Recent News

Powered by eSnips.com

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ไม่ยอมหมดหวัง

หลังจากที่เมื่อวาน เราได้พยายามอย่างหนัก เพื่อที่จะถักหมวกให้เสร็จ ในที่สุด เราก็ทำเสร็จจนได้ "แหม!!! ช่างเป็นความภูมิใจเสียเหลือเกิน" แต่เดี๋ยวก่อน คนที่เราตั้งใจทำให้นี่สิ เขาอยากได้สีนำ้ตาลเข้ม หรือสีเทา นี่สิ (เป็นเหตุให้ เราต้องถักเพิ่มอีก 2 ใบ แบบช่วยไม่ได้) ถามจริงๆ นะคะคุณ อยากให้หนูถักให้สักโหลเลยดีไหม เอาไปสวมสัก 12 ใบ ดีป่ะ!! แต่ก็นะ หนูเต็มใจทำให้อยู่แล้วคะ ถ้าพี่ต้องการผ้าพันคอด้วย ก็บอกแต่เนิ่นนะคะ หนูจะได้ทำทีเดียว แต่ขอเวลาอีกสักหน่อยก็แล้วกันคะ แต่หนูขออะไรแลกเปลี่ยนนะคะ วันที่ 21 นี้ หนูขอดอกกุหลาบสีขาว จัดช่อร่วมกับกุหลาบสีชมพูนะคะ ห่อเป็นช่อกลม (ที่อยากได้แบบนี้ เพราะเมื่อวันเสาร์ หนูไปที่โบสถ์ คนที่โบสถ์เตรียมดอกไม้ให้กับเจ้าสาวใช้โยนหลังจากเลิกพิธีแต่งงาน เป็นช่อนี้เลย สวยมากๆ ถ้าไม่ติดว่า หนูติดธุระไปไม่ได้นะ จะไปขอแย่งกับเขาเสียหน่อย)


วันนี้เราไปพารากอนมา เราได้ "ไหมแบบมีขน" มาอีก เราจึงถักผ้าพันคอให้ตัวเอง (จนเสร็จ) เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าในชีวิตจริง จะได้ใช้หรือเปล่า เพราะ "ขนฟู" ซะ ใส่คงจะทำให้คันน่าดู แต่สวยคะ


พนักงานที่พารากอนถามเราว่า "ทำไมน้องทำเสร็จไวจัง น้องตั้งใจมากเลยนะ พักบ้างก็ได้"


เราตอบพร้อมรอยยิ้มว่า "พี่คะ ถ้าหนูทำแล้วหยุด หนูก็จะหมดความพยายาม และสิ่งที่ทำก็จะไม่เสร็จ ดังนั้น ถ้ามีแรง มีความตั้งใจ ต้องรีบทำ ก่อนที่พลังจะหมด"


พนักงานถามเราว่า "เวลาทำคิดถึงอะไร?”


เราคิดอยู่สักพักก่อนตอบไปว่า "เราคิดถึงภาพคนที่เราตั้งใจที่จะถักให้ ได้ใส่สิ่งนี้ เราอยากให้เขาได้รู้ว่า ทุกๆเส้นไหมนั้น เราทำด้วยความตั้งใจ และเต็มใจทำให้เพื่อเขาเท่านั้น"


พี่หนิงคะ รอก่อนนะคะ หนูถักให้ Gang-luk-dek เสร็จเมื่อไร หนูถักให้พี่ต่อแน่นอน คิดไว้นะคะ ว่าจะเอาสีอะไร (ห้ามเอาสีขาว)


วันนี้ตอนเราขับรถกลับบ้าน เรานั่งเปิดฟังเพลง "ไม่ยอมหมดหวัง" ของ เจนนิเฟอร์ ค้ิม ตลอดทาง เราชอบเพลงนี้มานานแล้ว เพราะสะดุดกับประโยคที่ว่า


แม้ว่าจะต้องเสียความรักไป แม้ว่าจะไม่เหลือใครสักคน มันจะเจ็บจะช้ำกี่หน แต่คนๆนี้ไม่ท้อใจ แม้ว่าในวันนี้ มีน้ำตา จะข่มมันให้ไหลอยู่ข้างใน ความฝันนั้นจบไป แต่ยังเหลือตัวฉัน"


เรารู้สึกดีกับประโยคนี้ เพราะนอกจากให้จะให้กำลังใจแล้ว ยังเสริมสร้างความเข้มแข็ง เรียกได้ว่า "สะกิดใจ และให้สติเพื่อดำเนินชีวิตไปในตัว"


ขอบคุณคนที่แต่งเพลงนี้นะคะ


ขอบคุณเพื่อนๆนะคะที่ติดตามอ่าน (พรุ่งนี้ เราต้องตื่นแต่เช้า ขอตัวไปนอนก่อน)



วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

กิจกรรมเสริม

เมือคืนเรากลับมาแบบ "หมดสภาพ" เหนื่อยมากเลย ยาวมาตั้งแต่วันศุกร์ และวันนี้เราก็ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อไป เข้าโบสถ์ (แทบไม่อยากจะลุกเลย แต่ก็ต้องลุก) เสร็จแล้วตอนเที่ยงก็ไปเดินเล่น พารากอน (รถเยอะมาก หาที่จอดรถยากมาก ตัดสินใจผิด เพราะตอนแรกว่าจะจอดรถไว้ที่โบสถ์ และนั่งรถเมล์ไป แต่ด้วยอากาศที่ร้อน ก็เลยเปลี่ยนใจกระทันหัน ขับรถไปเองดีกว่า)


เมื่อทำธุระเสร็จแล้ว เราก็เดินไปเรื่อยๆ พยายามคิดอะไรไปเรื่อยๆ หลายๆวันนี้มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น ทั้งเรื่องที่ให้ยิ้ม ร้องไห้ หัวเราะ และกังวลใจ หลายๆครั้ง เวลาที่เรารู้สึก สับสน เช่นนี้ เราจะพยายามรวบรวมสมาธิ และวิธีหนึ่งก็คือ "หากิจกรรม" อะไรทำสักอย่าง


หลังจากคิดอยู่นาน ประกอบกับใกล้ "เทศกาลคริสต์มาส" แล้วด้วย พลันให้เราคิดถึงคนๆนึง นั่นคือ "Gang-luk-dek” เรารู้จักเขามาก็ 2 ปี 10 เดือนแล้ว เขาเสมอต้นเสมอปลายเสมอ ดอกไม้ที่เคยส่งมาวันที่ 21 ก็ยังคงส่งมาเช่นเดิม เราเป็น "ผู้รับ" มาโดยตลอด จนกระทั่ง เมือ คริสต์มาสปีที่แล้ว เราได้ ถักผ้าพันคอให้เขาผืนหนึ่ง และเราก็มอบผ้านั้นให้กับเขา ด้วยตัวของเราเอง และคริสต์มาสปีนี้ก็เช่นกัน เราไม่รู้จะให้ของขวัญชิ้นใดแก่เขาดี แต่ตอนนี้ เราเริ่มมีจุดหมายแล้ว เราว่า "เราจะถักหมวกไหมพรมให้กับเขา" ไม่รู้ว่า เขาจะชอบหรือเปล่า แต่วันนี้ เราก็ได้ซื้อไหมพรมมาแล้ว (สีเขียว สีที่เขาชอบ) นั่งทำเกือบตลอดทั้งวัน ใกล้เสร็จแล้ว คิดว่า ก่อนเที่ยงคืน คงเสร็จ ทำเสร็จแล้ว เราจะนำไปมอบให้กับเขาด้วยมือของเราเอง


หมวกใบแรกเสร็จ เราตั้งใจจะถักหมวกใบที่ 2 ให้พี่หนิง โทรไปถามเขาแล้วว่า "อยากได้สีอะไร" เขาตอบว่า "อยากได้สีขาว" เราตอบว่า "คงจะไม่ได้ เพราะกว่าจะถักเสร็จ หมวกอาจเปลี่ยนสีไปเป็นสีขาวขุ่นได้" พี่หนิง เมื่อรู้ดังนี้ กรุณาแจ้งความจำนง ถึงสีที่ต้องการด่วน มิฉะนั้น หนูจะเลือกให้พี่แบบเบ็ดเสร็จ แล้วจะมาบ่นทีหลังไม่ได้นะคะ" และเมื่อใบที่สองเสร็จ เราก็ว่าจะถักให้ตัวเองอีกหนึ่งใบ เอาสีเขียวและแดง


การถักหมวกทั้งสามใบนี้ เราคาดว่า หลังจากถักเสร็จ สมาธิ และเรื่องราววุ่นวายในใจคงจะหมดไป


ขอตัวไปถักหมวกต่อก่อนนะคะ ไว้พรุ่งนี้ เราจะหาเรื่องดีๆ นำมาแบ่งปันให้เพื่อนๆได้อ่านกัน



ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน



ถ้าใครคนนึงเขารักเราจริง เขาจะ...

เราได้รับ forward mail มาอันนึงดีมากๆ เอามาแบ่งปันให้อ่านกันนะคะ (คือวันนี้ ไม่มีแรงเขียนเรื่องลง เพราะเหนื่อยมากๆ กิจกรรมตั้งแต่เช้าจรดค่ำ)

ถ้าใครคนนึงเขารักเราจริงๆ เขาจะ....



- เ ก็ บ เ ร า ไ ว้ ใ น ใ จ

- เ ข้ า ใ จ เ ร า

- ค อ ย เ ป็ น กำ ลั ง ใ จ ใ ห้ เ ร า

- ง้ อ เ ร า เ มื่ อ รู้ ตั ว ว่ า เ ข า ผิ

- จั บ มื อ เ ร า เ มื่ อ ต้ อ ง ก า ร กำ ลั ง ใ จ

- เ ฉ ย กั บ ค ว า ม ใ จ ร้ อ น ข อ ง เ ร า

- ช่ ว ย เ ห ลื อ เ ร า

- ซื่ อ สั ต ย์ กั บ เ ร า ญ า ติ ดี กั บ เ ร า เ ส ม อ

- เ ดิ น เ คี ย ง ข้ า ง เ ร า

- ติ ด ต า ม ข่ า ว ค ร า ว ค ว า ม เ ป็ น ไ ป ข อ ง เ ร า

- ไ ถ่ ถ า ม ทุ ก ข์ สุ ข

- ทำ ใ ห้ ชี วิ ต ข อ ง เ ร า เ ป ลี่ ย น ไ

- ธั ม ม ะ ธั ม โ ม กั บ เ ร า

- นั บ ถื อ เ ร า แ ล ะ น่ า รั ก ใ น ส า ย ต า ข อ ง เ ร า

- บ อ ก ค ว า ม จ ริ ง แ ก่ เ ร า

- ป ล อ บ ใ จ เ มื่ อ เ ร า ท้ อ

- ผ า ย มื อ ต้ อ น รั บ เ ร า เ ส ม อ

- ฝ า ก ค ว า ม จ ริ ง ใ จ ไ ว้ กั บ เ ร า

- เ พิ่ ม พ ลั ง ใ ห้ แ ก่ เ ร า

- ฟั ง เ ร า เ ส ม อ

- ภู มิ ใ จ ใ น ตั ว เ ร า

- ม อ บ สิ่ ง ดี ดี แ ก่ เ ร า

- ย ก โ ท ษ ใ ห้ กั บ ข้ อ ผิ ด พ ล า ด ข อ ง เ ร า

- รั ก ที่ เ ร า เ ป็ น เ ร า

- ล ะ เ อี ย ด อ่ อ น กั บ ค ว า ม รู้ สึ ก ข อ ง เ ร า

- ไ ว้ ใ จ เ ร า

- ศึ ก ษ า นิ สั ย ที่ แ ท้ จ ริ ง ข อ ง เ ร

- สั ง เ ก ต ค ว า ม เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ใ น ตั ว เ ร า

- เ ห็ น คุ ณ ค่ า ข อ ง เ ร า

- อ ธิ บ า ย ใ น สิ่ ง ที่ เ ร า ไ ม่ เ ข้ า ใ จ

- เ ฮ ฮ า กั บ เ ร า ไ ด้ ทุ ก เ ว ล า ...*



ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน





วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ปลดปล่อยความจริง

บทเรียน และประสบการณ์แห่งชีวิต หลายๆตอน ของ อีกหลายๆคน ก็เริ่มต้นจาก "การรู้จักกับใครสักคน ผ่านทาง internet” และหลายๆครั้ง ที่ด้วย "ความอ่อนแอ หรือ ความเชื่อในส่วนที่ดีของมนุษย์" ทำให้หลายต่อหลายคน ต้องประสบกับประสบการณ์ที่เลวร้าย หรือยากต่อการอธิบาย (ได้ด้วยตัวอักษร) ประสบการณ์ และความทรงจำ ที่ไม่ได้หาได้ในห้องเรียน หรือตำราเล่มไหนๆในโลก เพราะว่า สิ่งเหล่านั้น "ลึก และซับซ้อน" เกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาคนนึง จะเข้าใจ และคาดหมายได้


เมื่อวันก่อน เราได้คุยกับเพื่อนเก่าคนนึง เขาชื่อ "ที" เป็นทอมวัย 26 โดยบุคลิกเขาเป็นทอมตัวเล็กๆ น่ารัก (ทอมฉบับกระเป๋า ไม่ใช่หมาพันธุ์กระเป๋านะคะ) เกือบจะปีนึงเต็มๆแล้ว ที่เราไม่ได้คุยกับเขา เหตุผลก็ง่ายๆ เพราะต่างคน ต่างยุ่ง หลังจากเปิดบทสนทนาแบบปกติแล้ว เขาก็เล่าถึงประสบการณ์ที่เขาได้พบ ในช่วง 1 ปี ที่ผ่านมา ให้เราฟัง ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่า "ทอมวัยเด็กเช่นเขา จะมีผู้หญิงเข้ามาในชีวิตมากมายหลายคนเช่นนี้ เขาเล่าถึง "ปลา" ดี้คนล่าสุด ที่ทำให้เขาต้อง "นอนตาค้าง" (ไม่ใช่อารมณ์ค้าง) เนื่องจาก เรื่องราวที่เธอได้ ทำให้เขา "งงงวย" กับคำว่า "โสด"


ทั้งคู่พบกันผ่านทาง chat room แห่งหนึ่ง เขาก็เริ่มต้นคุยกับเธอ เหมือนที่คุยกับคนทั่วไป เพียงแต่ว่า เสน่ห์ของนั้น อยู่ที่การมีลักษณะการคุยที่แตกต่าง เธอมักจะถามโน่น ถามนี่ จนหลายๆครั้ง เขาก็รู้สึกถึงความน่ารักของเธอ เขาได้รู้สึกดีกับเธออย่างจัง เขาเฝ้าถามย้ำแล้วย้ำอีกว่า "เธอมีแฟนหรือยัง?” แต่ในทุกๆครั้ง คำตอบที่เธอยืนยันกลับมาก็คือ "เธอยังโสด" เมื่อได้คำตอบเช่นนี้ เขาจึงเดินหน้าจีบเธอแบบ "เต็มสูบ" เรียกได้ว่า มีร้อยให้สองร้อย ใจและความหวังมีเท่าไหร่ ใส่เข้าไปในความรักครั้งนี้จนหมดสิ้น


เขาและเธอได้เจอกัน ได้มีกิจกรรมร่วมกัน เป็นระยะเวลาเกือบ 2 เดือน จนเขาคิดว่า เขามั่นใจแล้ว ที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกับเธอ เขาจึงเอ่ยถามเธอ ถึงเรื่องที่จะให้เขาย้ายข้าวของไปอยู่กับเธออย่างถาวรที่ห้อง และคำตอบที่เขาได้จากเธอนั้น ไม่ได้เป็นคำตอบที่เขาคาดหมายไว้ เธอปฏิเสธ และให้เหตุผลว่า "ยังไม่พร้อมที่จะอยู่ร่วมกับใครสักคน ต้องอิสระ ต้องการพื้นที่ว่างเพื่อเรื่องส่วนตัว สารพัดคำแก้ตัวที่จะยกเข้ามาอ้าง"


และด้วยความที่เขาไม่ได้เป็นคน "จู้จี้จุกจิก" เขาจึงไม่นึก "เฉลียวใจ" จนกระทั่งวันนึง เขาแอบไปหาเธอที่ห้อง โดยไม่ได้นัดล่วงหน้า และภาพที่เขาเจอก็คือ เธออยู่ในห้องกับทอมอีกคนนึง ณ วินาทีนั้น เขาไม่สนใจอะไรแล้ว ต้องการคุยกับเธอให้รู้เรื่อง อยากถามเธอให้เคลียร์ว่า "ทอมคนนั้นคือใคร? ชู้คนใหม่ของเธอหรือ?” และคำตอบที่ได้รับฟังจากปากเธอ ทำให้เขาล้มทั้งยืน เพราะคนที่ตกอยู่ในตำแหน่ง "ชู้" คือเขานั่นเอง เพราะเธอคบกับทอมคนนั้นมาหลายปีแล้ว


เธอบอกเพียงว่า "เขาคือ คนฆ่าเวลา ตัวแทน ตัวตายเท่านั้น เธอจึงจำเป็นต้องโกหกเขาว่าเธอโสด และเธอรักเขามาก" (สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเพราะความเห็นแก่ตัว และหล่อเลี้ยงความรักด้วยความโกหก และหลองลวงทั้งเพ)


เราเชื่อว่า หลายๆคน ต้องเคยประสบการณ์ เป็นมือที่สามแบบไม่ได้ตั้งใจ เราพอเข้าใจคะว่า สังคมสมัยนี้ มนุษย์มีโอกาสใช้สมองได้น้อยเหลือเกิน เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายรอบกายเรา ทำให้ "มนุษย์" ใช้สมองส่วนความจำน้อย จึงเกิดภาวะความจำเสื่อมชั่วคราว เช่น


ลืมไปว่า มีแฟนแล้ว เแต่เที่ยวประกาศป่าวๆ ว่า โสด สด ซิง เพราะ ไม่เคยเต็มอิ่มในความรัก


ลืมไปว่า มีิเงินเดือนแค่นี้ แต่ยังจะใช้เงิน มีหนี้ โดยไม่สนใจว่า จะมีเงินพอใช้หนี้หรือเปล่า


ลืมไปว่า ความรู้สึกลึกๆของตัวเองเป็นเช่นไร ไม่เคยคุยกับตัวเอง ไม่เคยถามตัวเอง จึงมั่วความรู้สึกออกมาเองว่า "รัก" และ คำว่า "รัก" ที่เปล่งออกมานั้น ไม่สนใจว่า จะทำร้ายใครอีกสักกี่คน เพราะตราบใดที่คำๆนี้ จะทำให้มี "อีกชีวิต" อยู่ตรงนั้น ก็เพียงพอ


ลืมตัว ลืมความเป็นตัวเอง ใส่หน้ากาก แกล้งทำเป็นคนอื่น เลียนแบบคนอื่น สุดท้ายก็เสียจุดยืนของตัวเองไป


เพื่อนๆ เคยถามตัวเองเล่นๆไหมคะ "คำพูด กับความรู้สึก" ของคุณนั้น "ตรงกันหรือเปล่า?” คุณเคยพูดบอก "รัก" ใครไปโดยที่ยังไม่รู้สึกไหม? และเคยคิดไหมว่า คำพูดนั้น จะส่งผลให้ชีวิตของคนอื่น พังย่อยยับ พินาศแค่ไหน หรือว่า แค่ความคะนองปาก เห็นแก่ตัว มักมาก ทำเพื่อตัวเองเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องคิดถึง หรือแคร์ความรู้สึกของใครๆ (ช่างเป็นคนที่ไร้ความรับผิดชอบมาก)


เราเห็นมาแล้ว หลายต่อหลายคน ต้อง "จมปลัก วนเวียน" อยู่ด้วยความหวังลมแล้งๆ และ คำรัก ที่อีกฝ่ายพร่ำบอก ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้ว "ความรักนั้น เป็นเพียงแค่เรื่องโกหก หลอกลวง"


ไหนๆวันที่ก็เป็น วันศุกร์ที่ 13 แล้ว จะมีใครร่วมทำบุญกับเราบ้าง ทำบุญ ทำทาน โดยพูดความจริง ยอมรับความรู้สึกจริงในใจกันเถอะ (อย่าสร้างบาปกรรม ด้วยการหลอกลวงคนอื่นต่อไปเลย) เพราะ "ความรัก" สำหรับคุณอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยๆ แค่ขำๆ แต่สำหรับบางคน อาจเป็นทั้งหมด หรือความหวังสุดท้ายของชีวิตก็ได้


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน