือแอ๊ปว่าเป็นแฟนกันได้ แต่ไม่มีการหลับนอน หรือพาขึ้นเตียงโดยเด็ดขาด รายได้ค่อนข้างดี แต่จะติดอยู่ตรงที่ว่า เขาไม่สามารถเลือกได้ว่าต้องไปกับใคร (ผู้หญิงปกติ ดี้ เลส ในช่วงวัยไหน?)
นี่คือตัวอย่าง โฆษณา (จริงๆ)
“เราเป็นคลับทอมโฮสครับ ตอนนี้อยู่ในระหว่างการวางระบบ ถ้าสนใจใช้บริการติดต่อได้ครับ ทอมโฮสของเราส่วนใหญ่ที่มีตอนนี้คือ การศึกษาดีปริญญาตรีอัพ แล้วมีหน้าที่การทำงานที่โอเค แล้วยังมีเลสโฮสอีกด้วยนะครับ ราคาไม่แพงครับ เพราะเราจะมีโปรโมชั่นช่วงเปิดตัว เพื่อนเที่ยวเต็มวัน เที่ยงถึง 2 ทุ่ม ในราคา 700 บาท ใครสนใจติดต่อ XXXXXXXXX”
และนี่คืออีกเรื่องราวที่ “มีอยู่จริง” ในสังคมของเรา หลายๆคนที่อ่านอาจรู้สึกตกใจ แต่บางคนที่เคยใช้บริการอยู่แล้ว ก็อาจจะเฉยๆ เพราะในช่วงเศรษฐกิจ “ตกผลึก” แบบนี้ ทอม ดี้ เลส ในวัยเรียน คงจะต้องหาเงินเพื่อใช้เป็น “ทุนการศึกษา” กันให้วุ่นวายไปหมด
ข้อแนะนำ
ควรใช้วิจารณญานในการอ่าน สำหรับพวกที่ อยากรู้ อยากลอง ชอบของแปลกใหม่ เราไม่ขอแนะนำ เพราะ “ความสนุก เพียงชั่วครู่ นำความทุกข์ถนัดมาสู่ชีวิตของใครหลายๆคนอยู่เสมอ”
เจตนาของผู้เขียน
ต้องการเปิดหูเปิดตา ตีแผ่ อีกมุมนึงของสังคมเท่านั้น ไม่ต้องการส่งเสริม หรือยั่วยุ ให้เดินตามสายงานนี้
หากพรุ่งนี้เราพอมีเวลา เราจะมา "ถ่ายทอด" ประสบการณ์จริงของ "ทอมโฮส" คนนึง ที่มีอยู่จริงในสังคมของเรา หากดี้คนไหนกำลังเหงา และสนใจที่จะลองใช้บริการ "ห้ามพลาด"
ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน
วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ความทุกข์ในแง่มุมต่างๆ ตอนจบ
มาถึง "ความทุกข์" ของมนุษย์เพศต่อไปในสังคมกันบ้าง นั่นคือ กระเทย และเกย์
เพื่อนๆชาว ญ รัก ญ หลายๆคน อาจคิดว่า "การเป็นเพศที่สาม" ของพวกเรานั้น ต้องพบเจอกับความผิดหวัง และความทนทุกข์อย่างยิ่ง หลายๆคนอาจคิดว่า เกิดมา ตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง เป็น ทอม ดี้ และเลสนั้น เป็นเพศที่ "ทุกข์ทน" อย่างยิ่งแล้ว แต่ใครจะรับรู้ว่าบางที เพศของพวกเรา อาจไมไ่ด้ทุกข์ทนมากที่สุดก็ได้
เกย์ ความทุกข์ของเขา ก็คงเป็นเรื่องความไม่แน่ใจในตัวเอง เอ๊ะ จะเอาผู้หญิง หรือผู้ชายดี ปัญหาที่ตามมาก็คงเป็นความอึดอัดในใจ เพราะพวกเขาจะแสดงออกมาไม่ได้ถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการลึกๆในจิตใจ พวกเขาต้องเก็บงำเอาไว้ หลายๆครั้งพวกเขาต้อง "โกหก" หรือต้องทำตัวเหมือนไม่ยอมรับตัวเองบ้างในบางขณะ เพื่อให้คนรอบข้างได้สบายใจ และหายห่วงไปวันๆ และเพราะความสัมพันธ์หรือชีวิตที่ต้องหลบๆซ่อนๆ นี่แหละ ทำให้ความรักของเขาแต่ละครั้ง ถ้ายั่งยืนก็จะยืนยาวไปเลย แต่ถ้าเปราะบางแล้ว ก็อ่อนไหวเหลือเกินจนน่าตกใจ
กระเทย ความทุกข์ของเพศนี้ เรียกได้ว่า มากมายจนอธิบายแทบไม่หมด
ทุกข์แรกของพวกเธอ คงเป็นความไม่พอใจในความเป็นชายของตัวเอง ทำให้พวกเธอต้องดิ้นรน หรือทำงานอย่างหนักเพื่อเก็บเงิน เปลี่ยนความเป็นชายของตัวเอง ให้กลายเป็นหญิง อย่างที่ได้ฝันใฝ่ไว้เรื่อยมา (หากใครไม่เคยได้คลุกคลี หรือมีเพื่อนเป็นกระเทย คงจะไม่สามารถรับรู้ได้ว่า เพศนี้เป็นเพศที่อดทน เสียสละ และเกิดมาเพื่อเผชิญกับความเจ็บปวดจริงๆ)
ทุกข์ที่สองของพวกเธอ คงจะเป็นการข้ามผ่านสายตา หรือทัศนคติของคนรอบข้างในสังคม เธอต้องพยายาม ถีบ ตัวเอง ให้อยู่ในจุดสูงสุด ต้องพัฒนาตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านภาษา ความรู้ และความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เพื่อให้คนในสังคม "เปิดโอกาส และยอมรับ" ในความสามารถของพวกเธอ และหวังว่า คนรอบตัว จะมองข้าม ปมด้อย ในด้านอื่นๆของเธอได้
ทุกข์ที่สามของพวกเธอ คงจะเป็นเรื่องการมีความรัก ผู้ชายที่เดินเข้ามาในชีวิตเธอนั้น ส่วนมากก็แค่เป็นพวกอยากรู้อยากลอง ของแปลก ของใหม่ ไม่คิดจริงๆจัง หรือหยุดชีวิตไว้ที่เธอ หลายๆครั้งที่เธอต้องประสบกับภาวะ รักลวง รักหลอก จากผู้ชายทั่วไป (แรกๆอาจทำให้บางคนที่ไม่แข็งแรงพอ ทุกข์ทรมาน แต่ถ้านานไป เธอเข้าใจและชินชากับมัน เธอก็จะรูู้ว่า นั่นคือชีวิตที่เธอได้เลือกแล้ว)
ทุกข์ที่สี่ของพวกเธอ ก็คงเป็นเรื่องการเข้าห้องน้ำ แม้ว่าบางคนจะแปลงเพศแล้ว แต่ส่วนมาก ก็ยังไม่เค้าโครงของความเป็นชาย หรือลักษณะดูออกว่าเป็นกระเทย การจะไปเข้าห้องน้ำผู้หญิง ก็ดูจะยาก เพราะยังมีผู้สูงอายุเพศแม่บางคน ที่ตั้งหน้าตั้งตา ทำท่ารังเกียจนออกนอกหน้า เธอจะไปเข้าห้องน้ำผู้ชายก็ไม่ได้ (ไม่มีทางเลือกพิเศษให้พวกเธอเลย ทำให้หลายๆคนต้อง "อั้น" ไว้ กลับไปเข้าที่บ้าน)
จริงๆแล้ว ยังมีอีกหลากหลาย "ความทุกข์" ของเธอ งานเขียนวันนี้ เราอยากจะเล่าถึง เรื่องราวของพี่กระเทยคนนึงที่เรารู้จัก เมื่อเราได้ฟังเรื่องราวในชีวิตของพี่เขาแล้ว เราจึง "งดพฤติกรรม" บ่น หรือ สงสารตัวเองในเรื่องความรักไปเลย (ลองอ่านกันดูนะคะ)
พี่กระเทยนางนี้ ชื่อว่า "พี่สน" เธอเกิดตอน "ทุ่มตรง" ทำให้เธอมีอุปนิสัย "ทุ่มเทอย่างเต็มที่ให้กับความรัก ไม่ว่าจะต้องเสียเวลา เสียเงินทอง หรือเสียความรู้สึกแค่ไหน" เธอก็ยินดีและเต็มใจทำให้ (นี่แหละหนา เวลาเกิดบ่งบอกอะไรได้จริงๆ)
เธอเกิดในครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะ หน้าที่การงานเธอก็มั่งคง แต่เธอมักจะรับทำงานพิเศษ นั่นคือเป็น "นักพัฒนาชุมชน" ตัวยงของประเทศ เธอมักมีนิสัย "ชอบนำความเจริญไปสู่ชุมชน" ทุกชุมชนที่เธอไปนั้น เธอจะนำพาความเจริญ และความสิวิไลไปให้เสมอ
ยกตัวอย่างเช่น หากผู้ชายที่เธอจีบอยู่นั้น บ้านอยู่ชานเมือง บ้านสร้างด้วยไม้ ไม่มีเตียงนอน ห้องนอนไม่มีฝากั้นห้อง ห้องน้ำหลังคาไม่มี เมื่อเธอได้คบกับผู้ชายคนนั้นแล้ว บ้านหลังนี้ "ความเจริญ" จะเข้าถึงทันที เธอจะจัดหาเตียงนอน king size จัดการทำหลังคาห้องน้ำ ก่อปูนกั้นห้อง (เห็นไหมคะ she ทุ่มเทแค่ไหน)
นอกจากงานพิเศษด้านบนแล้ว เธอยังชอบให้โอกาสทางการศึกษา แก่เด็กวัยรุ่นผู้ชาย ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ (โดยไม่สนใจเรื่องเกรดเฉลี่ย) เธอช่างเป็นกระเทยที่ทุ่มเท และคืนกำไรสู่สังคมเสียนี่กระไร
หลายๆครั้ง เธอรู้ทั้งรู้ว่าโดนหลอกใช้ หลอกให้รัก หลอกให้ทุ่มเท แต่ทำไงได้อ่ะ เธอมักพูดกับเราเสมอว่า "ไม่ใช่เธอโง่หรอกนะ เพียงแต่ว่า เธอให้โอกาสคนเสมอ" นี่ แม่พระ มาเองเลย
เธอมักปลอบใจน้องๆที่มาปรึกษาเรื่องราวต่างๆในชีวิต เสมอว่า "จะเสียใจ ทุกข์ทน และหมดหวังไปกับชีวิตทำไม? มาฟังเรื่องราวของเธอก่อน แล้วจะรู้ว่า จริงๆแล้ว สิ่งที่น้องๆ กำลังทุกข์นั้น เป็นแค่เศษเสี้ยวของความทุกข์ที่เธอมี จะทุกข์หรือสุขนั้น อยู่ที่ใจของตัวเราเอง หากเรามองว่า ทุกข์นั้นยิ่งใหญ่กว่าพื้นที่ในใจเรา ชีวิตเรา ก็จะถูกครอบงำด้วยความทุกข์ แต่หากเรามองว่า ความทุกข์นั้นเล็กๆน้อย เมื่อเทียบกับพื้นที่ในใจของเราแล้วล่ะก็ เราก็จะค้นพบว่า เรายังไม่กำลังใจเหลือเอาไว้แบกรับทุกข์อื่นๆอีกมากมาย" เพราะทุกอย่าง "อยู่ที่ใจ" เราจริงๆ
หลายๆครั้งที่เวลาเรามีปัญหา เราก็จะคิดถึงคำพูดของเธอคนนี้ ดังนั้น ณ ตอนนี้ เพื่อนๆคนไหนที่กำลังไม่สบายใจ กำลังเครียด กังวล ผิดหวัง น้อยใจ หรือเสียใจ เมื่อได้อ่านเรื่องของเธอแล้ว อาจจะเข้าใจ และบรรเทาสิ่งที่แย่ๆที่คุณมีได้
ฝากไว้นะคะ จะทุกข์หรือจะสุขอยู่ที่ใจ อยู่ที่คุณเลือกว่า จะครอบงำชีวิตด้วยความสุข และรอยยิ้ม หรือด้วยความทุกข์และน้ำตา
ในเมื่อรักคนอื่นแล้วมันมีแต่ความเจ็บ และผิดหวัง หันหลังกลับมารักและให้เวลากับตัวเองบ้าง และคุณจะพบว่า "ความสุขอยู่ใกล้นิดเดียวเอง"
ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน