Recent News

Powered by eSnips.com

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552

งาน Sales CROCS

ก่อนจะเข้าเรื่อง True Blood ต่อ เรามีเรื่องระบายเล็กๆน้อยๆ สืบเนื่องจากเมื่อหลายวันก่อน เราได้ไปอ่านในเวปพันทิบ และรับรู้มาว่า วันที่ 12-15 ก.ย. นี้ จะมีงาน Sale 50-70% รองเท้ายี่ห้อ CROCS (รองเท้าหัวโตๆ) ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์

จริงๆเราตั้งใจจะไปตั้งแต่เมื่อวาน แต่สืบเนื่องจากตื่นสาย และได้เข้าไปอ่านในหลายๆกระทู้แล้วเขาเล่าว่า งานนี้คนเยอะมากๆ เรียกว่าต้องแจกบัตรคิว บางคนไปตอนสิบโมงกว่าๆ แต่กว่าจะได้เข้าไปซื้อก็ตั้งบ่ายสองแล้ว บางคนไปบ่ายสอง กว่าจะได้เข้าไปก็หกโมงเย็น คือว่า เขาจะให้เข้าไปทีละ 100 คน มีเวลาอยู่ในนั้นแค่ 1 ชั่วโมง (นั่นคือข้อความในกระทู้ที่เขาบรรยายออกมา แต่แตกต่างจากความเป็นจริงมาก) เราตื่นตั้งแต่เช้า เพื่อไปให้ทันก่อน 10.00 เราไปถึงหน้าห้องจัดแสดง 9.45 ได้บัตรคิวที่ 72 (นึกยิ้มในใจ ได้เข้ารอบแรกแล้ว) ก่อนเข้า พนักงานได้แจกถุงใสๆใบใหญ่ (ประมาณว่าใส่น้ำตาลทรายได้ 50 กิโล) เมื่อเดินเข้าไปเราค้นพบว่า ห้องเล็กนิดเดียว เราเดินไปรอบๆห้อง สักพักมีเสียงคนประกาศผ่านไมค์ว่า

“แหม วันนี้วันจันทร์ แต่ Crocs ของเรา ก็ได้รับความสนใจดีเยี่ยม Brand เราดีจริงๆ ฯลฯ >>>>> สำหรับรอบนี้นะคะ มีเวลาในเลือกซื้อกันเพียง 15 นาทีเท่านั้น (เราคิดในใจ ไหนในกระทู้บอกว่า ชั่วโมงนึงไง) เมื่อครบแล้ว กรุณามาต่อแถวชำระเงินด้วย (มีเครื่อง cashier แค่ 4 เครื่อง) ด้วยความรีบ หรือมนตร์ตราเสียงในไมค์หรือเปล่า ก็ไม่ทราบ เราเดินหยิบรองเท้าใส่มาในถุงแล้ว 4 คู่ สนนราคารวมกันก็เกือบ 4 พันบาท (เฉพาะของเรา) และเมื่อเวลา 15 นาทีใกล้หมด มีเสียงตามไมค์สั่งให้พนักงาน หยุดพูดคุยกับลูกค้า หยุดหาเบอร์ให้ลูกค้า และลูกค้าทุกคนต้องไปยืนต่อแถวจ่ายเงิน เพราะว่ามี “ฝูงชน” กำลังรออยู่ด้านนอก เพื่อเตรียม “ทะลัก” เข้ามาซื้อรองเท้า (ประหนึ่งแจกฟรี) อีกหลายร้อยคน

และคำพูดผ่านไมค์นี้ ทำให้เรานึกเคืองในใจ แต่ก็ช่วยเรียกสติกลับคืนมา (ประมาณว่า ตื่นจะภวังค์) เราจึงรีบเอารองเท้าไปคืน 3 คู่ เหลือแค่ คู่เดียว เท่านั้น ด้วยเหตุผลที่ว่า ตามห้างสรรพสินค้า ก็ลด 30% นี่ลดเพิ่มมาอีก 20% แค่นั้น แต่พวกเขา “ปฏิบัติ” กับเราประหนึ่งว่า เรามาขอของ “แจกฟรี” ให้เวลานิดเดียว แค่จะลองรองเท้าก็ไม่ทันแล้ว ไปซื้อตามห้างดีกว่า ครั้นจะไม่เอาเลยสักคู่ก็คงไม่ได้ เพราะ หากเดินออกไป ต้องผ่าน cashier นั่นหมายถึงคุณต้องจ่ายเงิน (คือ เงินต้องออกจากกระเป๋าของทุกคนที่เข้ามาในห้องนี้ ก่อนไปยังประตูทางออกได้) เราเสียเงินไป 795 บาท สำหรับรองเท้าหูหนีบเพียงคู่เดียว (คุ้มหรือไม่คุ้ม ไม่ได้อยู่ที่ราคา แต่คงอยู่ที่ ศักดิ์ศรี และการควบคุมสติมากกว่า เราว่านะ!!!!) เราออกจากห้องนั้นมาตอน 10.40 ทำเวลาดีมากๆ

และนี่คือเรื่องราว การ Shopping ของ Sales ที่ดูเหมือนว่า วิธีการ และเทคนิคการขายนี้ “กระตุ้น” คนแต่ละคน ให้ยอมเปิดกระเป๋าเงิน ยินยอมจ่าย ในสิ่งที่ ณ ชั่วขณะนั้น โดยที่เขาแทบไม่รู้เลยว่า “เขาต้องการของสิ่งนั้นจริงๆหรือเปล่า?”

เคยไหมคะ เพื่อนๆ ที่บางทีเราไป Shopping ซื้อของมาตั้งเยอะแยะ เสียเงิน และรูดบัตรเครดิตจนเต็มวงเงินทุกใบ เมื่อเรากลับมาถึงบ้าน มานั่งนิ่งๆ มองดูของพวกนั้น และรู้สึกว่า “นี่เราทำอะไรลงไป อีกกี่วันต่อจากนี้ เราจะเอาอะไรกิน ณ ตอนนั้น ที่เราคิดว่า สิ่งเหล่านี้จำเป็น เป็นสิ่งที่เราต้องมี ขาดไม่ได้นั้น ชั่วขณะนั้น “สมอง” เราเป็นอะไร Error ชั่วคราว หรือ บ้าไปชั่วขณะกันหรือ?”

แต่ดูเหมือน “สติ” ณ ตอนนั้น ก็ไม่สามารถเปลี่ยนไป “พฤติกรรม” ที่เราทำมาแล้วได้ ก็คงได้แต่นั่ง “ปลง” และ บอกกับตัวเองว่า “ครั้งหน้าจะอดทน และเข้มแข็งต่อของ Sales ให้ได้มากกว่านี้” แต่อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เพราะ “สัญญา” กับตัวเองสักกี่ครั้ง คุณก็ไม่เคยทำได้เลย ใช่ไหมคะ??????

อุ๊ย!!! ขอโทษคะ ว่าจะมาเขียนเรื่อง True Blood ต่อ เขียนเรื่องนี้ซะยาวเชียว ติดไว้ก่อนนะคะ เก็บคำตอบในใจคุณไว้นะคะ แล้วพรุ่งนี้เราจะมาเขียนให้เพื่อนๆได้อ่านอย่าง “กระจ่าง” อีกที

ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน