Recent News

Powered by eSnips.com

วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2553

Lesla Night

เมื่อวานเรามีโอกาสได้เข้าใน www.lesla.com เราเห็นประกาศงาน Lesla Night ที่จะมีขึ้นในต้นเดือนหน้านี้ เรารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากแทน ทอม ดี้ เลส ทุกท่าน ที่จะได้กลับมาพบกับ “มิตรภาพ และความสนุกสนานแบบอบอุ่น” อีกครั้งนึง (สำหรับวันที่ พี่ดี๋ยังไม่ได้ประกาศออกมาเป็นทางการ) แต่เราเคลียร์วันให้ว่างไว้เสมออยู่แล้ว หากมีการประกาศวันจัดงานที่แน่นอน เราจะแจ้งให้เพื่อนๆได้ทราบอย่างแน่นอนคะ (แล้วเจอกันที่ Lesla Night นะคะ )


ขณะที่เรากำลังนั่ง “จินตนาการ” ย้อนกลับไปยัง “อดีต” ตอนที่ไปเที่ยว “งานเลสล่า” เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เราพลันนึกถึงหน้าทอมคนนึง ซึ่งเขาจะเป็นที่รู้กันในงานว่า “เขามาเพื่อเก็บเกี่ยวความเมากลับบ้าน” หากได้เห็นเขาที่งานทีไร ไม่มีหรอกที่จะเห็นเขา เดินเข้าไป “หลี” หรือ “ขอเบอร์” หญิง เขาจะนั่งดื่ม และก็ดื่ม เหล้าแก้วแล้ว แก้วเล่า ถูก “กรอก” เข้าปาก จนบางครั้งเราก็อดคิดในใจไม่ได้ว่า “ไปตายอด ตายอยาก มาจากไหนเนี่ย” และทุกๆครั้งเมื่องานเลิก เขาก็จะค่อย “พยุงสังขาร” อันไร้สติ และไร้มาดทอม ค่อยๆ เดินออกไปเรียก taxi หากวันไหน เขาดื่มจนเมาแบบ “จุกอก” เขาก็จะ “สำรอก” ความเมาออกมาให้ ทอม ดี้ เลส ในงาน ได้เป็น “สักขีพยาน” ในการดื่ม เราไม่เคยนึกถึงภาพของเขาตอน “มีสติ” ออกเลย


จนกระทั่งวันนึง เรารีบไปงานเลสล่า แต่ “หัววัน “ เวลาประมาณ 20.00 ช่วงนั้นพี่ดี๋กำลังจะแจกตุ๊กตา และแผ่นหนัง L word (เราคาดหวังว่าจะ “ได้อะไรติดไม้ติดมือ” กลับมาเป็นที่ระลึกเสียหน่อย) และวันนั้น เราก็ได้เจอเขา (ในสภาพปกติ) เขาเป็นทอมวัย 27 ที่หน้าตาใสๆ มีรอยยิ้มที่แสนเศร้า และมีดวงตาที่เลื่อนลอยเล็กๆ แต่ก็เป็นทอม “มีมาด” คนนึง ก่อนที่เขาจะ “สั่งเหล้าชุดใหญ่” เราจึงไม่รอช้า เดินเข้าไปทำความรู้จัก (ต้องออกตัวก่อนว่า ปกติเราไม่ค่อยเป็นฝ่ายเริ่มคุยกับคนแปลกหน้าเท่าไหร่? แต่ความกล้าในครั้งนี้ อาจด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า เขาจะใช้ปากในการสนทนาได้ดีเหมือนดื่มเหล้าไหม?)


เราเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวเอง และก็คุยเรื่องใกล้ตัวไปเรื่อยๆ เขาก็ตอบกลับอย่างดี เขาเล่าว่า เขาเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อบริษัทที่มีชื่อเสียงแห่งนึง เขาจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ครอบครัวของเขาเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างจะมีฐานะ เขารู้ตัว และยอมรับว่าตัวเองเป็นทอมตอนเขาเริ่มเรียนมหาวิทยาลัยปีแรก ในงานรับน้องเขาได้พบกับ “แฟน” (คนแรก และคนปัจจุบัน) ของเขา และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นแห่ง “วิบากกรรม” ในชีวิตรักของเขา


เธอเป็นดาวคณะที่สวยมาก เธอเรียนเก่ง และเป็นคนที่ไม่ค่อยคบหากับใครเท่าไหร่ เขาจึงเปรียบเสมือนโลกทั้งใบของเธอ ซึ่งตอนแรก เขาคิดไปเองว่า “เธอคือทุกอย่าง ทั้งหมด ในชีวิตรักที่เขาต้องการ” แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า “ความรักที่มากเกินไป มันก็ก่อให้เกิดทุกข์” และ “ทุกข์” นั้นก็เริ่มต้นจาก “ตัวเธอ” เมื่อเธอ “หึงและหวง” เขามาก เรียกได้ว่า เขาไม่สามารถมีสังคม มีเพื่อนไม่ว่าจะ ชาย หญิง ทอม หรือดี้ได้เลย และทุกครั้งที่ทะเลาะกัน เธอจะลงไม้ลงมือ ทั้งตบ ตั้งปาของใส่หัวให้หัวแตก ทำให้เขาต้องเจ็บไปทั้งตัวและใจ หากเขาต้องการให้เธอหายโกรธ ต้องคลานเข้าไป “กราบเท้า” ของเธอ แล้วเธอก็จะให้อภัย แต่เธอก็ไม่ยอมลืมเรื่องเก่าๆ เพราะเมื่อไหร่ เธอนึกขึ้นได้ เธอก็จะพูด ย้อนด่า และใช้กำลังกับเรื่องเก่าแต่เล่าใหม่ อยู่ร่ำไป (ตามแต่สภาวะฮอร์โมน)


ประโยคเด็ดของเธอนั่นคือ “เลิกกันเลยไหม? อย่างมึงจะไปไหนรอด สุดท้ายก็ต้องมายอมกราบตีน ง้อกูอยู่ดี” หลายครั้งที่เขาต้องการที่จะ “เลิกรา” จริงๆ เพราะเนื่องจาก ครอบครัวเขาเริ่มรับรู้เรื่องของเธอ และรู้สึกไม่ปลื้มมากๆ ถึงขนาดที่แม่ของเขา ร้องไห้ ขอร้องให้เขาเลิกกับเธอ แต่เมื่อเขาตั้งใจเลิกจริงๆ เธอก็ “ขู่” จะฆ่าตัวตาย จะเอาคลิปที่เคยถ่ายตอนเขาและเธอแก้ผ้ามีอะไรกัน ไปเผยแพร่ ทำให้เขาต้องทนเก็บเรื่องราวต่างๆ และทนอยู่มาจนถึงทุกวันนี้


และทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เขา “เก็บกด” มาตลอด เราฟังแล้วก็ได้แต่ “ขอบคุณพระเจ้าในใจ ที่เราไม่ได้เอาหัวใจไปเสี่ยงกับคนจิตไม่ปกติเช่นเธอ” และ ช่วงนี้ เธอต้องไปดูแลคุณพ่อที่ป่วยที่ต่างจังหวัดทุกเสาร์ และอาทิตย์ จึงทำให้เขามีโอกาสเป็น “อิสระ” และ Lesla Night นี้แหละ ที่เป็น “สถานที่” ที่ทำให้เขารู้สึก “ปลอดภัย และสนุก” ในแบบของเขาเพียงลำพัง เพราะเขาไม่อยากจะรู้จัก หรือนำตัวไป “พัวพัน” กับความรักรูปแบบอื่นๆอีก


และนี่คือเรื่องราวของ “ทอมอีกคนนึงในสังคม” ที่คืนนั้น เขาก็กลับไปอยู่ในสภาพเดิม คือ “เมาเพื่อให้ลืมความรักที่มีแต่ความทุกข์​ลืมความจริงของชีวิตที่ละเอียดอ่อน และ “เป็นปม” จนยากแก่การ “คลาย” ลืมทุกอย่าง” เพราะช่วงเวลาที่เมานี้ เขามีโอกาสที่จะเป็นตัวของตัวเอง และ “ปลดปล่อยสมอง” ออกจาก “เครื่องพันธนาการ” ที่โหดร้ายในชีวิต


นี่ก็ผ่านมานานแล้ว พอเราย้อนคิดถึงเขา เราก็ใคร่อยากจะรู้ว่า “ตอนนี้เขาเป็นเช่นไร? ยังทุกข์อยู่หรือเปล่า?”


และนี่คือ “บันทึก” แห่งความประทับใจอีกหน้า ที่เรามีต่อการไป Lesla Night เพราะหลังจากที่เราได้คุยกับเขา เรามีสติมากขึ้นในการใช้ชีวิต และเลือกที่จะคบใครสักคน เพราะ “ความรัก” และ “การตัดสินใจ” เลือกแฟนสักคน ที่ใครๆคิดว่า เป็นเรื่อง ชิวๆ ง่ายๆ นั้น สามารถเปลี่ยนชีวิตคุณได้จริงๆ


ที่ Lesla Night ไม่เพียงแต่คุณจะได้เพื่อนใหม่ หรือมาสนุกในคืนวันเสาร์เท่านั้น คุณจะ “ค้นพบ” สิ่งดีๆ และประสบการณ์ชีวิตมากมายที่นี่ แล้วเจอกันนะคะ


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน

วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553

ทางเลือกของ "มือที่สาม หรือ กิ๊ก"

ช่วงนี้ "คนไทย" เปิดดูข่าวกันมากขึ้น บางคนดูเพื่อ "คาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า" เช่น พรุ่งนี้จะเดินทางยังไงไม่ให้เจอรถติด หรือ ราคาสินค้าต่างๆจะเพิ่มขึ้น หรือลดลงเช่นไร หรือ ตลาดหุ้นจะดิ่งตัว หรือจะถึบตัว หรือ จะมีผลกระทบอย่างไรกับเศรษฐกิจ และการทำมาหากินของตัวคุณ ฯลฯ (เราเชื่อว่า ช่วงนี้เพื่อนๆหลายๆคน อาจจะ "กระอัก" กับข่าวการเมือง เพราะเราก็เป็นหนึ่งในนั้น)


ดังนั้น เรามาดูข่าวบันเทิงกันดีกว่า ซึ่งตอนนี้ที่กำลังเป็นที่จับตามองของประชาชนก็ต้องเป็นข่าว เรื่อง รักสามเศร้า ของ พิงค์กี้ ธัญญเรศ และพี่เป็ก เพราะดูเหมือนว่า จะเป็นปัญหาที่ "เหยี่ยวข่าว และประชาชนที่ต้องการจะรู้เรื่องของดารา" ต้องการข้อมูลเป็นอย่างยิ่ง" แต่สำหรับเรา เราคิดว่าเป็นเรื่องปกติในชีวิตรัก ที่จะต้องมี "มือที่สาม หรือกิ๊ก" เข้ามาวุ่นวายอยู่ร่ำไป แต่ "บทสรุป" ของความรักนี่สิ จะเป็นอย่างไรก็ต้องติดตามกันต่อไป แต่ข่าวนี้ ก็ทำให้เราได้คิดที่จะ "แบ่งปัน" บางสิ่งให้กับเพื่อนๆได้อ่านกัน


วันนี้เราจะบอกเล่าเรื่องราว ที่สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของคน 2 คน ที่เรารู้จัก ที่มีจุดเริ่มต้นเดียวกัน ปัญหาในประเด็นเดียวกัน แต่ทั้งสองมีวิธีแก้ปัญหา "ต่างกัน" จึงทำให้ชีวิตหลังจากนั้นของคน 2 คนนี้ "ต่างกัน" โดยสิ้นเชิง


ป้อม" ทอมหน้าตาดีคนนึง เขาเป็นคนที่จะรู้สึก "รัก" ผู้หญิงคนไหนนั้นยากเหลือเกิน ไม่รู้เพราะว่าอะไร? แต่แล้ว "หัวใจดวงน้อยๆของเขา" ก็ต้อง "หยุดเต้น" เมื่อได้มาเจอ "กุ้ง" ดี้รุ่นพี่ ด้วยความช่างพูดของเขา ทำให้ชนะใจเธอได้ไม่ยากเท่าไหร่ ทั้งสองคบกันมาได้ 2 เดือน เขาจึงมารู้ความจริงว่า จริงๆแล้ว เธอมีแฟนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้แฟนเธอไปทำงานที่สิงคโปร์ จะกลับมาในอีก 2 เดือนข้างหน้า


ณ วินาทีที่เขารู้ว่าเป็นตัวเองตกอยู่ในสภาพ "กิ๊ก หรือมือที่สาม" แบบไม่ได้ตั้งใจ เขารู้สึก "รับไมไ่ด้" และอยากจะเป็น ฝ่ายเดินออกมา แต่ด้วยความรักที่เขามีต่อเธอ และคำพูดที่เธอบอกว่า "ยังไงเธอก็รักเขามาก ขอเวลาให้แฟนตัวจริงของเธอกลับมาก่อน" แล้วเธอจะบอกเลิกกับแฟนคนเก่า และเขยิบฐานะให้เขาเป็น "แฟนคนเดียวของเธอ" ณ ตอนนี้ เราก็ "กิ๊ก" กันไปก่อน จะด้วยว่า "เขารักเธอมากเกินไป หรือว่า สมองเสื่อมชั่วคราว" ก็ไม่ทราบ เขาจึงยอมตกอยู่ในฐานะกิ๊ก


และแล้ว วันที่แฟนตัวจริงเธอกลับมาก็มาถึง เขาจึงทวงสัญญากับเธอ แต่สิ่งที่เธอตอบกลับนั้นก็คือ "เธอยังคงขอเวลา ขอเวลา" ผ่านไป ปีกว่าๆ ที่เขายังอยู่ในฐานะ "กิ๊ก" จากที่เคย "ละอาย และเรียกร้อง" ที่จะเป็น แฟนตัวจริง ก็กลับกลายว่า "รับสภาพ และสถานะกิ๊ก" ได้ซะงั้น หลังจากนั้นอีกไม่นาน เขาก็ต้องมารับรู้ความจริงอีกข้อ นั้นคือ เธอไปมี "กิ๊ก" อีกคน นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เขารับไม่ได้ และด้วยความเบื่อ เป็นทุนอยู่แล้ว ทำให้เขา "เดินออกมาจากชีวิตเธอ" เพื่อ "ยุติ" ความสัมพันธ์


แต่นั่นเป็นแค่ "จุดเริ่มต้น" เพราะหลังจากนั้น เขาจะไป "คบ" กับใคร ก็ต้องไปเจอ ไปรัก ผู้หญิง ที่มี "เจ้าของ" อยู่ร่ำไป อาจเพราะ "เวรกรรม" หรือ "ความชอบในความตืื่นเต้น" หลังจากที่ผ่านช่วงชีวิตนั้นมาก็ไม่ทราบ ณ ปัจจุบัน เขาจึงมีชีวิตอยู่เป็น "กิ๊ก" ลักกิน ขโมยกิน แฟนของชาวบ้านอยู่เรื่อยไป (นี่แหละหนา เวรกรรมของคนที่เป็น "กิ๊ก")


นั่นคือเรื่องราวของ "ป้อม" ทอมที่ตอนแรกเป็น "กิ๊ก" แบบไม่สมยอม แต่ตอนนี้ เขามีชีวิตรัก สนุกอยู่กับการเป็นกิ๊กชาวบ้าน แบบไม่ "ละอาย"


ปุ๊ก" ทอมต่างจังหวัด ที่มาทำงานในกรุงเทพฯ เขาพักอยู่แถวรามคำแหง จึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะเดินตลาดหน้าราม และวันนึงเขาก็ได้มาเจอกับ "หน่อย" โดยบังเอิญ และทั้งคู่ก็ตัดสินใจคบกันเป็นแฟน โดยที่เขามักจะนัดทานข้าว ดูหนังกันบ่อยๆ เธอได้มารู้จักกับเพื่อนชายที่สนิทของเขา ทั้งสามกิน เที่ยวกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งวันนึง เพื่อนชายของเขา เห็นเธอเดินกอดกับทอมอีกคนนึงที่ "สยาม" จึงรีบยกหูโทรศัพท์โทรบอกเขา เขาพยายามโทรหาเธอ แต่เธอไม่ยอมรับสาย เขาจึงบุกไปหาเธอที่หอ เธอจึงอธิบายอย่างใจเย็นให้เขาฟังว่า เธอมีแฟนอยู่แล้ว คบกันมา 8 ปี เขาเป็นทอมอีกคนที่เธอรัก แต่เธออยากให้เขาเข้าใจถึง "ลำดับความมาก่อนมาหลัง" เธอขอร้องให้เขาคบกับเธอเป็น "กิ๊ก" รอจนกว่า "เธอจะจับได้ว่าแฟนตัวจริงของเธอมีกิ๊ก" แล้วเธอก็จะได้หาเรื่องบอกเลิกได้ง่ายๆ แบบไม่ต้องมีปัญหา เขานิ่งไปครู่นึงก่อนที่จะบอกว่า "ตกลง เขาจะรอ" เธอยิ้มอย่างสบายใจ แต่หลังจากนั้นอีก 3 วัน เขาโทรไปหาเธอและบอกว่า "เขายอมไปจากเธอ ไม่ใช่เพราะไม่รัก หรือโกรธ เพียงแต่เขาคิดว่า ไม่มีเหตุจำเป็น ที่เขาจะเอาชีวิตของเขา มาผูกไว้กับคนที่ไม่แน่นอนในความรักอย่างเธอ ลาก่อน"


ชีวิตรักของเขาหลังจากนั้น ก็ยัง "ผจญภัย" ไปเรื่อย ณ ตอนนี้ เขาได้คบกับดี้คนนึงที่มีเขาเพียงคนเดียว เขามีความสุข (นี่ถ้าวันนั้นเขาไม่ตัดสินใจบอกเลิกกับเธอคนนั้น เขาคงจะยังคงเป็น "กิ๊ก" และไม่ได้มาเจอเธอคนนี้ คนที่เป็นเจ้าของหัวใจของเขาอย่างแท้จริง)


บางทีการยอมรับความจริง อาจทำให้คุณเจ็บปวด และยากจะตัดสินใจ แต่หากอยู่แบบหลอกตัวเองไปวันๆ ด้วยคำว่า "รัก" ชีวิตก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นอย่างแน่นอน


เราเชื่อว่า หลายๆคน อาจจะเคยประสบ หรือตกอยู่ในฐานะ "กิ๊ก" ที่อาจจะไม่ตั้งใจ และบางคนก็เลือกที่จะ "ใจอ่อน" ยอมรับสภาพนั้นต่อไป (แบบป้อม) หรือบางคนอาจจะเลือกที่จะ "รักตัวเอง" และมองไปข้างหน้า เพราะชีวิตยังคงต้องเดินต่อไป ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ (แบบปุ๊ก)


สังเกตุไหมคะ เหตุผล และข้ออ้าง ของคนที่ต้องการเก็บอีกคนนึงเอาไว้ให้อยู่ในสภาพ "กิ๊ก" นั้น มักจะให้ว่า "รอหน่อยนะ เดี๋ยวจะเลิกกับอีกคนแล้ว ให้อดทนรอหน่อย" (นี่คือ เหตุผล และข้อแก้ตัว ของ "คนเห็นแก่ตัว" ที่ไม่เคยรักใครจริง นอกจากตัวเอง) และเหตุผลนี้ หลายๆคน ก็หลงกล (เพราะ รัก) สุดท้ายก็ไงอ่ะ "ฝืนทน จำทน อดทน" จนต้องติดอยู่ใน "กับดักความเป็นกิ๊ก" จนไม่ได้เจอ "ความรักแท้"


และนี่คือ 2 ตัวอย่าง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง จาก ทอม 2 คน เราเชื่อว่า เพื่อนๆคงได้ "แง่คิด" ไม่มากก็น้อย ดังนั้น ใครที่ตอนนี้กำลัง "คิดแบบหัวระเบิด" ว่าจะเอายังไงดี จะตัดสินใจเลือกทางเดินไหนดี ณ งานเขียนนี้ "คำตอบ" ลอยมาแล้ว คว้าไว้นะคะ


จงมีความรักอย่างมีสติ"


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน





วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2553

กิจกรรม เสาร์ อาทิตย์

เมื่อวานเราไปว่ายน้ำกับน้องสาว และคนขับรถส่วนตัวมา ที่หมู่บ้าน แถวๆรามอินทรา หลังจากว่ายน้ำเสร็จเราก็ไปทาน “ผักสด หมูอร่อย” ตรงแถวๆแยกเหม่งจ๋าย อิ่มกันมาก แต่พอขับรถใกล้จะถึงบ้าน ด้วยความที่เราอยากทาน “บัวลอยไข่หวาน” คนขับรถส่วนตัวของเรา จึงพาเราขับรถไป “พระราม 4” เพียงเพื่อที่จะไปซื้อบัวลอยเพียงถุงเดียว ไปถึงร้านกำลังจะเก็บ เพราะเขาขายหมดแล้ว และแล้ว “ความผิดหวัง” ก็ได้มาเยือนเรา แต่แม่ค้าใจดีมาก บอกเหลืออีกถุง แต่ “ไข่” แตกในนั้น เรายอมซื้อทันที เพราะอยากทานมาก ในที่สุดเราก็ได้ทานบัวลอยไข่หวานจนได้


วันนี้เราก็ไปว่ายน้ำ ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะไป แพตตินั่ม ก่อน แต่เนื่องจากตื่นสายมาก เราจึงต้องตัดโปรแกรมนั้นไปอย่างช่วยไม่ได้ ว่ายน้ำเสร็จ เราก็ไป dinner ที่ takumi โรงแรม swissotel ถ. รัชดา กินอิ่มมากมาย ขอบคุณนะคะสำหรับอาหารที่แสนอร่อย และการ take care อย่างดี (จนเราขับรถเองไม่เป็นแล้ว)


ตอนนี้เราติด “BB” อย่างหนัก เนื่องจาก ปกติ จะคุยได้แค่คนต่อคน แต่ ณ ตอนนี้ มีเพื่อนสร้าง group ขึ้นมาแล้วคุยกันเหมือน chatroom คนเยอะมาก ประมาณ 24 คนได้แล้วตอนนี้ คุยกันตลอดวัน สนุกมากมาย เราก็แวะเข้าไปคุยบ้างเป็นครั้งคราว แต่ข้อเสียคือ แบตหมดง่ายเหลือเกิน เมื่อก่อนว่างเมื่อไรเป็น ร้องเพลง อ่านหนังสือ แต่ตอนนี้ ว่างเมื่อไหร่ หยิบ BB เล่น chat หรือไม่ก็ IPhone เล่น yak เป็น “โลกส่วนตัว” อีกใบ


เอาไว้เราจะมาเขียนเรื่องให้อ่านอีก ตอนนี้ก็รายงานกิจวัตรประจำวันไปก่อนนะคะ


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน

วันศุกร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2553

Yak on IPhone

เมื่อวานนี้หลังจากกลับมาจาก “อัมพวา” เราเห็นน้องสาวเรา “วุ่นๆ” อยู่กับ Iphone ของเธอ ด้วย “ความสงสัย และใคร่อยากจะรู้” เราจึงเดินเข้าไปถามว่า “ทำไรอยู่” น้องเรายังไม่เงยหน้า แต่ส่งเสียงมาบอกว่า “กำลังทดลองเล่น yak yak เป็น app ที่คล้ายๆ BB Messenger คือ ถ้าเพื่อนใช้ Iphone เหมือนกัน และมีโปรแกรมนี้ ก็คุยกันได้เลย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไร นอกจากค่า internet โดยส่วนใหญ่คนที่ใช้ Iphone มักจะใช้ Package เล่นเน็ต แบบ unlimited อยู่แล้ว” เธอกำลังสนุกอยู่กับคุยกับแฟนอยู่ เราไม่รอช้า อยากจะ keep in touch กับน้องสาวเรา เราจึงไปเอา Iphone ของเรามา Load App แล้ว Add เธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเราก็ขอให้คนขับรถส่วนตัว add เราต่อไปด้วย สรุป เราจะคุยกับคนขับรถส่วนตัวทั้งทาง BB and Yak (การสื่อสารแบบ “เบ็ดเสร็จ”)


และถ้าใครๆเคยเล่น google map ก็จะรู้ว่า เดี๋ยวนี้ เราสามารถจะเช็คว่าเพื่อนเราอยู่ที่ไหน ได้แบบ online และ โปรแกรม yak นี้ก็สามารถส่ง location ของเรา ว่าอยู่ที่ไหน? ให้กับเพื่อนได้อีก ถ้าคิดในแง่บวก เทคโนโลยี “กว้างไกล” ทำให้โลกแห่งการติดต่อสื่อสาร “แคบลง” แต่ถ้าในแง่ลบก็อาจทำให้ “ความเป็นส่วนตัว และอิสระ” ในการใช้ชีวิตของมนุษย์ “ถูกตีกรอบลง” อย่างช่วยไม่ได้


เราหวังว่า โปรแกรม yak นี้จะทำให้เราและน้องสาว ได้คุยกันมากขึ้น เพื่อนคนไหนต้องการโหลด app ให้ไปโหลดใน app store จาก social networking เลือก Top free ก็จะเจอ yak


ตอนแรกเราตั้งใจจะไปทาน “เซกิเต้” ร้านโปรด ในวันอาทิตย์ แต่หลังจากที่คุยกับคนขับรถส่วนตัวแล้ว ก็มีโปรแกรมการกินอีกนึงที่ นั่นคือ “ทาคุมิ” ก็เลยโทรจองว่าจะไปทานวันนี้ แต่โต๊ะเต็ม ก็เลยต้องสลับวัน วันนี้ไปทานเซกิเต้ วันอาทิตย์ไปทานทาคุมิ (มีแต่ trip ตะลอนกิน)


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน