Recent News

Powered by eSnips.com

วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ทอมแก่เลือกได้

Revealtomdy has just come back. ต่อไปเรามีจุดมุ่งหมายว่า จะเขียนให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 เรื่อง (นี่คือสิ่งที่ตั้งใจ แต่ไม่รู้ความเป็นจริงจะได้สักเท่าไหร่กัน จะพยายามแล้วกันนะคะ)



ต้องยอมรับว่า เวลานี้ หมั่นไส้คนใกล้ตัวมาก เรื่องราวในวันนี้ขอเขียน “แฉ” คนใกล้ตัวสักครั้งเถอะ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะรู้ไหมนะ? ว่าเรารำคาญ เพราะเราไม่เคยได้พูดไป (ไม่อยากจะพูดให้ใครเสียใจ) ได้แต่ปลอบ และหลอกด่าไปวันๆ (แต่ She ก็ยังไม่รู้ตัว เหอๆๆ)


งานเขียนวันนี้ มีอารมณ์ส่วนตัวล้วนๆ เป็นตัวขับเคลื่อน ใครจะว่าอะไรเราไม่รู้ ไม่ได้แหกกรอบงานเขียน เพียงแต่อยากจะระบายอารมณ์ผ่านทางตัวอักษรเท่่านั้น


“ตอง” ทอมวัย 45 ปี ด้วยหน้าที่การงาน มีธุรกิจเป็นของตัวเอง ฐานะค่อนข้างจะดีมากๆๆๆ เขาเลยเป็น “ทอมแก่เลือกได้” มีสาวๆมากมายมาให้เขาได้ชี้นิ้วเลือก แต่ก็ไม่รู้นะคะ ว่าลึกๆในใจสาวๆพวกนั้น ยืนนิ่งให้เขาเลือกเพราะอะไร? อาจเพราะอยากลองของแปลก? หรืออาจเพราะอยาก up ชีวิตของตัวเองให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น (ประมาณว่า ทอมแก่หลอกง่าย หรือเปล่า? เราขอ no comment) แต่ช่วงวัยไม้ใกล้ฝั่งอย่างเขานี้ ก็ยังไม่ละทิ้งตัณหา ไม่หยุดขบวนสุดท้ายไว้ที่ใครสักที ยังคงจะหาสาวๆมาควงอยู่ร่ำไป เขาใช้ชีวิตอย่างทอมเจ้าสำราญมาหลายปี โดนหลอก (แบบเต็มใจ หลักหมื่น หลักแสนบ้าง ก็เฮฮากันไป)


จนกระทั่งเขาได้มาเจอ “ปิ่น” ดี้วัย 38 สวยอย่างกระดังงาลนไฟ ซึ่งเธอเป็นแนวเดียวกับเขา นั่นคือ ชอบคบคนที่อายุน้อยกว่า ณ เวลาที่ “บุพเพอาละวาด” ให้เขาและเธอมาเจอกันนั้น เธอก็กำลังคั่วอยู่กับทอมวัย 23 คนนึง อาจเพราะด้วยความช่างเอาใจของเธอ หรือเพราะเธอไม่มีทีท่าจะสนใจเขาเหมือนสาวคนอื่นก็ไม่ทราบ หรืออาจเพราะเธอมีแฟนอยู่แล้วก็ไม่ทราบ เขาจึงรู้สึกตื่นเต้น และอยากจะเอาชนะเพื่อให้ได้เธอมาครอบครองเสียเหลือเกิน


เขาเริ่มหมกมุ่นความคิด และเวลาอยู่กับเธอ จนกระทั่งค่อยๆปล่อยสาวที่มีอยู่ใน stock หลุดออกไปทีละคนสองคน (โถ่ พี่คะ ที่พี่ต้องปล่อยหลุด เพราะพี่อายุมากขึ้นหรือเปล่า? ความจำไม่ค่อยดีใช่ป่ะ) จนสุดท้ายก็เหลือเธอเพียงคนเดียว


เรื่องราวดูเหมือนจะมาถึงจุด happy ending แต่เปล่าเลย? นี่เป็นแค่ละครฉากใหม่ ที่กำลังจะเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อเขายอมทิ้งสาวทุกคน เพื่อจะมาเริ่มต้นกับเธอ แต่เธอยังไม่ยอมเลิกกับทอมเด็กของเธอสักที ยิ่งทุ่มเทมาก ก็คาดหวังมากเป็นธรรมดา (เพราะเหตุนี้เขาจึงเริ่มต้นมีอาการประสาทอ่อนๆ) เธอแค่หลอกให้เขามารับมาส่ง ซื้อโน่นซื้อนี่ให้เธอเท่านั้น แต่ไม่เคยเปิดใจเธอให้เขาเลย (มีเพียงเขาเท่านั้นที่คิดไปเอง)


และแล้วการคร่ำครวญฉากแรกก็เริ่มขึ้น เมื่อเขารู้ความจริงว่า เธอยังไม่เลิกกับแฟนเก่า ส่วนเขาก็ได้เป็นแค่ “คนคอย support ทุกเรื่องเท่านั้น” เขาเริ่มสติแตก แต่ด้วยการรักษาฟอร์ม เคราะห์กรรมจึงต้องตกมาสู่คนรอบข้างที่ต้องมาทนฟังเรื่องราวรักไม่สมหวังของเขา (แหม อยากจะบอกเขาเหลือเกินว่า คุณโง่เองนี่!)


ระลอกแรกยังไม่จบ ก็มีความเสียใจโถมกระหน่ำ เข้ามาหาเขาอีกรอบ เมื่อเธอต้องการยืมเงินเขาเป็นล้าน เพื่อไปต่อยอดธุรกิจที่เธอหุ้นทำกับแฟนเก่า ไม่ต้องถามก็พอรู้ เขาก็โง่ให้อีกจนได้ โดยคาดหวังว่า เธอจะรับรัก เลิกกับแฟน และมาคบกับเขา แต่สุดท้าย อานุภาพของเงินก็ไม่สามารถบังคับความรักได้ เธอก็ยังคงคบกับแฟนเก่า นอนกับแฟนเก่า เขาขับรถมาส่งได้แค่ข้างล่างคอนโด ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่พอใจสักเท่าไหร่นัก สุดท้ายก็ต้องมาระบายกับคนใกล้ตัวฟัง (แต่ไม่เคยถามเลยว่า มีใครอยากจะฟังไหม? ไม่ใช่ว่าใจร้ายใจดำหรอกนะ แต่เมื่อบอกแล้ว เตือนแล้วไม่เชื่อ โง่แบบเต็มใจ ใครจะช่วยได้อ่ะ)



อีกไม่กี่วัน ความจริงอีกเรื่องก็ถูกเปิดเผย เมื่อเขาจับได้ว่า เธอเอาเงินไปดาวน์รถให้กับทอมเด็ก (แฟนของเธอ) ไม่ได้ทำธุรกิจแต่อย่างใด เขาก็เหมือนคนโง่ในสายตาของทุกคน เพราะญาติพี่น้องของเธอรู้เรื่องหมด มีเขาคนเดียวที่โง่อยู่เพียงลำพัง (เขาไม่กล้าที่จะเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง ได้แต่เก็บความโง่ไว้เตือนใจแต่เพียงลำพัง) เก็บได้ไม่นาน คนรอบข้างก็ต้องมารับรู้ความโง่ของเขาในครั้งนี้ จากปากของเขาเอง (ไม่ต้องถามว่า คนรอบข้างจะพูดว่าอะไร นอกจาก ส่ายหัว และส่ายหัว)


ต้องยอมรับว่า เธอฉลาดที่รู้ว่า ต้องพูดอย่างไร? ทำอย่างไร? ที่จะคุมเขาให้ support และตกอยู่ในสภาพ “ธนาคาร” ของเธอต่อไป แต่ปรบมือข้างเดียวก็ไม่ดังหรอก ถ้าหากเขารู้จักรัก โดยไม่ต้องการแย่งคนของใคร ใช้หัวใจแทนเงินตรา เขาคงไม่ตกเป็น “เหยื่อ” แบบทุกวันนี้


นี่ยังไม่จบ “มหากาพย์เรื่องราวของทอมแก่คนนี้ ที่พยายามจะใช้เงินซื้อความรัก ความสุข เหมือนที่เขาเคยทำได้ในอดีต แต่ครั้งนี้เขาไม่สามารถทำได้ จนทำให้เขาถลำลึกเข้าไปอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์” ความรักที่เริ่มต้นด้วยการเอาชนะ ไม่มีวันมีปลายทางที่สุขสมหวังได้หรอก (เพื่อนๆว่า จริงไหมคะ?)


ก็ต้องมาลุ้นกันต่อไปว่า “เขาจะค้นพบทางสว่างในชีวิตเมื่อไร?” (และคนรอบตัวจะหมดเวรหมดกรรมเมื่อไหร่)


เราค่อนข้างจะเชื่อมั่นว่า มีเพื่อนๆ ผู้อ่านหลายๆคน ที่เคยรับฟัง และรับปรึกษาปัญหาทำนองนี้ ปัญหาโลกแตก ที่เกิดจากตัวคนๆนั้นเอง แต่สร้างความรำคาญ ให้กับคุณ ประเภท เตือนเท่าไหร่ก็ไม่ยอมฟัง แนะเท่าไหร่ไม่ยอมเชื่อ แต่เวลามีปัญหาก็ “ซมซาน” กลับมาปรึกษา ปัญหาเดิมๆ เรื่องเก่าๆ แค่เอามาเล่าใหม่ เปลี่ยนตัวละคร เปลี่ยน location ก็เท่านั้นเอง


ขอพื้นที่ตรงนี้เขาระบายออกมาให้อ่านกันนะคะ ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน



วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ประชดรักตอนที่ 6

เพื่อนๆหลายคนรออ่าน “งานเขียนที่เราได้เกริ่นไว้อย่างใจจดใจจ่อ” ต้องขอโทษด้วยนะคะที่หายไป จนบางคนสงสัยว่า บ้านเราน้ำท่วมหรือ? เปล่าเลยคะ เพียงแต่ว่าช่วงนี้เรากำลังยุ่งๆอยู่กับ “การเล่นหุ้น” (งานประจำของเรา) ลุ้นตลอดหลายวันที่ผ่านมา เลยไม่มีเวลาและมีอารมณ์มานั่งขีดนั่งเขียนให้เพื่อนๆได้อ่านกัน และสุดท้ายก็ต้องผิดหวังกับการเล่นหุ้น เพราะ “เสีย” คะ (ก็แค่ตัวเลขวิ่งไปวิ่งมา ตอนเช้าเรายังเล่นได้กำไรประมาณว่า มีเงินไปจัดทริปไปเที่ยวในประเทศ 3 วัน 2 คืนแบบสบายๆ แต่พอตกบ่าย ก็ขาดทุนมากถึงขนาด เอาเงินไปถอยรถ Honda Accord รุ่น Top แต่งพร้อมได้ 1 คัน) สรุปเราตัดสินใจ Cut Loss (เสียแบบเต็มๆไป) 555 ขำตัวเอง (มาคิดอีกแง่ เราเสียให้กับคนที่เขาต้องการเงิน และต้องการความมั่นใจในการเล่นหุ้นมากกว่าเรา อย่างน้อยการเสียเงินครั้งนี้ ก็ไม่เสียดายมากเท่ากับที่เสียเพราะไปทุ่มเทให้กับทอมห่วยๆ ที่มาหลอกลวงให้ช้ำใจ) T_T ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ต้องดีกว่าเก่า


สำหรับเรื่องที่เราเกริ่นไว้ล่าสุด เราขอ “ยกยอดไปเขียนครั้งหน้านะคะ” เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องเด็ด ต้องกลั่นกรองให้เด็ดจริงๆถึงจะกล้าลง อิอิ


วันนี้เราขอเสนอ “เรื่องราวที่เกิดจากการประชดรัก จนทำให้ชีวิตของตัวเองต้องพังพินาศ” แทบจะเป็นปกติในชีวิตคู่หรือชีวิตรัก ที่จะต้องมีการกระทบกระทั่ง เอาแต่ใจ และประชดประชันกันบ้าง (เพราะคนหลายคนในสังคม อาย และกระดากปากที่จะพูดความต้องการที่แท้จริงของตัวเองไปตรงๆ และอีกฝ่ายบางทีก็คิดไม่ถึง คิดไม่ทัน จนเกิดเป็นปัญหาหยุมหยิมในชีวิตคู่) แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมันจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ หรือเรื่องใหญ่ๆนั้น ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านอารมณ์ และนิสัยของคนแต่ละคนด้วย (ดังนั้นระดับความรุนแรงของคู่รัก แต่ละคู่จึงแตกต่างกัน)


“วา” ทอมผู้จัดการฝ่ายขายบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง เป็นแฟนกับ “ปราย” สาว AE คุณหนูลูกผู้ดีเก่า ทั้ง 2 ได้คบกันมาได้ 4 ปีแล้ว คบกันตั้งแต่ทั้งคู่เรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกา ทั้งคู่ดูยังไงก็เป็นคู่ที่เหมาะสมกันทุกประการ จะต่างกันก็ตรงที่เขา “โชกโชน” ในเรื่องความรัก มีแฟนนับสิบ แต่สำหรับเธอไม่เคยมีแฟนมาก่อน เขาเป็นคนแรกของเธอ ชีวิตรักของทั้งคู่ดูเหมือนจะราบรื่น ไม่มีอะไรที่โดดเด่น (ก็เพราะแบบนี้นี่แหละ) จึงทำให้เกิดปัญหา เมื่อเขาเบื่อในลีลา sex ของเธอ เขาจึงออกไปมีกิ๊กบ้างเป็นครั้งคราว แต่ทุกครั้งเขาก็รอดไปได้ตลอด แต่เรื่องมา “แตก” ก็เมื่อเขาไปคั่วอยู่กับนักศึกษาสาวที่กะจะจับเขาอย่างจริงจัง


เมื่อเธอรู้เรื่อง ก็เป็นธรรมดาที่จะต้อง “วีนแตก” และด้วยความที่เขาประสบความสำเร็จในทุกด้าน จึงมี EGO สูง และไม่เคยยอมรับผิด หรือมองเห็นข้อผิดพลาดของตัวเอง เขาจึงตะโกนใส่หน้าเธอบอกว่า “ที่เขาต้องไปมีกิ๊ก เพราะ sex ของเธอห่วยแตก เธอไม่เคยผ่านทั้งผู้ชาย และผู้หญิงมาก่อน ลีลาที่เธอมีนั้นน่าเบื่อมาก” (ก็แค่คำพูดของทอม EGO สูง) และประโยคนี้ก็ทำให้เธอเสียใจ เธอจึงคิดที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อทำให้เขากลับมาหาเธอ เธอรักเขา และคงอายเพื่อนๆหากต้องเลิกกับเขา เธอจึงคิดที่จะไปหาประสบการณ์ทางด้าน sex จากผู้ชาย แค่หวังว่า เขาจะพอใจในตัวเธอ และไม่ต้องไปหากิ๊กอีก เธอไม่กล้าที่จะไปเที่ยวผู้ชายตามสถานบันเทิง (อายที่จะทำแบบนั้น) เธอจึงเลือกวิธีที่จะหาผู้ชายขายตัวทาง internet นัดไปเจอกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่พัทยา และคืนนั้นเธอก็ได้ “เสียว” สุดๆๆ (เขาคงนั้นได้สอน “กลเม็ด เคล็ดลับ” ให้เธออย่างมากมาย)


หลังจากเหตุการณ์คืนนั้นไม่นาน เขาก็มาง้อขอคืนดีกับเธอ และทั้งคู่กกลับมารักกัน ปรับตัวเข้าหากัน เขาก็ดีกับเธอมาก เรื่อง sex เธอก็เริ่มมีความกล้ามากขึ้นเรื่อยๆ เธอมีความสุขจนเวลาผ่านไป เกือบ 2 ปี ช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นก็ “จบลง” เมื่อเธอไปตรวจสุขภาพประจำปี ผลตรวจออกมาว่า “เธอเป็นเอดส์” (ติดมาจากผู้ชายคนนั้น) เธอไม่กล้าบอกให้เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง เธออาศัยช่วงเวลาที่เขาไปประชุมที่ต่างประเทศ เก็บเสื้อผ้าออกจากคอนโด หนีไปจากชีวิตเขา และไม่คิดที่จะกลับมาอีก ถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้เหตุผลที่เธอจากเขาไป


สำหรับเขา เราเชื่อว่า ณ ตอนนี้ เขาก็ไม่รู้ตัวเองว่า “คำพูดประโยคนั้นที่เขาพูดออกมา จะโดยตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตาม มันเป็นแรงกระตุ้นให้เธอต้องก้าวผิดพลาด” ก็เพราะความ EGO สูงนั่นเอง ถ้าวันนั้นเขายอมรับผิด และขอให้เธอให้อภัย และเริ่มใหม่ ตอนจบของเรื่องนี้ก็คงเปลี่ยนไป


ถึงตอนนี้เราเชื่อว่า “เธอคงคิดไม่ถึงว่าชีวิตของเธอจะต้องเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้ เพียงเพราะต้องการที่ประชดเพียงครั้งเดียว” ไม่มีใครรู้หรอกว่า สิ่งที่เราได้ตัดสินใจทำ เพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบนั้น จะมีผลที่ตามมาเช่นไรบ้าง? ณ วินาทีนั้นก็คิดแค่ว่า “ไม่เป็นไร” ขาดสติ จนเกิดเรื่องขึ้นมาจนได้


ฝากไว้สำหรับเพื่อนๆที่ชอบเอาชีวิต หัวใจ ของตัวเองไปเสี่ยงกับเรื่องต่างๆ อยากให้คุณเข้าใจ และยอมรับว่า “ความรัก และความต้องการที่จะมีแฟนนั้น ไม่ใช่จุดมุ่งหมายเดียวของชีวิตคู่ ขาดไปเราก็หาใหม่ได้ อย่ายึดติดมากเกินไป”


สำหรับใครที่กำลังมีความรัก เมื่ออ่านเรื่องนี้แล้ว ลองหยุดคิดสักนิดแล้วถามตัวเองว่า “คุณมีอะไรในใจที่อยากจะบอกคนข้างกายคุณหรือเปล่า? มีความรู้สึกอะไรที่อยากจะพูดตรงๆกับเขาหรือเปล่า? ในความรักไม่มีคำว่า ถูก หรือผิด? มีเหตุผล หรือไม่มี? เป็นเพียงความต้องการของคนสองคน และคนสองคนที่ว่านั่น คุณก็ได้เลือกแล้ว และเมื่อเลือกแล้ว ก็อย่า “ทิฐิ” ที่จะไว้ใจ ยอมรับ และพูดกับเขาตรงๆ หากเขาเป็นคนที่ใช่ของคุณ เขาจะยอมรับในตัวคุณได้อย่างสุดหัวใจ”


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน


วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ฉันไม่โง่ ก็แค่ไม่อยากทำลายความมั่นใจในตัวเองของเธอ

ฝากถึงทอมทั้งหลาย ที่คิดว่าตัวเองฉลาด ที่หลอกให้ผู้หญิงคนนึงรัก และทุ่มเทเพื่อคุณมากมาย (ทั้งกาย ใจ และเงินทอง)เพราะแค่คำว่า “ความรัก” จริงๆแล้วคุณคิดผิด เพราะดี้อย่างพวกเรารู้ทันคุณ และรู้สึก “สมเพช และเวทนา” ชีวิตอันไร้จุดหมายของคุณต่างหาก พวกเราจึงหยิบยื่น “ความรัก และทุกอย่างให้” ด้วยหวังว่าในใจลึกๆ “จิตสำนึกในความเป็นมนุษย์” ของคุณอาจจะทำงานเป็นบ้าง แต่ก็นะ เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่เราทุ่มเทไป ไม่มีอะไรกลับมา นอกจากคำโกหก และแสร้งว่ารัก(ที่ดูยังไงก็เพื่อผลประโยชน์) แล้วเราจะโง่ทนอยู่ต่อไปเพื่อ?


ง่วงนอนแล้ว นี่แค่ ออเดิฟ ไว้พรุ่งนี้ว่างๆ จะมา “ขยายความ อย่างเต็มรูปแบบ” รออ่านกันนะคะ


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

ลูกขอบพระคุณ

">
">

ฟังเพลงนี้ของ โต๋ แล้วรู้สึกขนลุก และหัวใจเต้นระทึกอยู่ข้างใน


พระเจ้าข้า พระบิดาของลูก พระเยซูพระบุตรของพระเจ้า พระแม่มารีผู้ปฏิสนธินิรมล


ลูกขอบพระคุณ ที่นำพาเพลงนี้มาให้ลูกได้ยิน และได้ฟัง ในช่วงเวลาที่ลูกรู้สึกสับสน (พระองค์มีแผนการณ์เสมอ)


ลูกขอบพระคุณ สำหรับทุกๆเช้า ที่พระองค์มอบความสดชื่นให้ และมีกำลังใจที่จะก้าวต่อไปโดยไม่หยุดยั้ง


ลูกขอบพระคุณ สำหรับสายฝนที่โปรยปราย แม้บางครั้ง สายฝนนั้น อาจทำให้ลูกเปียกปอน แต่นั่นก็เป็น “น้ำพระทัย” ที่ีพระองค์ต้องการสัมผัสกับลูกโดยตรง


ลูกขอบพระคุณ สำหรับช่วงเวลาที่ดี และมีความสุขในชีวิต (ในพระองค์ ทำให้ช่วงเวลาที่พิเศษ ยิ่งพิเศษมากขึ้นไปอีก)


ลูกขอบพระคุณ สำหรับช่วงเวลาโหดร้ายในชีวิต ปัญหาทุกปัญหาที่ “กระหน่ำ” เข้ามา แต่ในที่สุด พระองค์ก็โอบอุ้มลูกไว้ เพราะหากปราศจากพระองค์ ลูกต้องพบเจอกับสิ่งที่เลวร้ายกว่านี้แน่นอน


ลูกขอบพระคุณ สำหรับสุขภาพกาย และใจ ที่แข็งแรง ที่พระองค์ประทานให้ เพื่อให้ลูกมีความสุขกับ
โลกใบนี้


ลูกขอบพระคุณ สำหรับความเจ็บป่วย และความทรมาน ที่พระองค์ทรงให้เกิดขึ้นกับลูก เพื่อ “หยุดยั้ง” ความหยิ่งจองหองในความเป็นมนุษย์ และเรียกให้ลูกเดินเข้าไปหาพระองค์


ลูกขอบพระคุณ สำหรับโอกาสดีๆในชีวิต ที่ทำให้ลูกโชคดี และพิเศษกว่าคนอื่น ถึงแม้ว่าหลายๆครั้งลูกอาจจะ “มองข้่าม” สิ่งดีๆเหล่านั้นไปบ้าง แต่ลูกก็ไม่เสียใจ เพราะอย่างน้อยลูกก็รู้ว่า พระองค์รักลูกอย่ทางแท้จริง


ลูกขอบพระคุณ สำหรับความผิดหวัง และการพลาดบางสิ่งในชีวิต เพราะลูกเชื่อว่า พระองค์จะต้องมีแผนการณ์ที่ดีที่สุด และเหมาะสมที่สุดสำหรับลูกรออยู่


ลูกขอบพระคุณ สำหรับใครคนนึง ที่พระองค์ส่งมาเพื่อดูแลลูก ทำให้ลูกเป็นสุขใจ และอยู่เคียงข้างลูกเสมอ พระองค์ดลบันดาลให้ใครคนนั้น รักลูก และเข้าใจลูกอย่างที่ลูกเป็น


ลูกขอบพระคุณ สำหรับใครอีกหลายๆคน ที่เดินเข้ามาทำร้ายลูก ทำให้ลูกทุกข์ใจ แต่พระองค์ก็โอบกอดลูกไว้ และจูงมือลูกให้ผ่านพ้นปัญหาเหล่านั้นไปอย่างง่ายดาย


สุดท้ายลูกขอบพระคุณพระองค์ ที่ไม่เคยปล่อยมือไปจากลูก อาจมีบ่อยครั้งที่ลูกใช้ชีวิตเพียงลำพัง เดินทางบนโลกนี้เพียงลำพัง โดยหลงลืมพระองค์ แต่พระองค์ก็ไม่เคยทอดทิ้งลูกไปไหน พระองค์อยู่เคียงข้างลูกเสมอ และโอบกอดลูกไว้ ขอบคุณพระองค์สุดหัวใจ อาเมน