Recent News

Powered by eSnips.com

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ครอบครัว

สังคมที่ใกล้ตัวมนุษย์เราที่สุดคือ “ครอบครัว” พวกเรา ทอม ดี้ และเลสทั้งหลาย คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “ครอบครัว” เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ที่ “หล่อหลอม” ชีวิตของของพวกเรา และเป็นส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนชีวิตของพวกเรา ให้มาเจอกันในสังคม ญ รัก ญ

บางครอบครัว ไม่ได้รังเกียจที่พวกเราเป็นแบบนี้ (ยอมรับได้)

บางครอบครัว ก็แอนตี้แบบที่ว่า “ไม่คิดถึงใจพวกเราเลย” (ทำทุกวิถีทาง เพื่อ “เปลี่ยน” ความเป็นทอม ดี้ เลส ของลูก เพราะคิดว่า การเป็นเช่นนี้ “เป็นความผิดปกติทางจิต” ที่ต้องได้รับการรักษาโดยด่วน)

มีครอบครัวหนึ่งที่เรารู้จัก คุณพ่อ และคุณแม่ รู้ว่าลูกสาวทั้งสองเป็น “ทอม” ทั้งคู่กำลังอยู่ในวัยไม่ถึง 20 แต่พวกท่านก็เข้าใจ และยอมรับ ให้ลูกทั้งสองพาแฟน (ดี้) เข้ามาอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน และไปไหนมาไหนอย่างเปิดเผย

เวลาที่ลูกทั้งสองต้องประสบชะตากรรม “อกหัก” จากแฟน (ดี้) มา ก็มีแม่เป็นคนคอยปลอบใจ อยู่ไม่ห่าง และก็เป็นแม่ที่ “ยุ” ให้ลูกไปหาจีบดี้คนใหม่มา (เพราะไม่อยากเห็นลูกต้องทนทุกข์เสียใจ) เรียกได้ว่า “แม่เข้าใจ และยอมรับลูกได้เต็มที่ อะไรทำให้ลูกมีความสุข แม่ก็มีความสุขด้วย”

ลูกคนโตคบดี้คนหนึ่ง ที่อยู่ไกลกันมาก แม่ไม่เคยว่าอะไรที่ลูกจะไปหาและอยู่ด้วยกันหลายวัน
แม้ว่าเวลาที่เคยเป็นของแม่จะลดน้อยลงทุกที


ลูกคนเล็ก ติดดี้จาก msn คุยโทรศัพท์กัน ทั้งวันทั้งคืน ไม่สนใจแม่ แม่ไม่เคยว่าอะไร ขอแค่เวลาเล็กน้อย ทานข้าวฝีมือแม่เท่านั้น

วันหนึ่งแม่ไปหาหมอ และหมอบอกว่าแม่คงอยู่ได้อีกไม่น่าเกิน 2 ปี แม่คิดจะระบายความทุกข์ในใจของแม่ให้ลูกๆฟัง แต่ดูเหมือนลูกๆจะยุ่งอยู่กับการตามหาความรัก มากเกินกว่าจะได้ยินเสียงเล็กๆในใจของแม่ แม่ได้แต่แอบมองความสุขของลูกทั้งสอง และแอบน้อยใจเล็กๆ


หลังจากที่ลูกคนโตมีแฟนไม่เคยถามแม่ว่า อยากไปไหนไหม? อยากได้อะไรไหม? เพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับการวิ่งไล่จับว่า แฟนตัวเอง มีกิ๊กไหม? วันๆไปไหนกับใครบ้าง?

ลูกคนเล็ก พอได้สาวที่คุยโทรศัพท์ และถูกใจด้วย ก็ไม่เคยที่จะคุยกับแม่ มัวแต่คุยกับสาวๆ วิ่งตามหาความรักที่อยู่ไกลตัวเสมอ และไม่เคยที่จะทานข้าวพร้อมหน้ากับแม่ โดยไม่รู้ว่าระยะเวลาที่แม่เหลืออยู่นั้น จะทานข้าวกับเขาได้อีกนานแค่ไหน

ทอมทั้งสองชะล่าใจ เพราะคิดถึงแต่เรื่องตัวเอง หลงลืมที่จะเหลียวมองพ่อและแม่


เราขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัว กับทอมสองคนนี้หน่อยเถอะนะ “พวกคุณโชคดีกว่าทอม ดี้ เลส อีกหลายๆคน ที่ครอบครัวของพวกเขายอมรับไม่ได้ ได้โปรดเถอะนะ อย่าหลงระเริงในความรักในวัยรุ่น ตื่นเต้นกับความรักที่ไร้สาระ จนลืมความรักที่บริสุทธิ์ที่สุดของพ่อแม่ มิฉะนั้น พวกคุณนั่นแหละที่จะเสียใจไปจนชั่วชีวิต”

ไม่ว่าพ่อแม่คุณ จะยอมรับสิ่งที่คุณเป็นได้หรือไม่? จะรับฟังเหตุผลพวกคุณหรือไม่? จะพูดจาดีๆกับคุณหรือไม่? สิ่งที่พวกคุณต้องตระหนักไว้ก็คือ “พ่อและแม่ไม่เคยคิดที่จะทำร้ายคุณ” (โดยการไปมีกิ๊ก หรือหนีคุณไปเที่ยวกับลูกคนอื่น คุณไม่เคยต้องปวดหัว เพราะพ่อแม่ไม่รับโทรศัพท์คุณ)


ดังนั้น พวกคุณควรให้เวลากับท่านบ้างอย่างน้อย 1 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละวัน (เท่ากับ 15 นาที)


และโปรดถามตัวเองว่า

ครั้งสุดท้ายที่คุยโทรศัพท์กับพ่อแม่นั้น เมื่อไหร่?

ครั้งสุดท้ายที่คุยโทรฯกับแฟนนั้น เมื่อไหร่?

ครั้งสุดท้ายที่ทานข้าวด้วยกันพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก เมื่อไหร่?

ครั้งสุดท้ายที่ทานข้าวด้วยกันกับแฟน เมื่อไหร่?

ครั้งสุดท้ายที่ซื้อของขวัญให้พ่อแม่ เมื่อไหร่?

ครั้งสุดท้ายที่ซื้อของขวัญให้แฟน เมื่อไหร่?


มองไปลึกในแววตาของพ่อแม่ และแฟนคุณดูสิ แล้วใช้สติคิดตรองดูแล้วคุณจะเห็นข้อแตกต่าง คงยังไม่สาย ที่จะเปิดใจยอมรับทุกสิ่ง เลิกต่อต้านความรู้สึกที่คุณมีต่อพ่อและแม่ เพราะมันไม่เป็นผลดีต่อตัวคุณเอง และพวกท่านเลย

ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน