วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554
รวยเลือกได้
วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2554
"หยาม" กันเกินไปไหม?
คนเรานี่ก็แปลก!!! ทำอะไรไม่คิด? เพราะคิดถึงแต่ตัวเอง ทำ “พฤติกรรม” แต่ละอย่าง “หยาม” ได้แม้กับแฟนที่กำลังคบกันวันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ทอมดี้ผ่อนรถ
วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
เหมาะสม?
เราได้รู้จักทอมดี้ธรรมดาคู่นึง เขาคบกันมา 5 ปีแล้ว คู่นี้ ทอมน่าตาหล่อ (โครต) การศึกษาดี ที่บ้านร่ำรวยมาก สุภาพ เป็น “ทอมในฝัน” ของดี้หลายๆคน ส่วนดี้ก็หน้าตาขี้เหล่ (โครต) การศึกษาธรรมดา บ้านฐานะปานกลาง บรรดาทอมๆที่เห็นเธอ ต่างมองผ่าน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทำให้คนสองคนนี้ โคจรมาเจอและรักกัน ทั้งๆที่ทั้งสอง ไม่มีความเหมาะสมกันเลย ไม่ว่าด้านไหน แต่อาจเพราะความแตกต่างในเกือบทุกด้าน ยกเว้น แง่มุมด้านความรัก ความรักของพวกเขา เรียบง่ายในทุกๆด้าน ไม่มีปัญหา smooth ไปเรื่อยๆ เขาไม่เคยคิดว่า เธอไม่เหมาะสม หรือด้อยกว่าเขา แต่ตรงกันข้าม เขาพยายามที่จะปรับ และโน้มตัวเข้าไปหาเธอ ส่วนเธอ แรกๆที่คบกัน ก็ไม่มั่นใจในตัวเขา แต่เมื่อเวลาผ่านไป ด้วยความรักและความเข้าใจ ทำให้ความรักของเขาทั้งสอง ก่อสร้างขึ้นมาแบบสมบูรณ์ วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
อยากรู้ ต้องลอง
เนื่องจาก “มนุษย์” เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบเรียนรู้ คิดค้น ทำให้มนุษย์ไม่หยุดที่จะสรรหา ค้นหา ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ชอบอยากรู้อยากลอง อยากทดสอบ และประเมินผลด้วยตนเอง (สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น) และเพราะปัจจัยนี้แหละ ทำให้เกิด “ความวุ่นวาย” พร้อมๆกับ “ความรื่นเริง” ให้กับสังคมวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ยึดติดกับรักครั้งเก่า
หลายคนใช้ชีวิตอยู่กับ “การยึดติดกับเรื่องราวในอดีต” จนทำให้มองไม่เห็น “อนาคต” สภาวะโหยหาอดีตนั้นเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศไม่ว่าทอม, ดี้ หรือเลส ทุกวัย ไม่เลือกวันเวลาและสถานที่ “อดีตก็ไม่ได้มีไว้ให้เราโหยหาเท่านั้น แต่มีไว้ให้เราเยียวยา” (เริ่มเรื่อง หลายๆคน ก็เริ่ม “งง” วันนี้เราไม่แฉเรอะ ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้ผิดหวัง หายไปหลายวัน ตั้งใจจะเขียนเรื่องแฉ “เลส” สักหน่อย แต่เผอิญไปสะดุดกับ “ความสำออย”ทางด้านอารมณ์ของคนๆหนึ่งเกี่ยวกับอดีตของเขา เลยต้องเอามาตีแผ่ เห็นแล้วชวนให้น่า “สมเพช” ยิ่งนัก) วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554
จมอยู่ในอดีต
“อดีต หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้ว” เหลือไว้เพียงแค่ “ความทรงจำ” แต่จะเป็นเรื่องราวที่ควรจดจำหรือไม่นั้น ก็ต้องแล้วแต่ตัวบุคคลนั้นวันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ทอมชอบแย่งแฟนชาวบ้าน
ประชากรในโลกเพิ่มมากขึ้ืนอย่างรวดเร็ว แต่ทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด (เอาหลักเศรษฐศาสตร์ มาเปิดประเด็น) ดังนั้น ไม่แปลก! หากจะเห็น “การแย่งชิง” (พื้นที่ทำกิน หน้าที่การงาน การเข้าศึกษาเล่าเรียน หรือแม้กระทั่งแย่งสามีภรรยา) ให้ได้เห็นกันบ่อยครั้งตามหน้าหนังสือพิมพ์์ เราทุกคนต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเราเอง และบ่อยครั้งสิ่งที่ดีที่สุดนั้น ก็มีเจ้าของอยู่แล้ว (เกริ่นแค่นี้นะ เข้าเรื่องเลยดีกว่า)วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2554
รำพึงถึง "ปัจจุบัน"
วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ร่างกายของเรา
วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554
รักยุคดิจิตอล
วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ให้รักเดินทางมาเจอ "เรา"
วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ทอมโง่ดีเด่นประจำปี
ก็อย่างว่าแหละ เรื่องของตัวเราเอง โดยส่วนตัว Happy everyday!!! มีความสุขกับแฟนทุกวัน แต่ที่ทำให้เป็นทุกข์นี่ก็ “สิ่งเร้าจากคนรอบข้าง” หรือพูดกันง่ายๆก็คือ “เรื่องชาวบ้านล้วนๆ”
วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2554
แผ่นดินไหว และสึนามิที่ญี่ปุ่น เกี่ยวข้องอย่างไรกับ แม่พระแห่งอากิตะ
รูปปั้นไม้ที่แม่พระร้องไห้ออกมาเป็นเลืิอดเรื่องราวแม่พระประจักษ์ที่อะกิตะ เกิดใน ค.ศ.1973 แม่พระประจักษ์มาหา “ซิสเตอร์อักแนส คัตซึโกะ ซาซากาวะ” (ชาวพุทธที่รับศีลล้างบาปเป็นคาทอลิก) ใจความสำคัญของการประจักษ์ครั้งนั้น แม่พระพูดถึงความขัดแย้งในพระศาสนจักรคาทอลิกและอุทกภัยที่จะเกิดกับโลก
วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2554
จงยอมรับความเปลี่ยนแปลง
วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
The Rite คนไล่ผี ความเป็นจริงในแง่มุมคาทอลิก
ในมิสซาเทิดเกียรติแม่พระแห่งฟาติมา เมื่อวันที่ 13 ที่ผ่านมา เราได้ไปอ่านบทอ่านในมิสซา จบมิสซาเราได้มีโอกาส "สอบถามข้อมูลที่สงสัย รวมถึงพูดคุยกับพระสงฆ์ และผู้มีความรู้เกี่ยวกับวาติกันท่านนึง" ในวันนี้เราจึงอยากตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับหนังเรื่อ ง The Rite ที่หลายๆคนสงสัย โดยอ้างอิงถึงการหาข้อมูล และค้นคว้า ของบุคคลท่านนึง"
วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
Love without Honesty is nothing.

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
สร้างภาพ
วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554
ไม่คลาดกัน
วันนี้เรามีเรื่องมาแบ่งปัน เชื่อว่า เพื่อนๆจะได้มีมุมมองความรักเพิ่มมากขึ้นอีกมุมนึง
เมย์ (ทอม) และ ปราย (ดี้) ทอมดี้นักเรียน ม.ปลาย ด้วยความที่ความรักก่อเกิดในช่วงวัยรุ่น เวลารัก ก็รักกันมาก เวลาทะเลาะกันก็ใส่ ENERGY มากเกินไปด้วย ทั้งคู่ รักๆ เลิกๆ กันมาหลายต่อหลายครั้ง จนเพื่อนๆในวัยเดียวกัน จัดให้ทั้งคู่เป็น “คู่ตัวอย่างที่ไม่มีทางที่จะคบจะได้ยืด อยู่ด้วยกันได้” อย่างแน่นอน
เวลาทะเลาะกัน เธอก็จะตะโกนใส่หน้าเขาว่า “ฉันรักแกมาก พอๆกับเกลียดนิสัยอวดดี เอาแต่ใจของแกมากเช่นกัน” ถ้อยคำดังกล่าวทำร้ายเขามาจนชินชา และ 2 ปีแห่งการอดทน (ที่อาจมีอีกหลายๆคู่ที่อดทนมากกว่านี้) การทะเลาะเบาะแว้งกันก็เป็นอันต้องยุติ ด้วยคำว่า “เลิกกัน และลาก่อน”
ก่อนจากกัน เธอได้บอกกับเขาว่า “ฉันอยู่โดยปราศจากคุณไม่ได้ แต่ฉันก็ทนอยู่กับคุณไม่ได้เช่นกัน” (แต่ละประโยคที่เธอสรรหามาพูดนั้น ช่างแทงใจดำผู้รับฟังเหลือเกิน) เขาแยกไปเรียนที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนเธอก็เรียนที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม ด้วยระยะทางแล้วทั้งสองไกลกัน ทั้งคู่จึงขาดการติดต่อกัน ไม่ว่าในฐานะไหน แม้แต่ฐานะเพื่อนก็ตาม แต่ก็แปลกที่เขาก็ยังเฝ้าคิดถึงช่วงเวลาเก่าๆที่มีเธออยู่เสมอ (เธอคนที่เขา “ไม่เลือก” ที่จะอยู่ด้วย)
หลังจากนั้นเขาคบดี้อีกหลายต่อหลายคน เขาพบว่า ดี้ที่เขาคบแต่มาหลังจากเธอนั้น ขาดอารมณ์รุนแรง (ที่ทำให้เลือดในร่างกายของเขาฉีดพล่าน ดี้พวกนั้น เรียบร้อย หัวอ่อน และจืดชืดเกินไป) ไม่มีใคร “วิ่งตามเขาทัน ฉลาดตามเขาทัน เถียงตามเขาทัน” ได้สักคน ไม่มีคนไหนมีนิสัยดุดันเท่ากับเธอเลย แต่เมื่อเขาหวนคิดถึงเธอ เขาก็พบว่า ช่วงเวลาที่อยู่กับเธอไม่ต่างอะไรกับอยู่ “ในนรก” เลย (คิดวนไปวนมา ใจนึงก็อยากได้คนอย่างเธอ อีกใจก็ไม่อยากได้) สับสนในตัวเองอยู่ทุกครั้ง
หลายปีที่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย เขาก็ยังคงค้นหา ดี้ที่สมบูรณ์แบบ มีครบทุกรสชาติ ที่จะมาทำให้หัวใจเขาชุ่มชื้นอีกครั้งนึง เขาพยายามเหลือเกินที่จะเดินหาดี้สักคนในมหาวิทยาลัย ติดต่อไปยังเพื่อนเก่าๆ เผื่อว่าจะมีใครสักคนช่วยให้เขาพบรักใหม่อีกสักครั้ง แต่ก็ไม่มีดี้คนไหนที่เหมาะสมพอสำหรับเขา
5 ปีต่อมา เขาเรียนจบ เริ่มทำงานในบริษัทที่มั่นคงแห่งนึง มุมมองการใช้ชีวิตของเขาโตขึ้น ภาวะทางอารมณ์ดีขึ้น แต่ก็ยังครองตัวเป็น “โสด” เพื่อนๆที่ทำงานแนะนำสาวหลายต่อหลายคนให้เขา รวมถึงแนะนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์จับคู่ให้ (เพื่อนสงสารเนื่องจากเขาลองมาหมดทุกวิธีในการหาคู่แล้ว แต่ก็ยังไม่เจอคนที่ถูกใจเลย) แม้ว่าเขาจะอยู่กับความโสดมานาน แต่เลือกในกายเขายังรุ่มร้อนที่จะมีใครสักคนเคียงข้างกายอยู่ ทำให้เขาไม่ละความพยายามที่จะหาคนที่ “ใช่”
เขาได้เข้าไปใช้บริการในเวปทอมดี้แห่งหนึ่ง เขาได้ลงประกาศหาคู่ มีดี้หลายคนไป comment ในกระทู้ ทิ้งอีเมลล์ และเบอร์มือถือไว้หลายคน เขาได้สุ่มเลือกมาคนหนึ่ง และโทรไปหา ปรากฏว่า เขาต้องตกใจเมื่อได้ยินเสียงที่ปลายสายนั้น เพราะเสียงนั้น คุ้นหู และไม่มีวันที่เขาจะลืมเจ้าของเสียงนี้ได้เป็นอันขาด เสียงนั้นคือ “ปราย” แฟนคนแรกสมัยมัธยม และคนเดียวที่เขาคิดถึงตลอดมา เมื่อได้คุยกัน ทั้งคู่ได้ตัดสินใจคบกันอีกครั้ง และด้วยการเติบโตด้านวุฒิภาวะ และภาวะทางอารมณ์ ณ ปัจจุบันทั้งคู่คบกันมาได้ 5 ปีแล้ว
เราเคยได้ยินคนพูดว่า “คู่กันแล้ว ไม่แคล้วกัน” และ “ถ้าเขาคือคนที่ใช่ เขาก็คือคนที่ใช่” ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปอีก กี่วัน กี่เดือน กี่ปี แต่ด้วยพรหมลิขิต (Destiny) หรืออะไรสักอย่าง ก็จะพาคนสองคนนั้นมาเจอ และมารักกันอีกครั้ง แต่หากนั่นเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้น หรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ เราควรจะรักษาคนที่เราคิดว่าเขาใช่สำหรับเราที่สุด ในขณะที่เรามีเขาอยู่ ให้อยู่กับเราให้นานที่สุด
อย่าเอาคำว่า “เลิกกัน” มาเป็นคำทักทายความรักต่อไปเลย ดูแลคนที่เรารัก และดูแลหัวใจตัวเราเองให้ดีๆ เพราะ “พรหมลิขิต” ไม่ได้มาเคาะประตูบ้านเราบ่อยๆหรอกนะคะ (ยังมีคนโสดอีกหลายคน ที่ยังคงเดินทางค้นหาความรักต่อไป) คุณโชคดีที่สุดแล้ว ที่มีคนที่ใช่ ได้เจอคนที่ใช่ รู้ไหม?
สำหรับคนที่ผ่านเรื่องราวความรักมากมาย จนรู้สึกแย่และทำร้ายตัวเอง ลองคลิกกลับไปอ่านเรี่องราวต่างๆ ที่เราเคยเขียนดู แล้วจะรู้ว่า ทุกข์ในความรักของคุณเล็กน้อยมาก หากเทียบกับของคนอื่นๆ
ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน
วันอังคารที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2554
ประชดรักภาคพิเศษ
วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554
อย่าปล่อยให้ "หัวใจรก"
เผลอแป๊ปเดียว ก็มาถึงเกือบปลายเดือนมกราคมแล้ว เท่าที่จำได้นั้น คิดว่า เพิ่งจะ countdown ไปไม่ใช่หรือ? เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจัง เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา น้องแพรว (ลูกคุณอา) ได้เดินทางมาเที่ยว กทม. จุดประสงค์หลักคือ อยากมาเที่ยวเล่น แต่ก็ได้เที่ยวสมใจ เพราะคิวแต่ละวันแน่นเอี๊ยดมาก เมื่อน้องมา เราจึงถือโอกาส “ขอแรง”ช่วยจัดห้องข้างนอกเสียหน่อย รู้สึก “รก” เหลือเกิน
ตอนแรกตั้งใจว่า “น่าจะใช้เวลาจัดเพียง 2 วัน” แต่ที่ไหนได้ เก็บโน่น เก็บนี่ เก็บไปเก็บมา 5 วันแล้วก็ยังดูเหมือนทุกอย่างจะไม่เข้าที่เข้าทางเท่าไหร่นัก (ค่อยๆย้าย ค่อยๆเก็บไปเรื่อยๆ)
เวลาที่บ้าน “รก” ทุกสิ่งทุกอย่าง วางขวางหู ขวางตาไปหมด ต้องได้เวลาเคลียร์ของ เลือกว่าสิ่งไหนจะเก็บไว้ใช้ สิ่งไหนต้องทิ้งเพราะไม่จำเป็น ก็ต้องใช้เวลานานไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะ
และถ้าชีวิตภายใน(จิตใจ)ของเรา “รก” อารมณ์ไม่คงที่ ไม่เข้าใจความต้องการของตัวเอง อยู่ๆก็มีความสุข และอยากจะร้องไห้ในเวลาเดียวกัน ก็คงต้องถึงเวลาที่เราต้อง “เคลียร์จิตใต้สำนึก” เช่นกัน สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ ต้องคุยกับตัวเอง แล้วค่อยๆแยกความรู้สึก ไม่พอใจ โกรธ เสียใจ และความสุข ออกจากกัน (อย่าปล่อยให้มันฟุ้งอยู่ในจิตใจ) จากนั้นก็คงต้อง “ลืม และทิ้ง” เรื่องบางเรื่อง คนบางคนที่ไม่มีบทบาทในชีวิตออกไปเช่นกัน (จดจำไว้ก็ “รกสมอง”) อาจจะต้องใช้เวลา แต่เมื่อเคลียร์หัวใจเรียบร้อยแล้วล่ะก็ พร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพื่อรอต้อนรับสิ่งดีๆที่จะเข้ามาในชีวิต
คุณ? ได้ใช้เวลาเคลียร์หัวใจของตัวเองบ้างหรือยังคะ? อย่าปล่อยให้ “หัวใจรก” นะคะ
ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน
วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2554
วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554
Happy Birthday to my Mommam


HAPPY BIRTHDAY MY LOVELY CAT (MOMMAM) 11 YEARS.
เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน สิบเอ็ดปีแล้ว ที่เราชีวิตของเราได้มี “น้องมอมแมม” (แมวที่แสนน่ารัก และมีมาดอย่างคุณชาย) เราคงไม่มีของขวัญ หรือสิ่งใดจะให้ “เขา” เพราะ “ความรัก” ในทุกๆวันที่เรามีให้ในทุกๆวันนั้น ก็ “หมดหัวใจ” ของเราแล้ว
ขอบคุณที่มีกันและกันมาตลอดนะจ๊ะ พี่รักมอมแมมที่สุดนะ
รักมากเลยรู้ไหม?


ดก้