Recent News

Powered by eSnips.com

วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เราถูกเลือกสรร




ราเชื่อว่า แต่ละคนมีหน้าที่ในสังคม

บางคนเกิดมา มีสมอง และปัญญา เพื่อเป็น “นักธุรกิจ หรือผู้นำ”
บางคนเกิดมา พร้อมกับหน้าที่อันยิ่งใหญ่ คือ “การเป็นแม่”
บางคนเกิดมา มีกำลัง และความว่องไว เพื่อทำหน้าที่เป็น “ทหาร”
บางคนเกิดมา มีเสียงที่ไพเราะ เพื่อเป็น “นักร้อง” มอบเสียงเพลง ผ่อนคลายให้กับคนทั่วไป
บางคนเกิดมา มีสติปัญญา และวาทศิลป์ในการเป็น “นักเทศน์” ผู้บรรเทาใจ
บางคนเกิดมา มีความเชี่ยวชาญในการรักษาคนป่วย จึงทำหน้าที่เป็น “หมอ”
บางคนเกิดมา พร้อมความสามารถในการประยุกต์ และพัฒนาวิทยาศาสตร์ ก็ทำหน้าที่กันไป

ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า “ไม่มีใครเก่ง หรือเชี่ยวชาญไปซะทุกอย่าง” เราต่างคนมีข้่อดีและข้อเสียแแตกต่างกันไป ดังนั้นเราแต่ละคนจึงมีหน้าที่ ที่แตกต่างกัน และเป็นเรื่องปกติ หากหลายๆคนต้องลองผิด ลองถูก วิ่งตามหา “แนวถนัด” ของตัวเอง จนต้อง ล้มเหลวแล้ว ล้มเหลวอีก



เมื่อได้ชมเพลงนี้จบ “เราก็ได้แง่คิดหลายๆด้าน ในการดำรงชีวิต”​ขอบคุณผู้จัดทำ และผู้ประพันธ์เพลงนี้ขึ้นมา

เพลงนี้ให้กำลังใจเราได้อย่างดีเยี่ยม
เพลงนี้ทำให้เราเข้าใจหน้าที่ของตัวเองมากขึ้น
เพลงนี้ทำให้จิตใจเราสงบมากขึ้น
เพลงนี้ทำให้เรารู้จุดยืนบนโลกนี้มากขึ้น
และเพลงนี้ ทำให้เรารัก พระเจ้า มากขึ้น และมากขึ้นในทุกๆวัน

“ข้าแต่พระเจ้า หลายๆครั้งที่ลูกดื้อ ละเลย และหลงลืมพระองค์ไปบ้าง ลูกช่างเป็นมนุษย์ที่อ่อนแอ และมั่นใจในตัวเองมากเกินไปจริงๆ ลูกไม่มีค่า เป็นแค่ความว่างเปล่า ถ้าปราศจากความรัก และความเมตตาจากพระองค์

ณ เวลานี้ ลูกสำนึก คุกเข่าต่อหน้าพระองค์ โปรดประทานอภัยให้กับความเหลวไหล และหลงไปตามภาษามนุษยื โปรดประทานความเชื่อ และปรีชาญาณ ให้ลูกด้วย อาเมน”


วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วันพุธที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ต้องดีกว่าเก่าเสมอ

เราเชื่อว่า คุณผู้อ่านหลายๆคน อาจจะเคยตกอยู่ในความรู้สึกสับสนกับคนที่คุณกำลังคบอยู่ อยู่ในภาวะคิดไม่ออก บอกไม่ถูก ว่าจะเลือกเดินทางไหน?


บ้างก็อยู่ในช่วงกำลังคิดว่า จะเลิกดีไหม? เพราะคบต่อไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น มีแต่เรื่องให้ปวดหัวจนเครียดแล้วเครียดอีก


บ้างก็กำลังประสบกับปัญหาเดิมๆ เรื่องเดิมๆ ต้องคอยอธิบาย คอยแก้ตัวอยู่จนเบื่อหน่าย


บ้างก็กำลังเจอกับ คนที่ไม่ใช่ แต่ต้องฝืนทำเป็นว่าใช่ นั่นแหละที่ทรมานที่สุด “เพราะคนที่รักร้างไกลนั้นเจ็บไม่นาน แต่คนไม่รักใกล้กันช้ำใจยิ่งกว่า”


เหตุผลนึงที่ทำให้ต้องทนต่อไป นั่นก็คือ “การกลัวการเปลี่ยนแปลง และการมองไม่เห็นอนาคต” ไม่รู้ว่า ถ้าเลือก “จบความสัมพันธ์” กับคนที่ไม่ใช่แล้ว จะเจออะไรในอนาคต? จะเจอคนที่ดีกว่าคนที่คบอยู่หรือไม่? และเหตุผลนี้ก็ทำให้คนส่วนใหญ่ ไม่เลือกที่จะเดินออกมา ยังคงจมอยู่กับความทุกข์ (ที่ชาชิน)อยู่นั่นแหละ


เราเคยเจอสถานการณ์เช่นนั้นมาแล้ว เคย “ขี้ขลาด” จนไม่กล้าที่จะ “ก้าวออกมา” ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่า หากยังคงย้ำอยู่กับที่ อยู่กับคนที่ไม่ใช่ มีแต่เสีย และก็เสีย เสียสุขภาพจิต เสียเวลา เสียทุกอย่าง จนสุดท้าย เมื่อ “ความรู้สึกในแง่ลบทุกอย่างทับถมจนเต็ม” เราจึงได้สติ และก้าวออกมา และการก้าวออกมาในครั้งนั้นก็ทำให้เราเจอสิ่งที่ดีกว่า คนที่ดีกว่า สังคมที่ดีกว่า รวมถึงความรักที่ดีกว่า และนั่นก็ทำให้เราได้ตระหนักว่า ในอนาคตมีคนที่ดีกว่า ที่คู่ควร และเหมาะสมกับเราอยู่เสมอ เพียงแต่ว่าเรา “กล้าหาญ” พอที่จะ “ก้าวออกมา” หรือเปล่า


ณ วันนี้ เรามีความสุขที่ได้อยู่กับคนที่เรารัก และรักเราอย่างแท้จริง ทุกๆวันที่ดำเนินอยู่นั้น perfect และมีความสุขที่สุด


การที่ได้นอนในอ้อมกอดของคนที่รักเราจริงๆ คนที่เต็มใจกอดเราจริงๆ โดยที่เราไม่ต้องเรียกร้อง


การที่ได้อยู่กับคนที่ทำทุกอย่างเพื่อเราจริงๆ โดยไม่หวังผลตอบแทน


การที่ได้แบ่งปันชีวิตที่เหลือกับคนที่เปิดใจรับจริงๆ


การที่ได้มีความสุขอย่างแท้จริง กับคนที่เราต้องการอย่างแท้จริง


การได้รัก และถูกรัก โดยไม่มีเงื่อนไข


และทั้งหมดนี้ เราค้นพบได้จาก “เขาคนนั้น”


ขอบคุณนะคะที่เข้ามา “เติมเต็ม” และเป็นทุกอย่างให้ คุณทำให้หนูรู้ว่า “ความรักที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร?”


รักคุณทุกลมหายใจเข้า-ออก


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน


วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

โรคติดแฟน

เพื่อนๆเคยเป็นกันไหมคะ? เมื่อมีความรัก หรืออยู่ในอารมณ์รักนั้น มักจะ “สับสน” อยู่ในใจตลอดเวลา (ไม่รู้ว่าสับสน หรือวุ่นวายใจเรื่องอะไร? รู้แต่ว่า ตะหงิดๆในใจ) หลายครั้งที่พร่ำบอกกับตัวเองว่า “รักอย่างมีสตินะ รักอย่างมีสตินะ” แต่เมื่อ “ความต้องการ และเสียงหัวใจลึกๆในใจเรียกร้องแล้ว” ก็ทำให้คนที่ดูเหมือนจะ “มีสติ” ตลอดเวลา กลายเป็น “คนงี่เง่า” ได้เหมือนกัน


เราก็เป็นอีกคนที่มีอาการแบบนี้ เราจึงขอเรียกโรคนี้ว่า “โรคติดแฟน”


“โรคติดแฟน” นี้ สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศ และทุกวัย ไม่จำกัดช่วงเวลา ไม่มีปัจจัยภายนอก ไม่มียาไม่มีวัคซีน ไม่มีทางใดรักษา นอกจาก “เขา” คนเดียวเท่านั้นที่รักษาได้


อาการเบื้องต้น


มีความต้องการเขาอยู่ตลอดเวลา (ต้องการให้อยู่ใกล้ๆ ต้องการทำกิจกรรมร่วมกัน อย่าคิดลึกนะ กิจกรรมทั่วไปจ้า)


ชอบเรียกร้องความสนใจ เรียกร้องเวลา และเรียกร้องความเอาใจใส่ (จริงๆไม่ได้ขาดหรอกนะ ที่เขาทำทุกวันก็มากพอแล้ว แต่ก็ไม่รู้เป็นไง ถ้าเรียกร้องได้เพิ่มอีกนิด ชีวิตจะ happy มากๆ)


สังเกตุพฤติกรรมของเขาอยู่ตลอดเวลา (ไม่ว่าเขาจะเดิน นั่ง พูด คิด ออกแนวจิตนิดๆ)


อยากให้เขาเป็นของเราคนเดียว อยากให้เขามีเราคนเดียว (เขาคือโลกทั้งใบของเรา)


อาการข้างเคียง


อาจจะทำให้มีผลต่อภาวะทางอารมณ์ เปลี่ยนบุคลิกจากคนปกติ เป็นคนที่งอน งอแง และไม่มีเหตุผล (เพราะเหตุผลเดียวคือ คุณ เท่านั้น)


อาจหน้าบึ้งตึง เหวี่ยงไปทั่ว (แม้เรื่องเล็กๆ)


ขั้นตอนการรักษา


ป้อน “คำหวานจากคุณ” ทุกๆ 5 นาที


ฉีด “อ้อมกอดของคุณ” เข้าเส้นทุกค่ำคืน


จิบ​“ความสนใจจากคุณ” ทุกชั่วโมง


บำบัดด้วย “ความรักที่จริงใจจากคุณ” ทุกอาทิตย์


หมายเหตุ อาการของโรคนี้ เมื่อเป็นแล้ว รักษาหายแล้ว อาจเป็นซ้ำได้ทุกเมื่อ รักษาตามอาการ


ข้อควรระวัง ควรใช้ความอดทนสักนิดในทุกๆขั้นตอนการรักษา อย่าท้อไปก่อนล่ะ


ความเป็นจริงของโรคนี้ ทุกๆพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ตัวเราเองมี “สติ” อยู่เสมอ รู้นะว่าทำอะไร? คิดอะไร? เพียงแต่ว่า อยากจะเอาแต่ใจตัวเองมากหน่อย เห็นแก่ตัวอีกนิดหน่อย เพราะรักเขาที่สุดไง


หากคุณได้เข้ามาอ่านหน้านี้ ก็อยากให้คุณเข้าใจว่า “ที่หนูรู้สึกสับสน และวุ่นวายใจมากมาย ทั้งหมดนี่ก็เพราะคุณนั่นแหละ ที่เดินเข้ามาในชีวิต เข้ามาทำให้หัวใจดวงนี้รู้สึก “ตื่นเต้น และพร้อมเปิดใจรัก” อีกครั้งนึง


รู้ “ต้นเหตุ และวิธีรักษา” แล้ว ก็รีบทำนะคะ หนูจะรอ อิอิ อย่าเพิ่งเบื่อหนูก่อนล่ะ หนูรักคุณเสมอนะคะ


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน