Recent News

Powered by eSnips.com

วันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2553

อัมพวา

หลังจากที่มีโปรแกรมว่าจะไปหัวหินตั้งแต่วันที่ 13 แต่ต้อง “ม้วนเก็บ” แทบไม่ทัน วันนี้ก็ได้ ฤกษ์ เสียที ตื่นตั้งแต่เก้าโมงแต่กว่าจะลุกบิดขึ้เกียจ ไปอาบน้ำ แต่งตัว ก็ออกจากบ้านเกือบเที่ยงแล้ว ไม่ได้ทานอะไรเลยตอนเช้า หิวมากมาย ตอนแรกตั้งใจว่า ลงทางด่วนดาวคะนองแล้ว จะแวะทานข้าว แต่ “คนขับรถส่วนตัวของเรา” เสนอว่า ให้ไปทานที่ “อัมพวา” (เราไม่เคยไปที่นั่นเลยสักครั้ง) ด้วยความหิว และความอยากรู้อยากเห็น เราจึง “ตอบตกลง” อย่างไม่ลังเล พร้อมกับคำถามว่า “อีกไกลไหมคะกว่าจะถึง” เขาได้แต่ยิ้มๆและตอบกลับมาว่า “ปกติขับรถจาก กทม ก็ประมาณ ชั่วโมงนึง” เราก็ตอบว่า “โอเค” แต่ในใจคิด “ขับรถให้ไวๆเลย หิวมาก” ขับไปได้สักพัก เราก็บอกเขาว่า “ไม่ต้องไปหัวหินแล้วนะ ร้อน และไกลด้วย วันนี้่เดินอัมพวาแล้วกัน ขากลับค่อยแวะ shopping ที่ central ladproae” (สรุปก็อดไปหัวหินอีกจนได้)


เมื่อไปถึงอัมพวา เราต้องตื่นตาตื่นใจกับตลาดน้ำ และของขายมากมาย เดินไป กินไป ร้อนไป สนุก และก็อิ่มคะ ชอบมากๆเลยคะ ที่ประทับใจที่สุด ก็ “น้ำมะนาวดองโซดา” อร่อยชื่นใจจัง


ออกจากที่นั่น บ่ายสามโมงกว่า แต่ต้องติดอยู่บนถนนที่ปิดเหลือเพียงช่องทางเดียว นอกนั้น “สงวนไว้” ให้กับคนเล่นนำ้สงกรานต์ ติดสุดยอดมาก ก่อนกลับ มาถึง “แม่กลอง” ไม่ทานปลาทูก็จะกระไรอยู่ เราจึงไปซื้อปลาทูนึ่งกลับมาบ้าน มาทอดทานเป็นอาหารเย็น กว่าจะกลับถึงบ้านได้ก็เกือบทุ่มนึง (เหนื่อยแต่สนุกมากมาย)


วันศุกร์หน้า เราต้องไป เข้าเงียบฟื้นฟูจิตใจที่ เพชรบุรี แต่หลังจากที่จบการเข้าเงียบ วันอาทิตย์ตอนบ่าย คนขับรถส่วนตัวของเรา จะพาเราไป “หัวหิน” ต่อ การเข้าเงียบครั้งนี้ ต้องเดินทางไปเอง เราจึงไม่มีทางเลือก ขอพา “คนขับรถส่วนตัว” ไปด้วยก็แล้วกัน (คุณไม่ได้เป็น คาทอลิก ไปเข้าเงียบแบบนี้จะเบื่อไหม? เปลี่ยนใจก็ไม่ทันแล้วล่ะ)


ขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ เหนื่อยมากเลย


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน

วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2553

วันที่ 13

ทริปที่จะเดินทางไป “หัวหิน” วันนี้ ต้อง “ม้วนเก็บไป” เนื่องจากอารมณ์เล็กๆน้อยๆ ของเรา นี่ขนาดขับรถขึ้นทางด่วนลง ดาวคะนอง ขับต่อไปอีกเกือบ 30 กิโลแล้ว ก็ยัง “กลับรถ” เปลี่ยนใจกลับบ้าน พอมาถึงหน้าบ้าน อยากจะไปเดินตากแอร์ (แบบไม่เสียเงิน ซะหน่อย) ขับรถไปที่ central ladproae รถเยอะมาก ตัดสินใจกลับมา “จ่ายค่าไฟเอง” เปิดแอร์นอนที่บ้านดีกว่า


ไม่ต้องถามถึงความรู้สึกในใจนะ อุตส่าห์วางแผนไว้อย่างดี ถนนหนทางใน กทม. ก็โล่งด้วยแล้ว อารมณ์ส่วนตัวไม่อยากไป ซะงั้น นี่แหละหนา ใครหลายๆคนจึงเรียกเราว่า “art ตัวแม่”


เมื่อหลายวันก่อน ได้รับจดหมายจาก “คุณพ่อ พระสงฆ์ทางคาทอลิกท่านนึง” ท่านชวนเราไป “เข้าเงียบ” (เป็นการร่วมกิจกรรมเพื่อเจริญชีวิตภายใน) ที่เขาย้อย เพชรบุรี เราโทรไป “ตอบตกลง” โดยไม่คิดอะไรมาก เหตุผลหลักๆ ก็คงต้องการไปเพื่อพักผ่อนร่างกาย และ “เว้นวรรค” ให้กับชีวิต และความยุ่งยากต่างๆ กลับมา เราคงได้อะไรมาแบ่งปันให้เพื่อนได้อ่านกันบ้างนะคะ


เพื่อนๆได้เล่นน้ำสงกรานต์กันบ้างหรือเปล่าคะ เปียกกันบ้างหรือเปล่าเอ่ย โดยส่วนตัวเราไม่ชอบเล่นเท่าไหร่ แต่ชอบดูคนเขาสาดน้ำกันมากกว่า


ยังไงก็ สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ สำหรับเราคงเป็นแค่วันธรรมดา ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเท่านั้น


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน


สุขสันต์ วันสงกรานต์

สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ มีหลายๆคนถามว่า เราจะไปเที่ยวไหน? บอกตามตรงว่าตอนแรก “เราตั้งใจอย่างแรงว่า จะอยู่บ้าน นอนตากแอร์ อากาศร้อนแบบนี้ ใครออกไปเที่ยวก็ “บ้า” แล้ว” แต่ในนาทีสุดท้าย หลังจากที่คิดอยู่นาน เราจึงตัดสินใจเดินทางไป “หัวหิน” พรุ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะตื่นเดินทางกี่โมง คงเป็นการเดินทางแบบไปเช้า เย็นกลับ ไม่ได้ค้างอะไร เอาไว้จะมาเขียนให้เล่าให้ฟังนะคะ


เมื่อวานหลังจากกลับจากโบสถ์เราได้มาเปิดดู the star และเราก็ได้พบกับ “ดิว” the star 5 ที่เรา “ชื่นชอบ” มากมาย ได้มาร้องเพลง เปิดอัลบั้มใหม่ของเขาซึ่งจะวางแผงในวันที่ 23 แต่ MV จะออกมาให้ชมก่อนในวันพรุ่งนี้ เพลงเปิดตัวคือ เพลง “นางฟ้า” เนื้อหา และทำนองออกแนวสนุกสนาน ฟังแล้วไม่เบื่อ ตอนนี้เราก็ได้โหลดเพลงนางฟ้ามาตั้งเป็น ringtone ในBlackberry ของเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ช่วงนี้เปิดไปช่องไหนก็มีแต่ข่าวการชุมนุม ที่ดูเหมือน “บังคับและยัดเยียด” ให้คนที่เปิดทีวีต้อง “เครียด และกดดัน” ไปตามสภาวะบ้านเมือง (อะไรกันนักหนาเนี่ย!!!) หลังจากที่เราเอาตัวลง ไปแทนที่คนแต่ละคนที่เป็น "หมากหลัก" เราจึงเข้าใจสภาวะ “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ของคนหลายๆกลุ่ม” อธิบายภาพง่ายๆก็เหมือนเล่นเกมส์หมากรุก คงเป็นไปไม่ได้ที่ไม่มีใครบาดเจ็บ หรือว่าต้องเดินออกไปจากเกมส์ เพราะหากไม่มี “การเสียสละ” ชัยชนะก็คงไม่มาถึง (บางครั้งเราต้องสละตัวเดิน เพื่อให้ได้โอกาสที่จะทำลายฝั่งตรงข้าม) คงไม่มีทางไหนที่ไม่มีผลกระทบ ตราบใดที่ชีวิตของ “มนุษย์” ยังหายใจ ก็เป็นธรรมดาที่คนเราแต่ละคน ต้องมีวิถีทางดำเนินชีวิตที่ “กระทบกระทั่ง” คนอื่นๆบ้าง ไม่มากก็น้อย


ไปนอนดีกว่า ไว้จะมาเขียนให้อ่านนะคะ


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน


วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2553

ต้องอ่าน!!!!!

เงียบหายไปนานเลยสำหรับงานเขียน เราไม่ได้หายไปไหนคะ ชีวิตประจำวันก็ “ยังเป็นอยู่” เหมือนเดิม เพียงแต่ว่า เราได้ไปรับ “หลาน” มาอยู่ด้วยเพียงเท่านั้น ช่วงที่เราได้ใช้เวลาร่วมกับเขา เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก ทั้งเหนื่อย ทั้งเพลีย เด็กอะไร พลังงานเยอะมาก เยอะจนทำให้เราตระหนักได้เลยว่า นี่เราแก่ไปอีก step แล้วหรือนี่?


โชคดีที่เราเดินทางแค่ไปรับเขามาเพียงอย่างเดียว แต่ตอนกลับคุณแม่ และพี่สาวของเขามา กทม. เราเลยยุ่งๆตั้งแต่วันพุธ เนื่องจากต้องพาเขาไปเดินงานกาชาด เดินหลายชั่วโมงมาก “จนขาลาก” วันพฤหัสก็ไปเดินแพตตินั่ม และไปต่ออีกหลายที่ กลับมาไม่ต้องพูดถึง “ขาลากสะสม” เมื่อวานหนักสุด พาไปซื้อชุดนักเรียน ไปเดินคาร์ฟูร์ และไปว่ายน้ำต่อ กลับมาถึงบ้านเพื่อทานข้าว เพราะพวกเขาตั้งใจจะเดินทางกลับคืนเมื่อวาน แต่เมื่อไปถึงหมอชิต พบว่า “ตั๋วเต็ม” ก็ต้องซื้อตั๋วรอบ 6.00 เช้าวันนี้ เมื่อคืนกว่าเราจะได้นอนตี 2 ตื่นตี 4 ครึ่ง ออกไปส่งเขา กลับมานอนได้สักพักก็ต้องตื่น เนื่องจากนัดช่างล้างแอร์ไว้ กิจกรรมวันนี้ยังไม่จบ ต้องไปธุระที่บางนา และกลับมาพาคุณพ่อ คุณแม่ออกไปทานข้าวเย็นอีก ถ้าขอพรได้ตอนนี้ อยากจะให้ขาเป็น “อัมพาต” สัก 5 วัน ขอนอนพักผ่อนแบบ non stop สักพัก 5555 แต่ชีวิตก็ต้องเดินต่อไป


ขณะที่เรารอช่างร้านแอร์อยู่นั้น ตาก็เหลือบไปเห็น หนังสือ “อุดมสาร” หนังสือพิมพ์รายอาทิตย์ของคาทอลิก ที่เราเป็นสมาชิกอยู่ (เหตุผลข้อนึงที่เป็นสมาชิกนั้น เพราะติดตามอ่าน บทความของคุณพ่อ (พระสงฆ์) ท่านนึง ที่ใช้นามว่า “บ.สันติสุข” และในวันนี้ เราอยากจะนำบทความในอาทิตย์นี้มาแบ่งปันให้เพื่อนได้อ่านกัน เราเชื่อว่า เพื่อนๆคงได้อะไรดีๆจากงานเขียนของคุณพ่อแน่นอน)


มนุษย์เกิดมาเพื่อมีความสุข เพราะนั่นคือ “ธรรมชาติมนุษย์” ที่มีต้นกำเนิดมากจาก “พระเจ้า” องค์ความดีสูงสุด


มนุษย์จึงเกิดมาในความสุข และเพื่อความสุข และมีทุกอย่างในตัวตนเพื่อเป็นสุข โดยมีสิ่งภายนอกเป็น “ตัวเสริม” ให้


ในเมื่อมนุษย์มีทั้งกายและจิตใจ นอกจากสุขใจแล้ว ยังต้องการสุขใจด้วย แม้กายและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับกายจะเปลี่ยนแปลงไป พร้อมกับกาลเวลา ความไม่เที่ยงแห่งวัตถุสังขาร แต่ความสุขที่ “แก่นใจ” ยัง เหนียวแน่นคงอยู่ได้ เหมือน จิตวิญญาณที่ไม่เสื่อมไปพร้อมกับกาย หากแต่ยัง “สวนทาง” กันไปได้ตลอด “ร่างกายคนหมดแรง เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ทว่า แก่นแห่งความเป็นคนเข้มข้นมากขึ้นด้วยประสบการณ์” ฉันใดฉันนั้น


น่าเสียดายที่หลายคนเริ่มต้น “ผิด” เข้าใจว่าเกิดมายังไม่มีความสุข จึงต้องแสวงหา กอบโกยเพิ่มพูน ไม่ต่างกับ “กระสอบที่ว่างเปล่า” ที่ต้องหาข้าวสารมาเติม เต็มมาก เต็มน้อย คือ “ดัชนีแห่งความสุข” เลยพร้อมจะทำทุกอย่าง แลกทุกอย่าง เพื่อจะได้มาในสิ่งที่ตนถือว่าเป็น “ความสุข” หรือเป็นตัวบันดาลความสุขให้


จากความสุข ใจที่บัลดาลให้กายเป็นสุข บวกสิ่งของนอกกายช่วยเสริม ช่วยเอื้อความสุขใจ กลายเป็นกาย และวัตถุสิ่งของ เป็นตัวบันดาลให้ใจเป็นสุข และนี่คือที่มาของ “ถมเท่าไรไม่รู้จักเต็ม”


ก็ในเมื่อกายและสิ่งของไม่เที่ยงแท้ถาวร ความสุขที่ได้มาก็ขึ้นๆ ลงๆ ตามไปด้วย มีก็สุข ขาดก็ทุกข์ มีมากก็สุขมาก มีน้อยก็สุขน้อย กระบวนการ “ไล่ล่าหาความสุขจึงไม่มีตอนจบ” ไม่ต่างกับการไล่เหยียบเงาตนเองในแสงแดด กระทั่งตอนเที่ยงวัน เมื่อตัวกับเงาเป็นหนึ่งเดียวกัน จึงสามารถเหยียบเงาตัวเองได้ในที่สุด


ตราบใดที่เอาแต่วิ่งไล่ล่าหาความสุข เหมือนจะได้มาเหมือนจะสัมผัสได้ด้วยมือ ความสุขต้องมีอันต้องหลุดมือไปทุกครั้ง กระทั่งเข้าไปหาความสุขใจส่วนลึกแห่งตัวตนเท่านั้นแหละ จึงได้พบได้สัมผัสได้รู้สึกถึงความสุขได้


เมื่อมาคำนึงว่า ความสุขแท้อยู่ในใจตน เราก็มาพบเป็นสัจธรรมว่า “ความสุขแท้คือ อิสรภาพจากทุกสิ่งที่ทำให้ใจเราเป็นทุกข์” แทนที่จะไล่ล่าหาความสุขไปวันๆ น่าจะถามตนเองว่า อะไรบ้างที่ทำให้ฉันยังไม่เป็นสุข การพยายามหาความสุขน่าจะเปลี่ยนเป็นการออกแรงค้นพบ


ค้นพบว่าความสุขแท้จริงอยู่ที่ไหน


ค้นพบว่า อะไรเป็นอุปสรรคหรือตัวทำลายความสุข


แล้วคุณก็จะค้นพบตัวเอง?


เราชอบ “บทความ” เรื่องนี้บ้าง เพราะ “สะกิดใจ” เราอย่างแรง คงจะปฏิเสธได้ไม่เต็มปากว่า ในชีวิตที่ดำเนินไปเรื่อยๆของเราในแต่ละวันนั้น ก็แอบมีคำถามในใจลึกๆว่า “ความสุขอยู่ที่ไหน ความสุขนั้นจะมาเยือนเราอีกไหม จะทำอย่างไรให้มีความสุข” แต่คำถามเหล่านี้ ได้กลายเป็น “คำถามเคยชิน” จนหลอกให้ตัวเราเองเชื่อว่า “ชีวิตไม่มีความสุข ทั้งที่จริงแล้ว เรามีความสุข แต่เรามองไม่เห็น เพราะกำลังเป็น “ทาส” ของความทุกข์” ได้เวลา “ปลดปล่อย” ตัวเองเป็น “ไท” เสียที


ข้อแนะนำ อ่านหลายๆรอบ เพื่อความเข้าใจอย่างแท้จริง


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน